เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

22 ปี สพฐ. ‘นฤมล’ สั่งลดภาระครู-ให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์

07 ก.ค. 2568 | 15:35น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครบรอบ 22 ปี พร้อมคิกออฟระบบสำนักงานดิจิทัล

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ สพฐ. ได้เดินหน้าพัฒนาการศึกษาของไทยมาครบ 22 ปีแล้ว สิ่งที่ขอฝาก สพฐ. เรื่องแรกคือเรื่องของการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทราบว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการแล้วในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องทำต่อไปให้เห็นผลอย่างชัดแจ้งในเรื่องการลดภาระงานด้านธุรการ การเงินและพัสดุ

อยากให้ปรับสัดส่วนให้เหมาะสมเพื่อให้ครูมีเวลาดูแลและพัฒนานักเรียนได้อย่างเต็มที่ อีกเรื่องคือการขอวิทยฐานะของข้าราชการครู ทั้งหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องมาทบทวนดูว่าเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างไร ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงเรื่องของหลักสูตร การเรียนการสอน

“ขอเน้นย้ำให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้เรียนรู้ที่มาที่ไปของประเทศชาติเรา รู้หน้าที่ของตนเอง และเข้าใจการมีส่วนร่วมในสังคม ภายใต้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาฯ สพฐ. ครบรอบ 22 ปี ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 สพฐ. ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาฯ เพื่อให้ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัด ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่เป็นพลังขับเคลื่อนของ สพฐ. ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมร่วมกัน

เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในหน่วยงาน รวมถึงมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี 2568 และมอบรางวัลการประกวดบทความ “ความภาคภูมิใจในการเป็นบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี 2568” และในโอกาสอันสำคัญนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 245 เขต ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ก็ได้จัดกิจกรรมคู่ขนาน ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online อย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงออกถึงความร่วมมือ ความพร้อม และความภาคภูมิใจในองค์กรร่วมกัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถือเป็นภารกิจหลักของ สพฐ. และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริม พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยให้มีพื้นฐานการศึกษาที่ดี มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ มีสติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

อีกทั้งการศึกษาของไทยจำเป็นต้องก้าวต่อไป พร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับระบบการศึกษาไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างคนไทยให้มีความรู้และมีคุณภาพ จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

เพราะการศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ สพฐ. จึงมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับการศึกษาสู่มาตรฐานสากล สร้างคุณภาพ สร้างอนาคต สร้างสิ่งที่ดีให้กับคนไทยทุกคนและประเทศชาติในที่สุด

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวท้ายว่า สพฐ. พร้อมเดินหน้าสู่ปีที่ 23 ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นให้เด็กและเยาวชนของไทย เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ มีความรัก ความสามัคคี ตระหนักในหน้าที่ของตน โดยขับเคลื่อนผ่านนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. อย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เน้นย้ำการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นอย่างรอบด้าน สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ด้วยหัวใจที่พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

พร้อมกันนี้ สพฐ. ได้จัดพิธี Kickoff การใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของ สพฐ. อย่างเป็นทางการ ในชื่อระบบสำนักงานดิจิทัล OBEC-DO (OBEC Digital Office) โดยทุกสำนักของ สพฐ. จะใช้ระบบดิจิทัลในการรับ-ส่งงาน เสนองาน ลงนามเอกสารต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล เพื่อลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพ ยกเว้นเอกสารที่จำเป็นยังคงใช้กระดาษตามเหมาะสม โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป