เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
ดูทั้งหมด

“มุ่งพัฒนา” ทรานส์ฟอร์มธุรกิจทลายกรอบแม่-เด็กหันเจาะทุกวัย

10 ก.พ. 2568 | 11:40น.
moong

“มุ่งพัฒนา” เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Health & Well-being เร่งขยายพอร์ตสินค้าเจาะทุกช่วงวัย พร้อมขยายช่องทางออนไลน์-ตลาดส่งออก หวังดันรายได้ปี 2568 เติบโตระดับดับเบิลดิจิต

นายเมธิน เลอสุมิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ตลาดแม่และเด็กจะยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยมีแบรนด์ “พีเจ้น” (Pigeon) เป็นเรือธง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดขวดนมและจุกนมในประเทศไทยกว่า 50% และมียอดขายเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินโดนีเซีย

แต่ด้วยแนวโน้มอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง

ทลายกรอบแม่และเด็ก

“การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่แบรนด์สินค้าแม่และเด็กอีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มไปสู่บริษัทที่เน้น Health & Well-being มากขึ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงวัย”

ปัจจุบันบริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.แม่และเด็ก อาทิ พีเจ้น และไออุ่น ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก 2.ของใช้ส่วนบุคคลและครัวเรือน อาทิ วีแคร์, FOGGY, Smile V, PRODENTAL B และ Carebeau 3.อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ HIMALAYA และ Bao และ 4.ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ อาทิ วีแคร์ และ MUMU

ซึ่งในอนาคตก็มีแผนที่จะพัฒนาสินค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแม่และเด็ก ที่อาจจะมีการขยายไลน์สินค้าไปยังผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเด็ก เบบี้ไวพ์ และสกินแคร์สำหรับเด็กมากขึ้น โดยปกติต่อปีจะมีการออกสินค้าใหม่อยู่ที่ประมาณ 20-30 รายการ และส่วนใหญ่จะเป็นอินโนเวชั่นใหม่ ๆ เช่น ผ้าเช็ดฟัน ผ้าเปียก โฟม แชมพู ครีมอาบน้ำ เป็นต้น

มุ่งขยายตลาดส่งออก

พร้อมกันนี้ บริษัทจะขยายตลาดต่างประเทศ โดยเน้นส่งออกไปที่ตลาด CLMV อาทิ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เน้นสินค้าแบรนด์ของตนเอง และมีแผนที่จะเริ่มส่งออกสินค้าไปยังออสเตรเลีย และบราซิล เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

ผลักดันโซเชียลคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่ เริ่มหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายในช่องทางดิจิทัลเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โดยในปี 2568 บริษัทจะเร่งปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยจะใช้กลยุทธ์กระจายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ของตัวเองและมาร์เก็ตเพลซหลัก เช่น Shopee, TikTok และ LINE Official Store

นอกจากนี้ ยังมี 2 แพลตฟอร์มใหญ่ที่เป็นช่องทางขายสำคัญ ได้แก่ “พีเจ้น ออฟฟิเชียลสโตร์” และ “มุ่งช้อป” ซึ่งเป็นศูนย์รวมสินค้า 15 แบรนด์ โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายออนไลน์ขยับขึ้นมาที่ 7% แม้จะยังตามหลังออฟไลน์ซึ่งมีสัดส่วน 27% แต่แนวโน้มการเติบโตยังคงต่อเนื่อง

สานสัมพันธ์คุณแม่

รวมถึงในปี 2568 บริษัทมุ่งทำการตลาดสร้างความผูกพันกับแบรนด์ ด้วยการสร้างความเท่าเทียมให้แม่ผ่าน The Book for All Moms คลังความรู้เพื่อเสริมสร้างความรักความเข้าใจสำหรับคุณแม่ทุกคน โดยเริ่มต้นคอนเทนต์ในรูปแบบของหนังสือเป็นอย่างแรก ก่อนต่อยอดไปสู่คอนเทนต์ที่มีรูปแบบและภาษาที่หลากหลาย และขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ไปถึงแม่ที่มีความต้องการต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดแม่และเด็กจะมีการแข่งขันสูง แต่ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุม และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ มั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้ โดยในปี 2568 คาดจะมีรายได้เติบโตระดับดับเบิลดิจิต จากที่ในปี 2567 มีรายได้เติบโตระดับซิงเกิลดิจิต