เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“มุ่งพัฒนา” ทรานส์ฟอร์มธุรกิจทลายกรอบแม่-เด็กหันเจาะทุกวัย

10 ก.พ. 2568 | 11:40น.
moong

moong

“มุ่งพัฒนา” เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Health & Well-being เร่งขยายพอร์ตสินค้าเจาะทุกช่วงวัย พร้อมขยายช่องทางออนไลน์-ตลาดส่งออก หวังดันรายได้ปี 2568 เติบโตระดับดับเบิลดิจิต

นายเมธิน เลอสุมิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ตลาดแม่และเด็กจะยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยมีแบรนด์ “พีเจ้น” (Pigeon) เป็นเรือธง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดขวดนมและจุกนมในประเทศไทยกว่า 50% และมียอดขายเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินโดนีเซีย

แต่ด้วยแนวโน้มอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง

ทลายกรอบแม่และเด็ก

“การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่แบรนด์สินค้าแม่และเด็กอีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มไปสู่บริษัทที่เน้น Health & Well-being มากขึ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงวัย”

ปัจจุบันบริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.แม่และเด็ก อาทิ พีเจ้น และไออุ่น ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก 2.ของใช้ส่วนบุคคลและครัวเรือน อาทิ วีแคร์, FOGGY, Smile V, PRODENTAL B และ Carebeau 3.อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ HIMALAYA และ Bao และ 4.ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ อาทิ วีแคร์ และ MUMU

ซึ่งในอนาคตก็มีแผนที่จะพัฒนาสินค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแม่และเด็ก ที่อาจจะมีการขยายไลน์สินค้าไปยังผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเด็ก เบบี้ไวพ์ และสกินแคร์สำหรับเด็กมากขึ้น โดยปกติต่อปีจะมีการออกสินค้าใหม่อยู่ที่ประมาณ 20-30 รายการ และส่วนใหญ่จะเป็นอินโนเวชั่นใหม่ ๆ เช่น ผ้าเช็ดฟัน ผ้าเปียก โฟม แชมพู ครีมอาบน้ำ เป็นต้น

มุ่งขยายตลาดส่งออก

พร้อมกันนี้ บริษัทจะขยายตลาดต่างประเทศ โดยเน้นส่งออกไปที่ตลาด CLMV อาทิ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เน้นสินค้าแบรนด์ของตนเอง และมีแผนที่จะเริ่มส่งออกสินค้าไปยังออสเตรเลีย และบราซิล เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

ผลักดันโซเชียลคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่ เริ่มหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายในช่องทางดิจิทัลเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โดยในปี 2568 บริษัทจะเร่งปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยจะใช้กลยุทธ์กระจายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ของตัวเองและมาร์เก็ตเพลซหลัก เช่น Shopee, TikTok และ LINE Official Store

นอกจากนี้ ยังมี 2 แพลตฟอร์มใหญ่ที่เป็นช่องทางขายสำคัญ ได้แก่ “พีเจ้น ออฟฟิเชียลสโตร์” และ “มุ่งช้อป” ซึ่งเป็นศูนย์รวมสินค้า 15 แบรนด์ โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายออนไลน์ขยับขึ้นมาที่ 7% แม้จะยังตามหลังออฟไลน์ซึ่งมีสัดส่วน 27% แต่แนวโน้มการเติบโตยังคงต่อเนื่อง

สานสัมพันธ์คุณแม่

รวมถึงในปี 2568 บริษัทมุ่งทำการตลาดสร้างความผูกพันกับแบรนด์ ด้วยการสร้างความเท่าเทียมให้แม่ผ่าน The Book for All Moms คลังความรู้เพื่อเสริมสร้างความรักความเข้าใจสำหรับคุณแม่ทุกคน โดยเริ่มต้นคอนเทนต์ในรูปแบบของหนังสือเป็นอย่างแรก ก่อนต่อยอดไปสู่คอนเทนต์ที่มีรูปแบบและภาษาที่หลากหลาย และขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ไปถึงแม่ที่มีความต้องการต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดแม่และเด็กจะมีการแข่งขันสูง แต่ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุม และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ มั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้ โดยในปี 2568 คาดจะมีรายได้เติบโตระดับดับเบิลดิจิต จากที่ในปี 2567 มีรายได้เติบโตระดับซิงเกิลดิจิต