เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา หนี้สาธารณะปริ่ม 70% รัฐเร่งแก้ ‘การคลัง’ เสี่ยง-จ้องรื้อภาษี
Finance จับตา หนี้สาธารณะปริ่ม 70% รัฐเร่งแก้ ‘การคลัง’ เสี่ยง-จ้องรื้อภาษี
‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
Real Estate ‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
Biz Movement เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
Finance หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
Interview เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
Real Estate ‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
Politics ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
“อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
Finance “อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
“อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
Politics “อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
“นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
Politics “นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
ดูทั้งหมด

ชาวอเมริกันกระอัก ‘ภาษีทรัมป์’ ของกินของใช้จ่อขึ้นราคาสูงสุด 50%

11 เม.ย. 2568 | 09:04น.
vat
คอลัมน์​ : Market Move

ภาษีทรัมป์ไม่เพียงส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยและอีกหลายร้อยประเทศทั่วโลก แต่ยังกระทบถึงชาวอเมริกันเองด้วย เนื่องจากภาษีนำเข้าที่พุ่งสูงแบบก้าวกระโดดอาจกำลังจะทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, ของเด็กเล่น, กระดาษชำระ, ผ้าอ้อม, เครื่องเทศ, กาแฟ, ยาสระผม แม้แต่กล้วย จะแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด

สำนักข่าว ซีเอ็นบีซี รายงานถึงแนวโน้มที่สินค้าต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกากำลังจะแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลทรัมป์ ที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากกว่า 180 ประเทศ

โดย สมาคมแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค หรือ ซีบีเอ (Consumer Brands Association-CBA) ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทใหญ่หลายราย เช่น โคคา-โคลา (Coca-Cola), พรอคเตอร์แอนด์ แกมเบิล (P&G), ทาร์เก็ต (Targets) และอื่น ๆ อธิบายว่า วัตถุดิบสำคัญสำหรับผลิตสินค้าหลายชนิดนั้นไม่สามารถหาได้จากในสหรัฐ ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถเลี่ยงผลกระทบจากภาษีได้

“ทอม แมดเร็กกี” (Tom Madrecki) รองประธานด้านการรับมือกับความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานของซีบีเอ ระบุในแถลงการณ์ของสมาคมว่า มาตรการภาษีตอบโต้ที่ไม่คำนึงถึงความพร้อมของวัตถุดิบและปัจจัยการผลิต ไม่เพียงส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังจำกัดโอกาสการเข้าถึงสินค้าราคาจับต้องได้ จนสุดท้ายแล้วจะส่งผลเสียกับผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันตามไปด้วย

สำหรับสินค้าที่สมาคมคาดว่าจะได้รับผลกระทบนั้น มีทั้งอาหารและของใช้ในบ้าน เช่น กล้วย, กาแฟ, โกโก้, วานิลลา, ซีเรียล และผลไม้เขตร้อนต่าง ๆ รวมถึงกล้วย เช่นเดียวกับ กระดาษชำระ, ผ้าอ้อม โลชั่นทาผิว, ยาสระผม ฯลฯ

เนื่องจากตามข้อมูลของหน่วยงานติดตามข้อมูลเศรษฐกิจ (Observatory of Economic Complexity) เมื่อปี 2023 สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเข้ากล้วยรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งกล้วยที่นำเข้านั้น 40% มาจากกัวเตมาลา ซึ่งจะถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 10%

ขณะที่วานิลลา ซึ่ง 75% ของการนำเข้ามาจากหมู่เกาะมาดากัสการ์ จะถูกเก็บภาษีสูงถึง 47% หรือข้าวโอ๊ตบดวัตถุดิบสำหรับผลิตซีเรียล ซึ่ง 90% นำเข้าจากแคนาดา นอกจากนี้ สหรัฐยังต้องนำเข้าเยื่อไม้, เส้นใยไม้ไผ่, เชียบัตเตอร์ และน้ำมันปาล์ม โดยน้ำมันปาล์มนั้นนำเข้าจากอินโดนีเซียที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าถึง 32%

ด้านเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์นั้นได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษี 46% จากสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานผลิตหลักของแบรนด์แฟชั่นหลายราย เนื่องจากกระแสการย้ายฐานออกจากจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

โดยองค์กรผู้จัดจำหน่ายและผู้ค้าปลีกรองเท้าแห่งอเมริกา (Footwear Distributors and Retailers of America) ระบุว่า เมื่อปี 2023 เกือบ 1 ใน 3 ของรองเท้าที่นำเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐนั้นมาจากฐานผลิตในเวียดนาม “แมตต์ พรีสต์” (Matt Priest) ซีอีโอขององค์กรกล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจนี้ต้องรับมือกับแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้ออยู่แล้ว ดังนั้นมาตรการภาษีนี้จะยิ่งทำให้ครัวเรือนอเมริกาต้องคิดหนักก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้า

ตัวอย่างของแบรนด์ที่จะได้รับผลกระทบคือ ไนกี้ (Nike) เนื่องจากยักษ์สินค้ากีฬาผลิตรองเท้า 50% ในจีนและเวียดนาม โดยรองเท้าที่ขายในสหรัฐนั้น 25% นำเข้าจากเวียดนาม เช่นเดียวกับ อาดิดาส (adidas), เดกเคอส์แบรนด์ (Deckers Brands) เจ้าของแบรนด์โฮก้า (HOKA), วีเอฟ คอร์ป (VF Corp) ผู้บริหารแบรนด์เดอะนอร์ทเฟส (The North Face), ทิมเบอร์แลนด์ (Timberland), แวนส์ (Vans) และแจนสปอร์ต (Jansport) รวมไปถึงแบรนด์ผู้ผลิตรองเท้ารายใหญ่อื่น ๆ ซึ่งต่างพึ่งพาเวียดนามในฐานะฐานการผลิตสำคัญ

ของเด็กเล่นเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ โดยราคาอาจพุ่งขึ้นไปถึง 50% หลังก่อนหน้านี้ 2 ยักษ์ของวงการทั้งฮาสโบร (Hasbro) และแมทเทล (Mattel) วางแผนลดผลกระทบจากอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 20% ด้วยการย้ายฐานผลิตจากจีนไปยังเวียดนาม, อินโดนีเซีย และอินเดีย แต่ล่าสุดสินค้านำเข้าจาก 3 ประเทศนี้กำลังจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 46% 32% และ 26% ตามลำดับ

“เกร็ก อะเฮิร์น” (Greg Ahearn) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมของเล่น ประเมินว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาของเด็กเล่นอาจพุ่งขึ้นไปอย่างต่ำ 35% ไปจนถึงระดับ 50% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราภาษีนำเข้าที่จะเพิ่มขึ้น 54% เพราะปกติของเด็กเล่นมีอัตรากำไรเพียงเลขหลักเดียวเท่านั้น ทำให้แบรนด์อาจไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากนัก และต้องส่งต่อภาระให้ผู้บริโภค

หลังจากนี้ต้องรอดูกันว่าแบรนด์สินค้าแต่ละประเภทจะปรับขึ้นราคาสินค้าของตนมากน้อยแค่ไหน หรือจะใช้กลยุทธ์ใดเพื่อแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้ และที่สำคัญปฏิกิริยาของผู้บริโภคชาวอเมริกันจะเป็นไปในทิศทางใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีทรัมป์ อเมริกัน