Skip to content

นายก ‘อัศนี บูรณุปกรณ์’ รุก ‘Hackathon’ พลิกเมืองเชียงใหม่

23 ก.ค. 2568 | 18:15น.
นายก ‘อัศนี บูรณุปกรณ์’ รุก ‘Hackathon’ พลิกเมืองเชียงใหม่

นับเป็นการขยับเคลื่อนตัวครั้งแรกของนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ สมัยที่ 2 “อัศนี บูรณุปกรณ์” ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ภายใต้พรรคเพื่อไทย ที่ต้องการจะนำแนวคิดนวัตกรรมนโยบายการพัฒนาเมืองมาสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด “Hackathon เมือง”

มิติใหม่นี้เป็นการริเริ่มเปิดกว้างขุมพลังทางความคิดของภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ทลายข้อจำกัดการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ที่ครอบคลุม 41 ตารางกิโลเมตร ราว 100 ชุมชน ทั้งมิติความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่สามารถตัดหรือลดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น และเห็นรูปธรรมได้จริง ตามที่ได้หาเสียง และประกาศนโยบายต่อสภาเทศบาลไปแล้ว

“การเตรียม Kick off ให้เกิด Sandbox นำร่องการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ (Public Space) เพิ่มมากขึ้นในย่านเศรษฐกิจ โครงการศูนย์ Wellness เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การแก้ไขปัญหาขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าขนาดเล็ก ภายใต้โครงการ Smart Nimman และพลิกโฉมให้เป็นย่านแห่งการเดิน แก้ปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาบริหารจัดการเมือง ที่เป็นโจทย์ท้าทายของมหานครเชียงใหม่ ที่มีงบฯบริหารงานมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี”

“อัศนี บูรณุปกรณ์” นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ”

ดึงชุมชน “แฮกกาธอน” เมือง

อัศนีบอกว่า Hackathon เป็นคำที่เกิดขึ้นจากการผสมคำสองคำ คือ “Hack” และ “Marathon” Hack คือ การแก้ปัญหาด้วยวิธีคิดสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving) และ Marathon คือ การทำงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักเหมือนกับการแข่งขันวิ่งมาราธอน ดังนั้น Hackathon คือกิจกรรมที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา โดยผ่านกิจกรรมการแข่งขันเพื่อระดมความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้และการพัฒนาแนวทางหรือนวัตกรรม การแก้ปัญหาภายในระยะเวลาจำกัด มีระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ Hackathon ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขัน แต่คือกระบวนการพัฒนานวัตกรรมเชิงมีส่วนร่วม (Participatory Innovation Process) ที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงสังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์เมืองได้อย่างยั่งยืน

“ผมมองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นส่วนสำคัญมากในการพัฒนาเมือง เพราะนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา มุ่งเน้นนโยบายเพื่อสังคมและชุมชน ทั้งในเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ดังนั้น นโยบายในการบริหารสมัยที่ 2 จะมีวิธีการอย่างไรให้ต่างออกไปจากเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานที่สามารถตัดหรือลดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น และเห็นรูปธรรมได้จริง จึงนำมาซึ่งแนวคิด ‘Hackathon เมือง’ ที่จะช่วยแก้ปัญหาได้เร็ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนได้มากที่สุด”

อัศนีกล่าวว่า จะเห็นว่าสังคมเมืองมีการเติบโตขึ้นมาเป็นดอกเห็ด โดยไม่ได้มีการวางรากฐานมาก่อนว่าควรจะเป็นไปในทิศทางไหน ขณะที่องค์กรของภาครัฐจะมีข้อจำกัดในการทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ข้อกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งแนวคิด “Hackathon เมือง” จะเข้ามาช่วยในการระดมความคิดเห็น รวดเร็วที่สุดจะเห็นผลภายใน 1-3 วัน ภายใต้กรอบการทำงานของเทศบาลนครเชียงใหม่ที่ต้องมีส่วนร่วมของภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนเมืองในด้านไหนได้บ้าง ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่หลายด้าน

แนวคิด “Hackathon เมือง” จะเป็นกลไกและเครื่องมือใหม่ที่เทศบาลนครเชียงใหม่ในสมัยที่ 2 นี้จะนำมาปรับโฉมการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ เป็นการปรับกรอบความคิดการทำงาน ที่ไม่ใช่มาจาก Top-Down (บนลงล่าง) อีกต่อไป แต่ความคิดเห็นของคนในชุมชนจะต้องมารวมกันตรงกลาง ทำออกมาเป็นโครงการต่าง ๆ ที่มาจากแนวคิดของทุกภาคส่วน

