กรมการค้าต่างประเทศ เผยจากการปิดดีลของเวียดนาม-อินโดนีเซีย ภาษีกับสหรัฐ ยังประเมินผลกระทบไม่ได้ ต้องดูรายละเอียด ส่วนไทยชงข้อมูลถิ่นกำเนิดสินค้าให้ทีมเจรจาแล้ว เอกชนที่ส่งออกมันสำปะหลังไทยคาดกระทบหากถูกเก็บภาษี
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศปิดดีลเจรจาภาษีกับอินโดนีเซีย โดยเรียกเก็บที่อัตรา 19% ว่า ยังไม่เห็นอัตราภาษีสำหรับสินค้า Transshipment จึงยังไม่รู้ว่าจะมีสินค้าใดบ้างขณะที่ อัตราภาษีของไทยอยู่ระหว่างการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป ขณะนี้อยู่ในเฟสท้าย ๆ แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุป เร็ว ๆ นี้ ดังนั้น จึงยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ ว่าจะเสียเปรียบการแข่งขัน ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนออกมาก่อน
ทั้งนี้ อัตราภาษีขั้นสุดท้ายของไทยจะทำให้ไทยแข่งขันกับคู่แข่งเวียดนาม และอินโดนีเซียได้หรือไม่ได้นั้น คงไม่ได้พิจารณาเฉพาะอัตราภาษีสุดท้ายที่ไทยถูกเก็บว่าจะมากหรือ น้อยกว่าคู่แข่ง แต่ต้องดูด้วยว่า สัดส่วนสินค้าเวียดนามที่ส่งออกไปยังสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าส่งออกปกติ หรือเป็นสินค้าประเทศอื่นที่ส่งออกผ่านเวียดนาม (สวมสิทธิ) หากส่วนใหญ่เป็นสินค้าสวมสิทธิก็จะต้องเสียภาษีสูงในอัตรา 40% ไม่ใช่ 20%
“การเจรจาในส่วนที่กรมเกี่ยวข้องกับการเจรจากับสหรัฐ คือ การจัดทำข้อมูลถิ่นกำเนิดสินค้าของสินค้าไทย ที่ส่งออกไปสหรัฐ ตามกฎการใช้สัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในภูมิภาค (Regional Value Content : RVC) ซึ่งเป็นการใช้สัดส่วนวัตถุดิบในประเทศไทย (Local Content) และในภูมิภาค รวมถึงจากสหรัฐ โดยปัจจุบัน สหรัฐ ไม่ได้กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบแบบ RVC เลย ซึ่งต่างจากการส่งออกไปประเทศอื่น เช่น อาเซียน ที่กำหนดสัดส่วนการใช้ RVC ไว้ที่ 40%”
อย่างไรก็ตาม คาดว่า การเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากไทย อาจใช้โมเดลเดียวกับของเวียดนาม ที่กำหนดเป็น 2 อัตรา คือ สินค้าที่ผลิตจากไทย และสินค้าเปลี่ยนถ่ายลำเรือในไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐ ห่วงว่า อาจมีการนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นมาแอบอ้างถิ่นกำเนิดไทยส่งออกไปสหรัฐ และขณะนี้เป็นช่วงท้ายของการเจรจา ซึ่งนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา ได้พยายามเจรจาอย่างเต็มที่ และสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเรา หรือสิ่งที่เราเสนอให้สหรัฐ เชื่อมั่นว่า จะทำให้เจรจาได้ คาดว่า จะเจรจาจบก่อนวันที่ 1 ส.ค. 2568 แน่นอน
นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผยถึงผลกระทบด้านการส่งออกมันสำปะหลัง หากสหรัฐอเมริกาประกาศภาษีนำเข้าไทยในอัตรา 36% ว่า ปัจจุบันไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคือ แป้งมันสำปะหลังดิบและสารให้ความหวาน ไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาประมาณ 1 แสนตัน/ปี มูลค่าราว 60 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ผ่านสหรัฐ ไม่ได้เก็บภาษีนำเข้าจากไทย หากครั้งนี้มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐ แน่นอน หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ
ทั้งนี้ภาคเอกชนและรัฐบาลจะต้องเร่งหามาตรการรับมือ เดินหน้าเปิดตลาดใหม่ ๆ ทดแทนตลาดสหรัฐอเมริกา เช่น มาเลเซีย ตะวันออกกลาง รวมทั้งรักษาปริมาณการส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ครองส่วนแบ่งราว 50-60% ของการส่งออกทั้งหมด นอกจากนี้ จะต้องเร่งพัฒนาผลผลิตต่อไร่ ให้สูงขึ้น จากเดิม 2-3 ตัน/ไร่ เป็น 5-6 ตัน/ไร่ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน