Skip to content

การบินไทย ปี’67 ขาดทุน 2.69 หมื่นล้าน รับรู้ขาดทุนจากปรับโครงสร้างหนี้

26 ก.พ. 2568 | 10:24น.
การบินไทย ปี’67 ขาดทุน 2.69 หมื่นล้าน รับรู้ขาดทุนจากปรับโครงสร้างหนี้

การบินไทย เปิดผลประกอบการ ปี 2567 คว้ารายได้รวม 1.87 แสนล้านบาท พลิกขาดทุน 2.69 หมื่นล้านบาท หลังรับรู้ขาดทุนจากการปรับโครงสร้างหนี้ กว่า 4.52 หมื่นล้านบาท ระบุเป็นผลขาดทุนทางบัญชีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จากการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผน ไม่ส่งผลต่อการออกจากการฟื้นฟูกิจการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยผลประกอบการ ปี 2567 โดย บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จำนวน 187,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26,922 ล้านบาท (16.7%) รายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกิน คิดเป็นร้อยละ 82.4 ของรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) มีจ่านวน 154,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22,231 ล้านบาท (16.7%)

ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิ อยู่ที่ 26,901 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ 26,934 ล้านบาท จากปี 2566 ที่บริษัททำกำไรสุทธิได้ 28,123 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ 28,096 ล้านบาท โดยสาเหตุใหญ่มาจากการรับรู้ขาดทุนจากการปรับโครงสร้างหนี้

โดยข้อมูลการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ปี 2567 ระบุว่า เป็นผลขาดทุนทางบัญชีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จากการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการที่บริษัท โดยผลขาดทุนทางบัญชีส่วนใหญ่ประมาณ 40,582 ล้านบาท เกิดจากการใช้สิทธิแปลงหนี้เป็นทุนของเจ้าหนี้ที่ราคาตามแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม และส่วนที่เหลือมาจากการแปลงหนี้เป็นทุนของเจ้าหนี้ที่ได้รับการชำระหนี้ที่เร็วกว่ากำหนดที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ

อย่างไรก็ดี รายการดังกล่าวเป็นผลขาดทุนทางบัญชีซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท และไม่ได้ส่งผลต่อการออกจากการฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทภายหลังการปรับโครงสร้างทุนยังคงเป็นบวก

เจาะสัดส่วนรายได้ การบินไทย ปี 2567

ข้อมูลการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ระบุเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้ในปี 2567 ซึ่งนอกจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกิน คิดเป็นร้อยละ 82.4 ของรายได้รวมแล้ว

ยังมีการรายงานว่า ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 คิดเป็นเงินประมาณ 26,000 ล้านบาท ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.0 เนื่องจากในปี 2567 บริษัทมีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และเส้นทางบินที่ให้บริการเพื่อรองรับปริมาณความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น

โดยเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เช่น โตเกียว (นาริตะ) นาโกยา ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ไทเป เป็นต้น และกลับมาให้บริการในเส้นทางบินสู่เมืองเพิร์ท โคลัมโบ มิลาน ออสโล และบรัสเซลส์ นอกจากนี้ยังเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเมืองโกชิ

อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารปรับตัวลดลงจาก 79.7% เป็น 78.8% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการบิน การกลับมาเปิดให้บริการของสายการบินอื่น ๆ เพิ่มขึ้น และปัจจัยเศรษฐกิจอื่น ๆ ซึ่งส่งผลต่อการลดลงของอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร นอกจากนี้ บริษัทกลับไปให้บริการในเส้นทางบิน เช่น เพิร์ท ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้า

ขณะที่รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย) เท่ากับ 2.98 บาท ต่ำกว่าปีก่อน 0.08 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 4,100 ล้านบาท โดยถึงแม้ว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยจากเส้นทางการบินในประเทศ จากการรับโอนเครื่องบินจากไทยสมายล์ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น แต่รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยในเส้นทางบินระหว่างประเทศลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น จากการกลับมาเปิดให้บริการของสายการบินอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

