พิพัฒน์ ขอ 2 สัปดาห์ ศึกษา “รถไฟฟ้า 20 บาท” ไปต่อหรือไม่
พิพัฒน์ รัชกิจประการ
พิพัฒน์เข้ากระทรวงคมนาคมวันแรก เผย “รถไฟฟ้า 20 บาท” ต้องนำเข้า ครม.อีกครั้ง สายสีแดง-สายสีม่วงกลับไปจ่ายอัตราปกติ ตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ พร้อมขอเวลา 2 สัปดาห์หลังแถลงนโยบาย เดินหน้าโครงการต่อหรือไม่ ควบคู่ทำมาตรการลดค่าเดินทาง
ที่อาคารราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังแถลงนโยบายต่อผู้บริหารและข้าราชการของกระทรวงคมนาคม ว่าเรื่องแรกสำหรับมาตรการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง 20 บาทตลอดสาย ว่าจะมีการสานต่อหรือไม่นั้น
เดิมทีจะมีกำหนดสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดก่อนได้มีมติขยายมาตรการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จึงจำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา ครม.อีกครั้ง เพราะต้องศึกษาให้รอบด้าน เพื่อให้เกิดความรอบคอบและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
โดยในระหว่างการพิจารณา ประชาชนจะต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราปกติไปก่อน ซึ่งเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้วเสร็จ เพื่อประกาศมาตรการที่ชัดเจนให้ประชาชนทราบ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 29-30 กันยายน 2568
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตนขอให้ประชาชนใจเย็น โดยย้ำว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่รถไฟฟ้าเท่านั้น แต่จะพิจารณาให้ครอบคลุมการเดินทางในทุกมิติ ทั้งรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) และที่สำคัญคือค่าผ่านทางด่วน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนในภาพรวม
ชูมาตรการลดค่าเดินทาง ควบคู่เมกะโปรเจ็กต์
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ภายในระยะเวลา 4 เดือนจากนี้ ประชาชนจะได้เห็นมาตรการเร่งด่วนด้านการลดภาระค่าครองชีพ โดยกระทรวงคมนาคมจะจัดทำเป็นชุดมาตรการพิเศษครอบคลุมการเดินทางทุกระบบ ไม่เพียงเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า แต่ยังมีแนวโน้มขยายผลไปยังเส้นทางอื่นเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ค่าผ่านทางพิเศษและทางด่วน ค่าโดยสารรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงค่าเรือโดยสารสาธารณะ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งหมดนี้จะต้องหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ก่อนนำเสนอเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ย้ำว่าภายใน 2 สัปดาห์หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะมีความชัดเจน พร้อมประกาศใช้มาตรการเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมทันที เพื่อให้ประชาชนสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์โดยตรง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนของโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่เหลือ ตนยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ทั้ง 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ สายอีสาน (นครราชสีมา-หนองคาย) สายเหนือ (นครสวรรค์-เชียงใหม่) และสายใต้ (ชุมพร-ปาดังเบซาร์) ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถนำเข้า ครม.ได้ภายใน 4 เดือนนี้อย่างแน่นอน และสำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ตนและทางกระทรวงขอเวลาศึกษาในรายละเอียดอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อ แม้จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน เพื่อพัฒนาการเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เร่งแก้ที่ดินเขากระโดง ฟ้องดำเนินคดีทุกราย
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องที่ดินเขากระโดง เบื้องต้นตนได้มีหารือกับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ตนอยากแจงให้ชัดเจนว่า เป็นหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่จะดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ดินทั้ง 995 แปลงทุกราย โดยจะฟ้องเป็นรายแปลงเพื่อนำที่ดินกลับคืนมาเป็นของรัฐตามคำสั่งศาล ยืนยันว่าไม่ใช่การฟ้องรวบ และยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดอย่างแน่นอน แม้ตนจะมาจากพรรคภูมิใจไทยก็ตาม