ภาพประชาชนมุงดูถนนทรุดตัว หน้าวชิรพยาบาล สมาคมข่าวออนไลน์ตรวจสอบแล้ว เป็นภาพ AI โปรดอย่าแชร์ต่อ
จากกรณีที่มีการแชร์ภาพกลุ่มประชาชนยืนมุงดูเหตุการณ์ถนนทรุดด้านหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลนั้น สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ตรวจสอบแล้ว พบว่าภาพดังกล่าวสร้างโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI โดยตรวจสอบด้วย SynthID Detector พบว่าเป็นภาพ AI มีลายน้ำดิจิทัล 3 ใน 4 ของภาพ
สำหรับ SynthID Detector เป็นหนึ่งในระบบที่ช่วยในการตรวจสอบคอนเทนต์ว่าถูกสร้างขึ้นจาก AI ของ Google หรือไม่ โดยตรวจสอบผ่าน SynthID ลายน้ำดิจิทัลที่ฝังอยู่ในเนื้อหา โดยหากพบลายน้ำ ระบบจะแสดงส่วนของเนื้อหาที่มีโอกาสสูงว่าจะถูกสร้างโดย AI ของ Google
และลายน้ำ SynthID นี้จะถูกฝังอยู่ในเนื้อหาที่สร้างโดยโมเดล AI ของ Google เช่น Gemini, Imagen, Lyria, Veo และสามารถตรวจหาได้ แม้จะมีการแก้ไขหรือดัดแปลงแล้ว
ทั้งนี้ เหตุการณ์ถนนทรุดบริเวณหน้าวชิรพยาบาล เริ่มมีการรายงานเมื่อช่วงเวลา 07.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 โดยที่เกิดเหตุเป็นถนนทรุดตัวขนาดใหญ่ เป็นหลุมกว้าง 30×30 เมตร ลึก 50 เมตร ทรุดตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งบริเวณหน้าโรงพยาบาลและหน้าสถานีตำรวจสามเสน
หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงเหตุผิวจราจรทรุดตัวบริเวณหน้าวชิรพยาบาล ถ.สามเสน เขตดุสิตว่า จุดเกิดเหตุคือบริเวณไซต์งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์รถไฟฟ้ากับสถานี ส่งผลให้เกิดการยุบตัวของดิน และท่อประปาขนาดใหญ่ชำรุด มีดินไหลเข้าพื้นที่ก่อสร้าง และมีน้ำรั่วไหลเข้าสถานี เบื้องต้น กทม. การประปานครหลวง (กปน.) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ตัดน้ำ-ไฟ เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว
นอกจากนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ ประกอบด้วย
-
- ตัดน้ำประปาและจัดระบบจ่ายน้ำสำรองให้ประชาชนในพื้นที่
- ตัดกระแสไฟฟ้าและสายไฟโดยรอบเพื่อความปลอดภัย
- อุดรอยรั่วของอุโมงค์ที่ทำให้ดินไหลเข้าสถานี
- ประเมินความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ
- ติดตั้งระบบมอนิเตอร์ ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และตรวจสอบการเคลื่อนตัวของดิน
- ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารหลักใกล้เคียง
- จัดการจราจรโดยประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากจะต้องมีการใช้งานต่อไป ซึ่งไม่เหมือนกับอาคาร สตง. ที่ถล่มลงมาทั้งหมด ที่เราสามารถปิดจ็อบ และดูเรื่องของการค้นหา แต่ส่วนนี้เป็นส่วนที่ชำรุดเสียหายซึ่งเราต้องเร่งบูรณะ และเชื่อมต่อเพื่อให้โครงการสามารถใช้งานต่อไป ส่วนทางด้านเทคนิคยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องเป็นเจ้าภาพ ในการรวบรวมนักวิชาการ และมีความรู้ด้านเทคนิคการเจาะอุโมงค์ใต้ดินเพื่อเร่งหาสาเหตุ
ส่วนกำหนดการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ทราบ ขออย่าเพิ่งถามรายละเอียด และต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยสนับสนุนแน่นอน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สัปดาห์นี้สถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติได้หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ต้องมีการเร่งคืนสภาพ และแก้ไขความเสียหายให้เร็วที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เชื่อมต่อกัน ตนก็เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่เร็ว เพราะกว่าจะซ่อมแซมโครงสร้างอุโมงค์เชื่อมต่อกลับไปใหม่ได้ ก็อาจจะใช้เวลา อย่างต่ำก็ 1 ปี