ด้วยเพราะปัจจุบันเชียงใหม่เป็นเมืองที่เติบโตไวมาก อาทิ ในเรื่องระบบขนส่งมวลชนที่ยังไม่มีเครือข่ายที่ชัดเจน แตกต่างจากกรุงเทพมหานครที่พัฒนาระบบขนส่งมวลชนไปได้ค่อนข้างเยอะแล้ว ซึ่งเชียงใหม่มี Gap หลาย ๆ เรื่อง เช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นต้องเข้ามาเติมเต็มและดึงภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดด้วย

ทั้งนี้ Core หลักสำคัญในการบริหารงานสมัยที่ 2 จะมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเมือง โดยนำแนวคิด “Hackathon เมือง” มาเป็นเครื่องมือการทำงานที่สำคัญ กรอบการทำงานจะต้องเปลี่ยนไปด้วย เหมือนที่ตั้งแคมเปญช่วงเลือกตั้งว่า “เชียงใหม่ ใหม่เสมอ” ซึ่งนอกจากการพัฒนาเมืองแล้ว ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวคือ ทั้งคน ทั้งเมือง จะต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

“Hackathon เมือง” จะเป็นภาพใหม่และเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ เป็นการพัฒนาเมืองโดยเสียงของประชาชน ซึ่งในสมัยแรก 4 ปีที่ผ่านมา เป็นการวางรากฐานของบ้านให้แข็งแรงก่อน แต่ในสมัยที่ 2 คือช่วง 4 ปีหลังนี้ จะเห็นการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องจากสมัยแรกที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมถึงโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น อาทิ โครงการเสาไฟลงดินในเขตคูเมืองจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2569, โครงการ Smart Nimman ซึ่งเป็นโครงการที่จะทำต่อเนื่องและเข้างบประมาณปี’69 แล้ว

โดยทีมอาจารย์-นักวิชาการในศูนย์ URC (Urban Recreation Center) ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาออกแบบเมือง ได้มาช่วยกันระดมความคิดเห็นการพัฒนาของย่านแต่ละย่าน นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาประตูช้างเผือกใหม่ โครงการพัฒนาคลองแม่ข่าเฟส 2-3 บริเวณกลางเมืองก็จะดำเนินเสร็จภายในปี 2569 รวมถึงโครงการสร้างศูนย์ Wellness ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต

Sandbox ปั้นเมืองนวัตกรรม

อัศนีบอกต่อว่า การสร้าง Sandbox ในพื้นที่เมือง จะทำให้เชียงใหม่เป็นโมเดลที่แรกของ อปท. ในการขับเคลื่อนการทำงานของเทศบาลนครเชียงใหม่ยุคใหม่ โดยดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเมืองและพัฒนาเมืองไปพร้อม ๆ กัน โดยใช้เวลาเป็นกรอบในการทำงานที่เน้นความรวดเร็วและเห็นการพัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรมเร็วที่สุด ไม่ใช่แค่การพูดแต่ไม่ได้ทำ แต่ต้องเป็นการพูด การระดมความคิดเห็น แล้วทำให้เกิดขึ้นจริง

โครงการแรกของ “Hackathon เมือง” จะเริ่มจากเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายการหาเสียงที่จะมีพื้นที่สำหรับเด็กและเยาวชน โดยจะทำโครงการ E-Sport และโครงการดนตรีของเยาวชน ในพื้นที่ 41 ตารางกิโลเมตรของเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งมีชุมชนอยู่ราว 100 ชุมชน จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ได้ทั้งหมด ซึ่งเด็กและเยาวชนทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน

นอกจากนี้ แนวคิด “Hackathon เมือง” จะสามารถกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณะ (Public Space) โดยโครงการที่นำร่องไปแล้ว คือ 1.การพัฒนาย่านสันป่าข่อย-เจริญเมือง 2.การพัฒนาย่านกาดหลวง ที่ได้ระดมความคิดเห็นจากผู้ประกอบการถึงการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน

ตัวอย่างการพัฒนาย่านสันป่าข่อย-เจริญเมือง ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่า โดยเทศบาลนครเชียงใหม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ในการเปิดให้ใช้พื้นที่ทางเท้าในการจัดกิจกรรมขายสินค้าของคนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ทุกเช้าวันอาทิตย์แรกของเดือน โดยมีการคัดเลือกสินค้าที่จะนำมาขายที่ต้องมีความหลากหลาย มีความเป็น Unique กลายเป็นตลาดนัดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ความเป็นท้องถิ่น

