เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ดูทั้งหมด

ชงเพิ่มคืนรถจบหนี้-คลังขยับคุณสู้เราช่วยเฟส 2

11 เม.ย. 2568 | 07:05น.
รถ ลีสซิ่ง

ธนาคารพาณิชย์-ลีสซิ่ง ร่วมรับมือแก้หนี้ ชงปรับวงเงิน “จ่าย ปิด จบ” จาก 5,000 บาท เป็น 1 หมื่นบาท พร้อมเสนอเพิ่มเงื่อนไข “คืนรถจบหนี้” หากวงเงินหนี้คงเหลือไม่เกิน 1 แสนบาท ให้สถาบันการเงินกับ FIDF ร่วมรับผิดชอบคนละครึ่ง ด้านคลังกระชับแผนแก้หนี้ ลุย “คุณสู้ เราช่วย เฟส 2” เปิดลงทะเบียนใหม่ ขยายเกณฑ์ครอบคลุมกลุ่มลูกหนี้มากขึ้น หลังเฟสแรก คนสมัครและผ่านเกณฑ์น้อยกว่าคาด

ขยับ “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 2

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้คลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย จัดทำโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 2 เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้เชิงรุกต่อเนื่อง หลังจากพบว่าโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เฟสแรก ลูกหนี้เข้าร่วมโครงการน้อยกว่าที่ตั้งเป้า และคาดว่าจะใช้วงเงินเพียงแค่กว่า 10,000 ล้านบาท จากที่เตรียมไว้กว่า 38,000 ล้านบาท

“เฟส 2 จะเปิดลงทะเบียนใหม่ เพื่อช่วยลูกหนี้ที่ดี และคนที่เพิ่งเป็นหนี้เสียในปัจจุบัน รวมถึงคนที่เริ่มผิดนัดชำระ เป็นหนี้ที่ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือ SM แต่ยังไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL แล้วอยากขอทำดี เพื่อกลับมาชำระหนี้ปกติ ทั้งหมดนี้จะให้ครอบคลุมกลุ่มลูกหนี้ 6 ล้านบัญชี หรือราว 4 ล้านคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งรายละเอียดกำลังพิจารณากันอยู่ จะให้ได้ข้อสรุปก่อนสิ้นเดือน เม.ย.นี้”

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งที่จะปรับจาก “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 1 ก็คือ ขยายขอบเขตการเป็นหนี้ NPL ให้คนที่เป็นหนี้เสียเกิน 1 ปี สามารถเข้าร่วมโครงการได้

ยังเดินหน้าแผนซื้อหนี้เสีย

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการซื้อหนี้เสียจากกลุ่มที่เป็นหนี้เสียไม่เกิน 100,000 บาท ออกมาบริหารจัดการ แก้ไขหนี้ แล้วเติมเงินเพื่อให้กลับมาชำระปกติ ตามที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ประกาศไปก่อนหน้านี้นั้น ยืนยันว่ายังดำเนินการอยู่ แต่คงต้องเป็นเฟสต่อ ๆ ไป เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างมากที่ยังต้องพิจารณา

“หนี้เสียไม่เกิน 100,000 บาท ที่มีประมาณกว่า 3 ล้านราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ของน็อนแบงก์ (ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์) ซึ่งการจะใช้เงินจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือ FIDF แบงก์ก็คงไม่ยอม เรื่องนี้จึงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่ไม่ล้มเลิกแน่นอน”

ธปท.ชี้ลงทะเบียนแล้ว 1.1 ล้านราย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ ธปท.อัพเดตล่าสุด ได้สรุปความคืบหน้าโครงการตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค. 2567 จนถึงวันที่ 28 มี.ค. 2568 มีจำนวนลูกหนี้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 1.1 ล้านราย ในจำนวนดังกล่าวลูกหนี้ลงทะเบียนที่ eligible หรือมีสิทธิเข้าโครงการ (สำรวจ ณ 15 มี.ค. 68) 4.5 แสนราย สัดส่วน 23% ยอดหนี้ 3.4 แสนล้านบาท สัดส่วน 38%

เผยเฟสแรกทำสัญญาได้น้อย

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก “Surapol Opasatien” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบุถึงข้อมูลโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่เป้าหมาย 100% ของโครงการคือ จำนวนลูกหนี้เข้าโครงการ 1.9 ล้านราย เป็นเงิน 8.9 แสนล้านบาท แต่พบว่าความคืบหน้าจนถึงวันที่ 28 มี.ค. 2568 ยังมีลูกหนี้มาลงทะเบียนแค่ 1.1 ล้านราย และข้อมูลจนถึงวันที่ 15 มี.ค. 2568 มีคนลงทะเบียนและคุณสมบัติผ่านเกณฑ์แค่ 4.5 แสนราย หรือจำนวนลูกหนี้ 23% เป็นเงิน 3.4 แสนล้านบาท หรือ 38%

