Skip to content

4 STEP ผ่อนบ้าน ผสานเทคนิคให้ถึงฝัน

30 ก.ค. 2568 | 16:40น.
4 STEP ผ่อนบ้าน ผสานเทคนิคให้ถึงฝัน
บทความ : สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

ในชีวิตคนหนึ่งคน การที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นหนึ่งในความฝันอันสูงสุด และความฝันนี้ก็ตามมาด้วยภาระหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดเช่นกัน หลายคนจึงบากบั่นทำงานหนักเพื่อให้ภาระนี้หมดไปให้เร็วที่สุด บทความนี้จึงขอนำเสนอวิธีที่จะช่วยเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนการเงินในการซื้อบ้าน

1.จำนวนเงินในการผ่อนต่อเดือน

หลังจากเราเลือกบ้านในฝันได้แล้ว การประเมินค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับกำลังเงินที่มีจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพื่อจะไม่ให้กระทบกับสภาพคล่องทางการเงิน เพราะแน่นอนที่สุดว่าการผ่อนบ้านจะกลายเป็นรายจ่ายประจำเดือนที่เราต้องแบกรับไว้

2.ผ่อนอย่างสม่ำเสมอ

ความสม่ำเสมอในการผ่อน ถือเป็นการรักษาเครดิตของตัวเอง และยังช่วยเรื่องไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่จะถูกทบในการผ่อนไม่ตรงเวลา

3.เร่งสปีดลดต้น

หลังจากที่เราสามารถผ่อนบ้านในฝันของเราได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่จะทำให้ภาระก้อนนี้หมดไปได้เร็วมีสองอย่างคือ

ผ่อนเกินค่างวด ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องผ่อนเยอะกว่าค่างวดปกติมากมาย เงินส่วนนี้จะเป็นเงินส่วนที่ไปลดเงินต้นโดยตรงทำให้ระยะเวลาในการผ่อนสั้นลงได้

โปะด้วยเงินก้อน สิ่งนี้จะเป็นการเร่งสปีดระยะเวลาการผ่อนอย่างชัดเจน เราอาจจะเอาเงินโบนัส เงินจากรายได้พิเศษ หรือแม้กระทั่งเงินออมมาโปะตรงนี้ก็ยังได้

4.ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

รูปแบบดอกเบี้ยบ้านจะเป็นแบบ MRR (Minimum Retail Rate) คืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารใช้ในการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย ถ้าในปีต่อ ๆ ไปมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดนโยบายของแต่ละธนาคาร เช่น จากเดิม 3% แต่เมื่อผ่านไป 3 ปีกลับเป็น 6.5% ทำให้เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีก และเงินส่วนมากที่ผ่อนไปก็จะไปเป็นการจ่ายดอกเบี้ยซะด้วย ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้จะมีสองรูปแบบคือ

  • Refinance เป็นการย้ายหนี้จากธนาคารเดิมไปธนาคารอื่น ที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่ก็ควรต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และอาจจะต้องเสียค่าปรับหากมีการไถ่ถอนก่อนกำหนด
  • Retention เป็นการปรับโครงสร้างหนี้และดอกเบี้ยใหม่ให้มีอัตราลดลงจากธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่ ก็จะลดความยุ่งยากในการดำเนินการ และยิ่งหากเรามีประวัติการผ่อนที่ดีก็อาจได้รับการพิจารณาให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำได้

ทั้งนี้ไม่ว่าจะ Refinance หรือ Retention ต่างมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน เราสามารถตัดสินใจเลือกโดยพิจารณาจากเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละธนาคาร และความคุ้มค่าจากอัตราดอกเบี้ยที่เราได้รับ

การซื้อบ้านเป็นหนี้ระยะยาวหลักสิบปีขึ้นไป การไม่สร้างหนี้ระหว่างทางก็เปรียบเหมือนการไม่สร้างภาระหนี้เพิ่ม สุดท้ายเราจะได้มีความสุขกับบ้านในฝันของเราอย่างไร้หนี้ ปลอดโปร่งโล่งสบาย

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทยได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th