ไม่ว่าจะเป็นของกินพื้นเมืองสูตรดั้งเดิม อาหารสไตล์ใหม่ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของคนในย่านได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังมีงานคราฟต์และของแฮนด์เมดที่สะท้อนตัวตนของชุมชน ทั้งผ้าทอ เครื่องจักสาน ของตกแต่งงานศิลป์ เป็นต้น

โดยทางเทศบาลกำลังจะพัฒนาย่านอื่น ๆ ต่อไป อาทิ ย่านช้างม่อย ย่านล่ามช้าง ย่านนิมมาน โดยในแต่ละย่านอาจมีการใช้พื้นที่แตกต่างกัน โดยก่อนจะเกิดโครงการใดขึ้นมาในแต่ละย่าน จะถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิด Hackathon เมือง ที่มาจากเสียงของผู้ประกอบการในชุมชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ร่วมมือกับบริษัทด้าน Tech หลายบริษัท เพื่อเปิดพื้นที่ Sandbox และการมีส่วนร่วมให้กับบริษัทด้านนวัตกรรม โดยเปิดตัวกิจกรรมการแข่งขันขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่เมืองแห่งนวัตกรรม ระดับนานาชาติครั้งใหญ่แห่งปี ได้แก่ “Hylife Hackathon 2025” และ “Hylife Innovation Excellence Awards 2025” โครงการ Hylife Innovation Excellence Awards 2025 เพื่อยกระดับจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งภูมิภาค และสร้างระบบนิเวศธุรกิจดิจิทัล

พลิกโฉม Smart Nimman

อัศนีบอกด้วยว่า โครงการพัฒนาย่านถนนนิมมานเหมินท์ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของเชียงใหม่ เป็นโครงการนำร่อง Smart City สู่เมืองต้นแบบเมืองอัจฉริยะ โดยนำเสาไฟ-สายไฟลงดิน ปรับปรุงทางเท้า จะดำเนินการเสร็จภายใน 2 ปีนี้ และมีโครงการต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Hackathon เมือง โดยจะนำร่องพัฒนาย่านนิมมานด้วยการใช้ขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าขนาดเล็ก (EV) ซึ่งโครงการนี้เทศบาลนครเชียงใหม่จะร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ Smart Nimman

เพื่อพลิกโฉมให้เป็นย่านแห่งการเดิน และนำรถขนส่งมวลชนให้บริการขนคนที่จะเข้ามาท่องเที่ยวหรือใช้บริการร้านค้าต่าง ๆ ในย่านนี้ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด โดยจะมีจุดจอดรถอย่างน้อย 3 จุด ที่ให้คนที่จะเข้ามาย่านนี้จอดไว้ และใช้บริการระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าขนาดเล็กไปตามจุดต่าง ๆ คาดว่าโครงการจะเกิดขึ้นภายใน 2 ปี หลังจากโครงการเสาไฟลงดินดำเนินการเสร็จเรียบร้อย

ผุดศูนย์ Wellness สู่ชุมชนยั่งยืน

อัศนีกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งนโยบายสำคัญด้านสุขภาวะเมือง ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วย Hackathon เมือง คือ โครงการศูนย์ Wellness เพื่อให้คนในชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ได้มาใช้บริการ พักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกัน ครอบคลุมทั้งการบริการทางการแพทย์ บริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ บริการกายภาพบำบัด บริการนวดแผนไทย บริการฟิตเนส กิจกรรมสันทนาการอื่น ๆ อาทิ กิจกรรมเต้นรำ กิจกรรมเต้นลีลาศ ห้องอ่านหนังสือ ห้องดูหนัง กิจกรรมดนตรี และการเป็นพื้นที่ดูแลและฟื้นฟูด้านจิตใจ กิจกรรมสวดมนต์

รวมถึงการเป็นพื้นที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่ลูกหลานสามารถนำมาฝากไว้ระหว่างวันและมารับกลับบ้านในช่วงเย็น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนทุกกลุ่ม ซึ่งขณะนี้โครงการออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นผู้ออกแบบให้ คาดว่าโครงการจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 โครงการจะตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงนครพิงค์ ติดสะพานรัตนโกสินทร์ บนพื้นที่ 9 ไร่

แนวคิด “Hackathon เมือง” ครั้งนี้ ถือเป็นการรุกเปิดฉากการทำงานที่มุ่งมั่นจะพลิกโฉมเมืองยั่งยืน ที่มุ่งผลงานที่เป็นรูปธรรมยกระดับเทศบาลนครเชียงใหม่จากการเป็น “ผู้ให้บริการ” สู่การเป็น “ผู้สนับสนุนสร้างนวัตกรรมเมือง” ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต โดยสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการกำหนดอนาคตของเมืองเชียงใหม่ที่ยั่งยืน