ขณะที่ตัวเลขถึงสิ้นเดือน ก.พ. 2568 ครึ่งทางก่อนปิดลงทะเบียนในเดือน เม.ย. ตามรายงานที่สมาชิกเครดิตบูโรนำส่ง คนที่ยอมลงนามในสัญญาเข้าโครงการและข้อมูลถูกส่งเข้าระบบ 1.8 แสนราย คิดเป็น 9.5% ของเป้าหมาย 1.9 ล้านราย และวงเงิน 3.4 แสนล้านบาท คิดเป็น 24% ของเป้าหมาย 8.9 แสนล้านบาท

ชี้เกณฑ์เข้ม-ลูกหนี้ผ่านยาก

ด้านแหล่งข่าวจากน็อนแบงก์กล่าวว่า หากจะปรับเพียงแค่ขอบเขตการดึงลูกหนี้เข้าร่วมโครงการให้ได้มากขึ้น น่าจะแก้ปัญหาไม่ถูกจุดนัก เนื่องจากปัญหาของ “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 1 ที่ผ่านมา คือลูกหนี้ที่ลงทะเบียนมาแล้ว แต่ไม่สามารถผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์ของ ธปท.ค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งก็เข้าใจว่ากลัวว่าจะสร้างวัฒนธรรมจงใจเบี้ยวหนี้

แบงก์ชงเพิ่ม “คืนรถจบหนี้”

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินอีกรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมธนาคารไทย (TBA) และธนาคารสมาชิก ประชุมหารือร่วมกันในการเสนอแนวทางผ่อนเกณฑ์โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อให้ ธปท.นำไปพิจารณา ซึ่งในที่ประชุมมีการเสนออยู่ 2-3 มาตรการด้วยกัน ได้แก่ 1.มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” เสนอให้เพิ่มวงเงินจากเดิม 5,000 บาท เป็น 10,000 บาท

2.มาตรการ “คืนรถจบหนี้” ซึ่งจากเดิมไม่มีในโครงการ จะมีแต่มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ซึ่งธนาคารมองว่าตอนนี้ลูกหนี้ค่อนข้างลำบาก ไม่มีรายได้มาชำระหนี้ จึงเสนอให้มีมาตรการ “คืนรถจบหนี้” โดยลูกหนี้ที่นำรถมาคืน และขาดทุนรถยึด ธนาคารสามารถนำมาเคลมได้ โดยอิงหลักการเดิม

“เช่น วงเงินมูลค่ารถยนต์ 8 แสนบาท กรณีลูกหนี้เป็นหนี้ 3 แสนบาท หากนำรถมาคืนและขายทอดตลาดได้ 2 แสนบาท เหลือมูลหนี้ 1 แสนบาท ซึ่งส่วนต่างหนี้ที่เหลือจะนำมาหารครึ่งระหว่างสถาบันการเงิน และเงินกองทุน FIDF หรือรับผิดชอบแห่งละ 50,000 บาท เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม สำหรับวงเงินสูงสุดของรถยนต์อยู่ที่ไม่เกิน 8 แสนบาท และหนี้คงเหลือต้องไม่เกิน 1 แสนบาท เช่นกัน

ยืดอายุผิดนัดชำระเกิน 1 ปีได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางที่ 3 ที่มีการเสนอ คือการขยายอายุลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ จากเดิมตีกรอบไว้ไม่เกิน 360 วัน ให้สามารถขยับกลุ่มนี้ออกไปเกิน 1 ปีได้ รวมทั้งกำลังพิจารณาว่า เนื่องจากปัจจุบันมีวิกฤตซ้อนวิกฤต อาจจะให้วงเงินเพิ่มเติม ส่วนการห้ามก่อหนี้จะเห็นว่ากลุ่มนี้ไม่สามารถก่อหนี้ได้อยู่แล้ว

“แบงก์ชาติให้สมาคมธนาคารไทยมาคุยกับสมาชิก และชมรมเช่าซื้อ กับชมรมสินเชื่อบุคคล เพื่อให้เสนอแนวทาง ซึ่งมีการพูดคุย 2-3 เรื่องที่จะเสนอ แต่คิดว่าการขยายวงเงินน่าจะมีความเป็นไปได้ ส่วนคืนรถจบหนี้ก็ต้องดูอีกที เพราะต้องคำนวณเงินกองทุน FIDF เพราะถือว่าเยอะเหมือนกัน หากวงเงินเคลม 50,000-100,000 บาท ส่วนขยายคนเป็นเอ็นพีแอลเกิน 1 ปี ขยายไป ก็อาจจะตามตัวลูกหนี้ไม่เจอ”