เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้ชนะ ฟุตบอลโลกนอกสนาม
สามัญสำนึก ผู้ชนะ ฟุตบอลโลกนอกสนาม
พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนตก 60 – 80%
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนตก 60 – 80%
“ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
เศรษฐกิจภูมิภาค “ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
Finance ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
ดูทั้งหมด

“ผัก นม ไข่ ลูกหลานโตสมวัยไม่อ้วนเตี้ย”

08 ส.ค. 2560 | 14:48น.

โดย แพทย์หญิงนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข   

ในยุคสมัยที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการบริโภคอาหาร จนทำให้เกิดภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องมีภาวะโภชนาการที่สมดุลเพื่อให้เติบโตได้สมวัย ดังนั้นการได้รับอาหารที่เพียงพอและมีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลย

เรื่องอาหารและโภชนาการในระดับสากลนั้น องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) กำหนดให้วันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันอาหารโลก เพื่อกระตุ้นให้นานาประเทศเห็นความสำคัญ เรื่องอาหาร-การพัฒนา-การร่วมกันต่อสู้กับความอดอยาก หิวโหย ทุพโภชนาการ และความยากจน ล่าสุดในปี 2557 FAO และ WTO ได้ร่างปฏิญญาสากลขึ้น ซึ่งทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของ UN จะต้องเข้ามารับรองว่า ถึงแม้ขณะนี้จะมีปัญหาเรื่องโภชนาการด้านขาด ยังมีปัญหาการกินอย่างไม่เหมาะสม ทำให้มีภาวะโภชนาการเกิน ต้องมีการประกาศเพื่อยุติปัญหาด้านโภชนาการทั้งขาดและเกินในทุกรูปแบบ ซึ่งในกระแสโลกเวลานี้ก็ยังคงเป็นปัญหาที่ทุกๆประเทศต้องใส่ใจดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อขจัดปัญหานี้ให้หมดไป

 

สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยมีหน้าที่ส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมาโดยตลอด ด้วยการวางเป้าหมายการดูแลคนไทยตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ หรือที่บางคนเรียกว่า “ตั้งแต่เชิงกรานไปจนถึงเชิงตะกอน” โดยเน้นเรื่องส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย ซึ่งรวมถึงโภชนาการเป็นสำคัญเพราะถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ถูกต้องและเหมาะสม หากแม่อุ้มท้องได้รับโภชนาการที่ดีตั้งแต่เตรียมตัวก่อนอุ้มท้อง ตลอดการอุ้มท้อง จะทำให้เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักแรกเกิดเหมาะสมตลอดจนพัฒนาการที่ดี และพร้อมที่จะได้รับอาหารที่เหมาะสม นับตั้งแต่นมแม่ อาหารตามวัย รวมไปถึงเมื่อเข้าสู่วัยเรียนการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพด้านโภชนาการเหมาะสมในโรงเรียน และเมื่อเข้าสู่วัยทำงานสามารถเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ปริมาณเหมาะสมได้ เป็นประชากรไทยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

นอกจากนี้รัฐบาลเห็นความสำคัญจัดตั้งคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการด้านอาหาร 4 ด้านได้แก่ ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ คุณภาพอาหาร ความปลอดภัยอาหารและอาหารศึกษา ซึ่งมีการจัดทำ พรบ.คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ พ.ศ. 2551 เพื่อเชื่อมโยงการทำงาน 11 กระทรวง 30 กว่าหน่วยงาน มีเป้าหมายให้ประชาชนในประเทศเข้าถึงอาหารทีมีอย่างเพียงพอ อาหารมีความปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมตามวัย เพื่อการมีสุขภาวะที่ดี

หากย้อนกลับไปดูข้อมูลตั้งแต่ปี 2535 จะเห็นว่าเด็กๆในสมัยนั้นต่างหิ้วปิ่นโตข้าวไปโรงเรียน การสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนในยุคนั้นมีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด คือมีลักษณะผอมและเตี้ยมาก รัฐบาลจึงมีนโยบายที่กำหนดเป็นวาระแห่งชาติว่า เด็กนักเรียนโดยเฉพาะระดับประถมศึกษาจะต้องได้รับอาหารกลางวันที่เหมาะสม โดยรัฐบาลตั้งงบประมาณให้เป็นรายปี เพื่อให้เด็กนักเรียนทุกคนที่อยู่ในชั้นประถมศึกษาจะต้องได้รับอาหารกลางวันที่โรงเรียนจัดให้ แรกเริ่มได้แค่ 6 บาทต่อคนต่อวัน ต่อมาปรับเป็น 13 บาทต่อคนต่อวัน และล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2556 มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 20 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งเงินจำนวนนี้รวมค่าการจัดการต่างๆไว้แล้ว จากการคำนวณพบว่าเด็กจะได้รับอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม

เรื่องของคุณค่าอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากจะแก้ปัญหาอาหารที่เด็กได้รับยังไม่เพียงพอ โดยให้มองในเรื่องของวัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีประโยชน์ อย่างเช่น ไข่ไก่ โดยคณะกรรมการสำรวจและประเมินผลโครงการอาหารกลางวันนักเรียนที่รัฐบาลให้การสนับสนุน สรุปว่าควรส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ทานไข่ สัปดาห์ละ 3 ฟองที่โรงเรียน เพราะผลจากการประเมินพบบางโรงเรียนจัดเมนูไข่น้อยเกินไป ครั้งละไม่ถึง 1 ฟอง สัปดาห์ละไม่ถึง 2 วัน ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อยากสนับสนุนให้ “เด็กทุกวัย กินไข่ทุกวัน วันละหนึ่งฟอง” โดยโรงเรียนควรใช้เงินในโครงการอาหารกลางวัน ให้เด็กนักเรียนทานไข่ที่โรงเรียนสัปดาห์ละ 3 ฟอง รวมไปถึงคุณพ่อ คุณแม่ก็ต้องให้เด็กทานไข่อีก 4 ฟองต่อสัปดาห์ที่บ้านด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนไทย ขาดแคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ และหากดูข้อมูลจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็พบว่าเด็กนักเรียนได้รับอาหารไม่เพียงพอเช่นกัน ซึ่งไข่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย และมีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีมีคุณภาพ และยังเป็นแหล่งของวิตามินเอ วิตามินบีต่างๆ แคลเซียม ธาตุเหล็ก โฟเลท และไอโอดีนด้วย เนื่องจากผู้ประกอบการอาหารสัตว์ของไทย ทำสูตรอาหารที่มีไอโอดีนให้ไก่กินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จึงอยากฝากถึงผู้ใหญ่ใจดีให้มาช่วยกันสร้างสุขภาพเด็กไทยให้เติบโตสมวัย โดยเฉพาะท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นคนถืองบประมาณโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา ควรจัดสรรงบให้โรงเรียนโดยไม่ล่าช้า เพื่อใช้จัดการอาหารกลางวันได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งควรมีไข่ไก่ 3 ฟองต่อสัปดาห์ เพื่อให้เด็กแข็งแรงได้รับสารอาหารเพียงพอ ส่วนกรมปศุสัตว์ควรดูแลเกษตรกรให้สามารถผลิตไข่ไก่ปลอดภัยเข้าสู่โรงเรียน และกระทรวงพาณิชย์ ต้องดูแลเรื่องราคาและการกระจายไข่ไก่ไปได้ทั่วถึงทุกพื้นที่

เรื่องไข่นี้ยังมีประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับคอเรสเตอรอลในไข่ ซึ่งสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ร่วมกับสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ตั้งคณะกรรมการไขข้อข้องใจด้านอาหารและโภชนาการขึ้น พิจารณาประเด็นคำถามยอดฮิต 8 กลุ่มรวมถึงเรื่องไข่ด้วย โดยคณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งที่เป็น แพทย์ นักโภชนาการ ที่มีประสบการณ์ทั้งกับคนไข้ การให้คำแนะนำ รวมถึงงานวิจัยต่างประเทศ โดยสรุปได้ว่า “สามารถกินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย ตั้งแต่ ทารก เด็กวัยเรียน วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ รวมไปถึงผู้สูงอายุ” ยกเว้นผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง จะต้องจำกัดให้กิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ ร่วมกับการจำกัดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงด้วย

นอกจากไข่แล้ว อาหารที่จำเป็นต่อเด็กก็คือ นม ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมที่ดีมาก ถ้าเปรียบเทียบกับนมถั่วเหลืองแม้จะมีโปรตีน แต่แคลเซียมในนมถั่วเหลืองมีน้อย เพราะหายไปกับกาก สำหรับคนที่แพ้นมวัวสามารถดื่มนมถั่วเหลืองแทน แล้วทานอาหารให้ได้แคลเซียมเพิ่มเติมจากแหล่งอาหารอื่น เช่น เต้าหู้แข็ง ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียวเข้ม เช่นผักคะน้า เป็นต้น ดีกว่าการได้รับ แคลเซี่ยมในรูปแบบยาซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ ที่ดูดซึมได้ไม่ดี และจะตกตะกอนอยู่ในลำไส้ ขับออกมาทางอุจจาระ และอีกสูตรเด็ดที่อยากแนะนำ คือ สูตรกล้วยน้ำว้า 1 ใบ ไข่ 1 ฟอง นม 1 กล่อง สำหรับเด็กที่หย่านมแม่แล้ว ควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว เพราะถ้ามากเกินไปจะทำให้เด็กไม่อยากทานข้าว ทำให้ได้รับอาหารและมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม

สุดท้ายขอแนะนำสูตรเด็ดของการมีสุขภาพดี โดยการ “ลดหวาน มัน เค็ม เติมผักและผลไม้” ด้วยหลัก 6:6:1 โดยแต่ละวันควรบริโภค น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา เกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา เพียงทำตามคำแนะนำทั้งหมดนี้ สุขภาพที่ดีก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากอย่างแน่นอน