ตลท.พร้อมถอดมาตรการคุมผันผวนก่อน 27 มิ.ย. หากสถานการณ์คลี่คลาย
“อัสสเดช” ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเลิกใช้มาตรการชั่วคราวลดผันผวนก่อนกำหนด 27 มิ.ย.นี้ หากสถานการณ์คลี่คลาย ย้ำไม่กระทบซื้อขาย-มอนิเตอร์ใกล้ชิด เชื่อความผันผวนรอบนี้ไม่รุนแรงเท่าตอนทรัมป์ขึ้นภาษีไทย
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (23 มิ.ย.) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศมาตรการชั่วคราว ปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor ลงครึ่งหนึ่งจาก ± 30% เป็น ±15% และ Dynamic Price Band จากเดิม ±10% เป็น ±5% เพื่อรองรับสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราว ซึ่งกำหนดใช้ถึงวันที่ 27 มิ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม จากที่มอนิเตอร์ตลาดเช้าวันนี้ ราคาน้ำมันบวกขึ้นมาประมาณ 3% และปรับลดลงประมาณ 2% และเมื่อดูตลาดภูมิภาคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ที่เปิดตลาดก่อนไทย ก็ปรับตัวลดลง แต่ไม่สูงมากนัก ซึ่งยังต้องติดตามต่อว่ามาตรการที่ได้นำมาใช้มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน หรือจะถอดถอนได้เมื่อไหร่
แต่เนื่องจากมาตรการที่ใช้ในครั้งนี้มีความแตกต่างจากมาตรการที่ใช้ในช่วงที่เกิดความผันผวนช่วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายขึ้นภาษีไทย 36% ช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศมาตรการชั่วคราวเช่นกัน โดยช่วงต้นเดือนเมษายนมีโอกาสที่อาจเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจโดยตรงได้ แต่ในครั้งนี้ประเมินว่าอาจจะไม่รุนแรงนัก
ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวใช้เพื่อลดความผันผวน ไม่ได้กระทบการซื้อขายโดยตรง ซึ่งหากตลาดไม่ได้มีความผันผวนรุนแรงมากนัก และไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการ รวมถึงผู้ลงทุนมีข้อมูลการตัดสินใจที่เพียงพอ ทางคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้อำนาจผู้จัดการ ตลท. สามารถยกเลิกมาตรการชั่วคราวดังกล่าวได้ก่อนวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ขณะที่หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ทางคณะกรรมการก็พร้อมที่จะปรึกษาหารือ หากหลังจากนี้มีความจำเป็นต้องมีมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติม
“หน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ คืออยากจะลดความผันผวน และช่วยนักลงทุนทุกภาคส่วนให้มีโอกาสที่จะตรึกตรองก่อนการตัดสินใจ ซึ่งในปัจจุบันประเมินค่อนข้างยาก แต่ดูจากข้อมูลจากตลาดทั่วโลก เชื่อเหตุการณ์นี้ไม่ได้ผันผวนเหมือนตอนต้นเมษายนที่ผ่านมา และเชื่อว่ามาตรการที่ใช้เพียงพอและเหมาะสม”
ทั้งนี้ อยากให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยยอมรับว่าความผันผวนมีหลายปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะต้องคำนึงก่อนที่จะตัดสินใจในการลงทุน โดยมองว่าข้อดีของประเทศไทย ไม่ว่าสิ่งไหนจะเกิดขึ้น เชื่อว่าธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ จึงอยากแนะนำนักลงทุนวิเคราะห์ว่าข่าวไหนที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ หรือปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ซึ่งหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหน้าที่สื่อสารให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ตลท.พร้อมถอดมาตรการคุมผันผวนก่อน 27 มิ.ย. หากสถานการณ์คลี่คลาย