ขณะที่ข้อมูลรายได้ส่วนอื่น ๆ มีดังนี้

รายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์

คิดเป็นร้อยละ 9.2 ของรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) มีจ่านวน 17,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,804 ล้านบาท (11.7%) เป็นผลมาจากมีปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.5 คิดเป็นเงินประมาณ 3,800 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนเครื่องบินที่ให้บริการเพิ่มขึ้น

รายได้จากพัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย) เท่ากับ 9.17 บาท ต่ำกว่าปีก่อน 1.04 บาท หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1,900 ล้านบาท เนื่องจากราคาตลาดที่ลดลงจากสภาพการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีอัตราส่วนการขนส่งพัสดุภัณฑ์เฉลี่ย 52.0% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 51.7%

รายได้กิจการอื่น

ประกอบด้วยรายได้จากหน่วยธุรกิจ ได้แก่ การบริการภาคพื้น ครัวการบิน การบริการคลังสินค้า และรายได้จากกิจการสนับสนุนอื่น ๆ เช่น การซ่อมเครื่องบิน เป็นต้น รวมจ่านวน 10,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,632 ล้านบาท (17.7%) โดยหลักมาจากจำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินของสายการบินลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน และการเพิ่มขึ้นของกิจการสนับสนุนอื่น ๆ เนื่องจากการให้บริการซ่อมเครื่องบินให้แก่บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น

รายได้อื่น ๆ

ประกอบด้วย ดอกเบี้ยรับ รายได้ค่าปรับ และรายได้อื่น ๆ มีจำนวน 4,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,255 ล้านบาท (34.7%) สาเหตุหลักจากดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น

ปี 2567 เกิดอะไรขึ้นในการบินไทย

ตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา การบินไทยยังดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยนอกจากการปรับปรุงประสิทธิภาพฝูงบิน รับมอบเครื่องบินแบบแอร์บัส A350-900 จำนวน 6 ลำ แอร์บัส A330-300 จ่านวน 2 ลำ และโบอิ้ง 787-9 จำนวน 1 ลำ และการขยายเส้นทางบินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหารายได้จากกิจการขนส่งแล้ว

ยังมีการการปรับโครงสร้างทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน การเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน สามารถดำเนินธุรกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ และแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินในระดับสากล โดยบริษัทดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งประกอบด้วย

(1) การแปลงหนี้เดิมของเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการแบบภาคบังคับเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Mandatory Conversion) โดยชำระหนี้เงินต้นคงค้างส่าหรับเจ้าหนี้กลุ่มที่ 4 กระทรวงการคลัง รวมทั้งชำระหนี้เงินต้นคงค้างส่าหรับเจ้าหนี้กลุ่มที่ 5 กลุ่มที่ 6 สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 18-31 ผู้ถือหุ้นกู้ ในอัตราร้อยละ 24.50 ของภาระหนี้เงินต้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 37,601.9 ล้านบาท หรือเท่ากับหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 14,773.7 ล้านหุ้น

(2) การแปลงหนี้เดิมเป็นทุนเพิ่มเติมโดยสมัครใจของเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ (Voluntary Conversion) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12,500.1 ล้านบาท หรือเท่ากับหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 4,911.2 ล้านหุ้น

(3) การใช้สิทธิแปลงดอกเบี้ยตั้งพักใหม่เป็นทุน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,351.2 ล้านบาท หรือเท่ากับหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 1,304.5 ล้านหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนการปรับโครงสร้างทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการ พนักงานของบริษัท และบุคคลในวงจ่ากัด (Private Placement) ที่ราคาเสนอขาย 4.48 บาทต่อหุ้น มูลค่ารวม 22,987.2 ล้านบาท หรือเท่ากับหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 5,131.07 ล้านหุ้น

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินทรัพย์ ทั้งเครื่องบินแบบโบอิ้ง 747-400 จ่านวน 1 ลำ โบอิ้ง 777-200 จำนวน 3 ลำ แอร์บัส A340-500 จำนวน 2 ลำ และแอร์บัส A340-600 จำนวน 4 ลำ รวมถึงเครื่องยนต์อะไหล่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว จำนวน 3 เครื่องยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้านพักกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และทรัพย์สินอื่น ๆ

อ่านการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการฉบับเต็ม ที่นี่