Next Step “ASB” ขยายธุรกิจเพิ่มรับดีมานด์ตลาดโต
หากกล่าวถึงหนึ่งในโรงเรียนนานาชาติสัญชาติไทยที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนานจะต้องนึกถึง The American School of Bangkok (ASB) ด้วยเดินทางมาถึงปีที่ 35 พร้อมกับ 2 แคมปัสคือ สุขุมวิท 49 และกรีนวัลเล่ย์ (ถนนบางนา-ตราด กม.15) โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลถึงเกรด 12 มีค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 300,000-600,000 บาทต่อปี
เป้าหมายของโรงเรียนแห่งนี้คือต้องการบ่มเพาะนักเรียนให้มีลักษณะนิสัยใน 4 ด้านหลัก คือ นักคิดวิเคราะห์,เป็นผู้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ, มีอิสระในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ เป็นพลเมืองดีของโลก
“ลักขณา ดิษยะศริน” ผู้อำนวยการ The American School of Bangkok (ASB) ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันโรงเรียนมีครูต่างชาติกว่า 150 คน และมีนักเรียนประมาณ 1,000 คน ซึ่งมีความผสมผสานระหว่างเด็กไทยกับเด็กต่างชาติจาก 46 ประเทศ โดย 70% ของนักเรียนที่เรียนจบจะได้ทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศทั้งอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย เป็นต้น
“การสอนของเรามุ่งเตรียมเด็กสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะสอดแทรกทักษะต่าง ๆ ให้กลมกลืนไปกับการเรียน ยกตัวอย่างการลดเลกเชอร์ โดยก่อนเรียนจะให้นักเรียนไปหาข้อมูลมาก่อน แล้วมาถกเถียงกันในห้องเรียน หรือบางวิชาจะให้เด็กโหวตว่าเขาอยากเรียนรู้เรื่องอะไรเพราะเราต้องการให้เด็กมีส่วนร่วมมากที่สุด ได้มีความคิดอิสระ และเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งทำให้เขาเรียนได้ดีในวิชานั้น ๆ”
“ขณะเดียวกัน เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเทรนนิ่งอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งครูไปเวิร์กช็อป หรืองานสัมมนาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อศึกษาแนวทางสอนใหม่ ๆ ตลอดเวลา และนำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ทั้งนี้ หลังจากฟูมฟักโรงเรียนแห่งนี้ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง พร้อมกับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักเรียนและผู้ปกครอง “ลักขณา” จึงวางแผนที่จะขยายธุรกิจเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มมากขึ้น
โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ทุ่มเงิน 90 ล้านบาทในการซื้อบ้านพร้อมที่ดินรวม 70 ตารางวาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับ ASB แคมปัสสุขุมวิท 49 ซึ่งจะรีโนเวตให้กลายเป็นอาคารเรียน เพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่จะเพิ่มขึ้นอีก 100 กว่าคน
ในส่วนของแคมปัสกรีนวัลเล่ย์ ได้เช่าพื้นที่ 2 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด บริเวณทางเข้า ASB สำหรับก่อสร้างศูนย์เด็กเล็กเพิ่มเติม โดยสามารถรับเด็กได้ประมาณ 100 คน คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค. 2562 ซึ่งการขยับมาเป็นศูนย์เด็กเล็กในครั้งนี้ ผอ.ASB ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะต้องการสร้างจุดดึงดูดให้คนสนใจ ASB มากขึ้น ด้วยความที่โลเกชั่นของโรงเรียนไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่
ขณะที่อีกหนึ่งขาสำคัญซึ่งจะช่วยเสริมแกร่ง ASB ให้มีความโดดเด่น และแตกต่างจากโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นคือโรงเรียนสอนกอล์ฟภายใต้ชื่อInternational Preparatory Golf Academy(IPGA) ที่ได้นักกอล์ฟมืออาชีพ PGA จากสหรัฐอเมริกามาเป็นโค้ชโดยตรง ปัจจุบันมีเด็กที่เข้าโปรแกรมนี้ 50 กว่าคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 3 ปีที่ผ่านมาของการก่อตั้งซึ่งเริ่มต้นที่ 3-4 คน
“เราเป็นโรงเรียนเดียวในเอเชียที่มี golf academy ในโรงเรียน เมื่อเรียนจบแล้วจะได้การรับรองจาก ASB และ IPGA เด็กส่วนใหญ่ที่มาเรียนเพราะต้องการได้ทุนเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาต้องการมหาวิทยาลัยมาขอตัวนักเรียนตั้งแต่เกรด 11 ดังนั้น เชื่อว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจำนวนผู้เรียนจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะจุดเด่นตรงนี้จะดึงนักเรียนต่างชาติมาเรียนกับเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน”
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงมุมมองถึงการแข่งขันของตลาดโรงเรียนนานาชาติ “ลักขณา” ให้ความเห็นว่า มีการแข่งขันสูงมาก และมีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้น ASB จะขอแข่งขันกับตัวเองมากกว่า โดยจะรีวิวตลอดว่าโรงเรียนมีช่องว่างด้านใดบ้างที่ต้องเข้าไปเพิ่มเติม หรือเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะด้านวิชาการที่จะต้องอัพเดตให้ทันสมัย และสอดรับกับโลกแห่งอนาคต
สิ่งที่ตามมาคือ การจัดทำวิชา roboticสำหรับเด็กทุกระดับชั้น จากเดิมที่จะเป็นเนื้อหาสอดแทรกเข้าไปกับวิชาอื่น โดยเน้นให้เด็กใช้เทคโนโลยีคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และเรียนรู้แบบ project-based learning พร้อมพลิกการสอนด้วยการให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติก่อนที่จะนำไปสู่การกระตุ้นให้เด็กสร้างทฤษฎีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ (Next Generation Science Standards : NGSS) ของประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับกระบวนการเรียนรู้ของ NGSS มีทั้งหมด 8 แนวปฏิบัติ ได้แก่ การตั้งคำถาม, การกำหนดปัญหา, การพัฒนา, การใช้แบบจำลอง, การวางแผน, การดำเนินการสืบสวน, การวิเคราะห์ และการตีความข้อมูล
โดยการนำ NGSS มาใช้นั้น เป็นเพราะASB ต้องการพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถและศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น ด้วยความเชื่อว่าการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพสูง จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาเชิงลึก และช่วยพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม ซึ่งจะเป็นทักษะติดตัวทั้งการเรียนและการประกอบอาชีพในอนาคต
“โรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดค้น และทดลองในสิ่งที่อยากทำ ถ้าเขามีความคิดที่จะทำโปรเจ็กต์ ๆ หนึ่ง ก็สามารถนำไอเดียไปปรึกษาครูแล้วลงมือทำได้เลย ตอนนี้เด็กของเราสามารถผลิตหุ่นยนต์สำหรับเก็บขยะหรือขวดน้ำได้แล้ว และในอนาคตก็จะมีโปรเจ็กต์อื่น ๆ ที่สเกลใหญ่ขึ้น ทั้งนั้น เพื่อสร้าง ecosystemให้สมบูรณ์ เราจะสร้างตึกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ซึ่งจะออกแบบให้เป็นเหมือนโรงงานเลย สำหรับเป็นพื้นที่ให้เด็กเข้าไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนภายใน 3 ปี”
ด้วยแนวทางขับเคลื่อนเหล่านี้ จะช่วยเสริม “คุณภาพ” ของ “ASB” ให้แข็งแกร่งและโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในตลาดโรงเรียนนานาชาติ