เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ หวัง 153 นักธุรกิจไทยเยือนจีน สร้างโอกาสลงทุน ลั่น รบ.จะเป็น “กำแพง” หนุน
Politics นายกฯ หวัง 153 นักธุรกิจไทยเยือนจีน สร้างโอกาสลงทุน ลั่น รบ.จะเป็น “กำแพง” หนุน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.15% อยู่ที่ 63,913 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.15% อยู่ที่ 63,913 เหรียญสหรัฐ
จับตาปลด ‘ประธาน กสทช.’ เขย่าองค์กรสะเทือนบิ๊กดีลโทรคมนาคม
Tech จับตาปลด ‘ประธาน กสทช.’ เขย่าองค์กรสะเทือนบิ๊กดีลโทรคมนาคม
อนุทิน ขนทัพนักธุรกิจเยือนจีน ดึงลงทุน หุ่นยนต์ AI – Data Center
Politics อนุทิน ขนทัพนักธุรกิจเยือนจีน ดึงลงทุน หุ่นยนต์ AI – Data Center
บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
Economic บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
ดูทั้งหมด

ผันเงินกองทุนไฟฟ้าช่วยชุมชน

12 ก.ค. 2561 | 19:34น.

2.3พันล้าน-กกพ.เร่งยกร่างคุมIPS กกพ.เร่งจัดทำแผนอนุมัติงบฯกองทุนพัฒนาฯปี”62 ก่อนกระจายงบฯลงพื้นที่ส่วน กม.จัดระเบียบผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย ทำหนังสือส่งให้กับรัฐมนตรีพลังงานพิจารณา ก่อนเสนอเข้าสู่คณะกรรมการ กพช.พิจารณาเห็นชอบบังคับใช้ต่อไป

นางปัจฉิมา ธนสันติ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการชุมชนรอบโรงไฟฟ้าขนอมจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมาว่าขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติวงเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อการพัฒนา หรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า กระจายเข้าสู่ชุมชนเพื่อพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป

ล่าสุดคณะกรรมการ กกพ.ได้กรอบวงเงินงบประมาณเบื้องต้น2,300 ล้านบาทในปี 2562 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนในภาพรวมให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะอนุมัติงบฯลงพื้นที่ต่อไป คาดว่าภายในวันที่ 30 กันยายน 2561นี้จะสรุปได้ ส่วนงบประมาณปี 2561 ได้กรอบงบประมาณ 2,600 ล้านบาทโดยแบ่งกระจายให้กับชุมชนรอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศและดำเนินการตามภารกิจของ กกพ. และปัจจุบันโรงไฟฟ้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนมีอยู่ทั้งสิ้น 356 แห่ง สำหรับพื้นที่ที่จะเข้าข่ายในการรับเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ได้แบ่งกองทุนออกเป็น 3 ประเภท คือ

1.กองทุนประเภท ก.มีปริมาณการผลิตไฟฟ้ามากกว่า5,000 ล้านหน่วยต่อปี ปริมาณเงินที่ได้รับมากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี และมีรัศมีของพื้นที่ประกาศ (เฉพาะโรงไฟฟ้าใหม่)5 กิโลเมตร มีคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจำนวนไม่ต่ำกว่า 15 คน และไม่เกินกว่า 35 คน และมีคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล จำนวน17 คนขึ้นไป ปัจจุบันมี 13 กองทุน

2.กองทุนประเภท ข. มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 5,000 ล้านหน่วยต่อปี ปริมาณเงินที่ได้รับประมาณ1-50 ล้านบาทต่อปี และมีรัศมีของพื้นที่ประกาศ 3 กิโลเมตร มีคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจำนวนไม่ต่ำกว่า 15 คน และไม่เกินกว่า 35 คน ปัจจุบันมี 55 กองทุน และ 3.กองทุนประเภท ค. มีปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 100 ล้านหน่วยต่อปี ปริมาณเงินที่ได้รับไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี และมีรัศมีของพื้นที่ประกาศ 1 กิโลเมตร มีตัวแทน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลจำนวน 3 คน ปัจจุบันมี 288 กองทุน

อย่างไรก็ดี การดำเนินงานของ กกพ.เริ่มจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาชุมชนตั้งปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีโครงการที่ได้รับการพัฒนาไปแล้ว 40,822 โครงการ มูลค่างบประมาณที่ใช้ 15,303.35 ล้านบาทแบ่งเป็นงบประมาณบริหารจัดการ 1,521.45 ล้านบาท และงบประมาณโครงการชุมชน 13,781.90 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินงานโครงการชุมชน ซึ่งโครงการที่เสนอนั้นริเริ่มจากชุมชนคิดขึ้นมาและเสนอตามขั้นตอนก่อนมีการอนุมัติงบฯลงพื้นที่

นางปัจฉิมากล่าวอีกว่า กกพ.ได้ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อขอให้ออกร่างพระราชกฤษฎีกา “กำหนดประเภทขนาดและลักษณะของกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. …” และจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาต่อไป โดยร่างกฎหมายใหม่นี้จะกำหนดให้ขยายกรอบหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าให้ครอบคลุม

กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยที่มีขนาดตั้งแต่200 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ที่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าด้วย จากเดิมผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กตั้งแต่ 200 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ไม่ต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าเพียงแค่มาจดแจ้งกับ กกพ.เท่านั้น โดยกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บข้อมูลผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยได้ทั้งหมด เพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการดูแลความมั่นคงไฟฟ้าทั้งประเทศได้ โดยเมื่อผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า จะส่งผลให้ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และในอนาคตอาจต้องส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าด้วยซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำเงินไปพัฒนาชุมชนต่อไป ปัจจุบันมีผู้ผลิตไฟฟ้าที่ต่ำกว่า 1 เมกะวัตต์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) และกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า 200 กิโลวัตต์ที่มีประมาณ 300 ราย ซึ่ง กกพ.จะพยายามจัดเก็บข้อมูลกลุ่มดังกล่าวให้อยู่ในระบบต่อไป