นายกเบี้ยวซาบซึ้งคนธัญบุรีเทคะแนน ส่งเมีย-ลูกพีช เข้าวิน
นายกเบี้ยวแถลงชัยชนะไม่เป็นทางการ ยุพเยาว์ นั่งนายกเทศมนตรี ลูกพีช ได้เป็น สท.
ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบว่าทีมธัญญก้าวหน้า สามารถคว้าชัยชนะยกทีม ส่งผลให้นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ (น้ำอ้อย) คว้าตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี ส่วนนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ (ลูกพีช) ผู้สมัคร (สท.) ทีมธัญญก้าวหน้า ได้เป็น สท.
นายกฤษดา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยว ได้แถลงประกาศชัยชนะ ในเวลา 20.00 น. โดยมีทั้งนางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ ภรรยา และนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือลูกพีช ได้แถลงข่าวต่อประชาชน หลังจากทราบผลคะแนนการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ตำบลธัญบุรี อย่างไม่เป็นทางการ
นายกฤษดากล่าวว่า วันนี้ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องตำบลธัญบุรี ที่ให้ความไว้วางใจตนและครอบครัวตน ให้มาเป็นตัวแทนรับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวธัญบุรี ต่อไปนี้ ตนและครอบครัวและทีมงานทุกคนพร้อมและมีกำลังใจที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องชาวเทศบาลธัญบุรีตลอดไป ที่ผ่านมาตลอด 30 กว่าปีที่ตนได้มารับใช้พี่น้อง วันนี้ตนได้เห็นแล้วว่าชาวธัญบุรีรักครอบครัวหลีนวรัตน์อย่างจริงใจและจริงจัง ก็ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง
ที่ผ่านมาเราไม่ได้คาดหวังเรื่องคะแนนเลยว่าจะชนะมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าจะเป็นผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แต่ทั้งหมด 74 หน่วย เราชนะ 1,000 กว่าคะแนน เราไม่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะคาดการณ์ได้กี่คะแนนเพราะว่าเหตุการณ์ของน้องพีชได้มาเกิดขึ้น และเราก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวธัญบุรีจะให้ความไว้วางใจเหมือนเดิมไหม แต่ครั้งนี้เราก็ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวธัญบุรี ที่ให้ความไว้วางใจและนำชัยชนะมาสู่ครอบครัวของตน ทั้งนี้ วันนี้ไม่ขอพูดเรื่องอุบัติเหตุ จะโฟกัสแค่เรื่องการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องอุบัติเหตุจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“ส่วนเรื่องของคดีของน้องพีช ตั้งแต่วันแรก เราก็ทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว กราบขอโทษแล้ว เยียวยาแล้ว ไปโรงพยาบาลเอาเงินไปจ่ายก็แล้ว เราทำทุกอย่าง เราไปเยี่ยมไปดูแล 3-4 ครั้ง แต่โดนบุคคลที่ 3 กันทุกอย่าง จะขอเยี่ยมก็ให้เขียนจดหมายน้อยไว้ และบอกว่า ญาติจ่ายตังค์ไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วบุคคลที่ 3 จ่ายตังค์ไป ในเมื่อเขาจ่ายไปแล้ว ลูกพีชเห็นว่า คุณป้ายังต้องอยู่โรงพยาบาลอีก เราก็เอาเงินวางไว้ แต่โรงพยาบาลก็ไม่ยอมรับ เราทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เราจะไม่มีเจตนาที่จะไม่เยียวยา เราสงสารคุณลุงคุณป้าด้วยซ้ำ ปรึกษากันหมดแล้ว แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้มีบุคคลที่ 3 ยังไงมันก็ไม่จบ ถ้าหากจบมันก็คงจะจบไปแล้ว”
นายกฤษดายืนยันว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้เลย และไม่คิดว่าจะให้ท่านมาช่วยด้วย ขณะนี้น้องลูกพีชเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าทำผิดก็ใช้กรรมไป ก็อยู่ที่กระบวนการยุติธรรม เราไม่ไปวิ่งเต้น ไม่มีเส้นสาย มีแต่น้ำใจที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องของเรา ส่วนเรื่องคดี ทุกวันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม เราไม่แทรกแซงอะไรเลย เราพร้อม เราลูกผู้ชาย พร้อมรับผิดทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม มองว่าชัยชนะในครั้งนี้ ตนยังรู้สึกว่าซาบซึ้งใจพ่อแม่พี่น้องที่เห็นว่าพวกเราทำงานกันมาตลอด เราดูแลกันทั้งบ้าน ทำกันมาหลาย 10 ปีแล้ว ครั้งนี้เราเห็นว่าประชาชนเลือกคนทำงาน ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าตนเป็นบ้านใหญ่นั้น ตนไม่ใช่บ้านใหญ่ แต่เป็นบ้านที่อบอุ่น ซึ่งได้รับจากแหล่งเชียร์แรงใจของพ่อแม่พี่น้องในเขตเทศบาลธัญบุรี ซึ่งที่ผ่านมาเราอยู่กันเหมือนครอบครัว ทุกคนเดือดร้อน เราก็จะช่วยเหลือกัน และชาวเทศบาลก็รักเราด้วยความอบอุ่น อย่าไปเชื่อบุคคลที่ 3 ที่กล่าวหาว่าเราเป็นบ้านใหญ่ ตนไม่อยากเป็นบ้านใหญ่ ตนอยากเป็นบ้านที่อบอุ่น ที่คอยดูแลพี่น้องประชาชนตลอดไป
“ส่วนที่บอกว่าคนธัญบุรีกินหญ้าหวานนั้น ถ้าหากคนธัญบุรีไม่กินหญ้า ผมก็คงไม่ได้รับชัยชนะ ชาวธัญบุรีทานหญ้าหวานและจะทานตลอดไป เราไม่ทิ้งกัน สำหรับประเด็นที่มีการพูดว่ายิงกระสุนในพื้นที่นั้น ผมหมายถึง ยิงกระสุนนก เมื่อเห็นนกมาเกาะก็เลยยิงกระสุนออกไป ยิงผิดเป้าไปหน่อย เลยแพ้ผม”
เมื่อถามว่าหลังจากนี้ลูกชายจะมีโอกาสเข้าสู่สนามการเมืองใหญ่หรือไม่นั้น นายกเบี้ยวตอบสั้น ๆ ว่า “ยังไม่คิด”… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_5178255