เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 64,700 บาท
‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
Economic ‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
Economic ‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
Economic อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
“วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026
ICS Lifestyle Complex ชวนอิ่มคุ้มทุกวันธรรมดา รับคูปองแทนเงินสด 50 บาท
Business ICS Lifestyle Complex ชวนอิ่มคุ้มทุกวันธรรมดา รับคูปองแทนเงินสด 50 บาท
‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
Economic ‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
เช็กด่วน 1.39 แสนรายไม่ผ่านบัตรคนจน เหตุมีชื่อเป็นหุ้นส่วน-กรรมการบริษัท
Economic เช็กด่วน 1.39 แสนรายไม่ผ่านบัตรคนจน เหตุมีชื่อเป็นหุ้นส่วน-กรรมการบริษัท
คลังจ่อชง ครม.พรุ่งนี้ โยกผู้หลุดสิทธิใช้ 60/40 กว่า 6 ล้านคน เตรียมถกบอร์ดปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Finance คลังจ่อชง ครม.พรุ่งนี้ โยกผู้หลุดสิทธิใช้ 60/40 กว่า 6 ล้านคน เตรียมถกบอร์ดปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ประธาน FIFA ต้องบินกี่ไมล์? ทำไมระยะทางเกือบ เป็น 3 เท่าของเส้นรอบวงโลก
Sport ประธาน FIFA ต้องบินกี่ไมล์? ทำไมระยะทางเกือบ เป็น 3 เท่าของเส้นรอบวงโลก
ดูทั้งหมด

Nobel 2025 ความลับ “กลไกควบคุมภูมิคุ้มกัน” หยุดโรคทำลายตัวเอง

07 ต.ค. 2568 | 13:05น.

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานผิดพลาด มันอาจกลายเป็นศัตรูของร่างกายเอง แต่การค้นพบ “เซลล์ภูมิคุ้มกันควบคุมตัวเอง” (Regulatory T Cells) โดยสามนักวิทยาศาสตร์ผู้คว้าโนเบลปี 2025 คือกุญแจที่ไขความลับนี้ได้สำเร็จ สู่ความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองทั่วโลก

รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ปี 2025 ถูกมอบให้กับนักวิทยาศาสตร์สามคน ได้แก่

แมรี บรันโคว์ (Mary Brunkow), เฟรด แรมส์เดลล์ (Fred Ramsdell) และ ชิมอน ซาคากูจิ (Shimon Sakaguchi) ผู้ค้นพบเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดพิเศษที่ทำหน้าที่ยับยั้งไม่ให้ร่างกายโจมตีตัวเอง

การค้นพบนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการภูมิคุ้มกันวิทยา เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่” ในการทำความเข้าใจว่า ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์รู้ได้อย่างไรว่า เมื่อใดควรสู้ และเมื่อใดควรหยุด

ทั้งสามคนจะแบ่งปันเงินรางวัลรวม 11 ล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากคณะกรรมการรางวัลโนเบล โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อการค้นพบที่เกี่ยวข้องกับกลไกความทนทานของภูมิคุ้มกันรอบนอก (Peripheral Immune Tolerance)”

การค้นพบที่เปลี่ยนความเข้าใจต่อภูมิคุ้มกัน

ศาสตราจารย์มารี วาเรน-เฮอร์เลเนียส แพทย์โรคข้อและกรรมการรางวัลโนเบลจากสถาบันคาโรลินสกา กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า

“ทั้งสามได้มอบองค์ความรู้พื้นฐานที่สุดให้แก่วงการการแพทย์ ว่าระบบภูมิคุ้มกันของเราถูกควบคุมอย่างไร เพื่อให้สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคทุกชนิดโดยไม่ทำร้ายตัวเอง”

ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่เหมือนกองทัพที่คอยปราบศัตรูภายในร่างกาย แต่ในบางกรณี “กองทัพ” นี้กลับผิดพลาดและหันมาโจมตีเนื้อเยื่อของตัวเอง กลายเป็นโรคในกลุ่มที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง” (autoimmune diseases) เช่น เบาหวานชนิดที่ 1 โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

ปัจจุบันโรคเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลกกว่า หนึ่งในสิบคน และยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด การค้นพบครั้งนี้จึงถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ของการแพทย์สมัยใหม่

ทฤษฎีใหญ่ของภูมิคุ้มกัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1995 ชิมอน ซาคากูจิ นักภูมิคุ้มกันวิทยาชาวญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยโอซากะและทีม ได้ค้นพบเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน พวกเขาเรียกมันว่า “Regulatory T cells” หรือ “Treg”

เซลล์ชนิดนี้มีจำนวนเพียง 1-2% ของเซลล์ T ทั้งหมด แต่กลับมีบทบาทเสมือน “เบรก” ของระบบภูมิคุ้มกัน คอยยับยั้งการตอบสนองที่รุนแรงเกินไปและป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง

ซาคากูจิพิสูจน์ด้วยการทดลองในหนู โดยพบว่าหนูที่ขาดเซลล์ชนิดนี้จะพัฒนาโรคภูมิคุ้มกันทำลายอวัยวะหลายส่วน เช่น ตับอ่อนและต่อมไทรอยด์ แต่เมื่อให้เซลล์ Treg กลับเข้าไปในร่างกาย หนูกลับมีอาการดีขึ้นอย่างน่าทึ่ง

การทดลองนี้กลายเป็นหลักฐานแรกของโลกที่ยืนยันว่า “ร่างกายมนุษย์มีกลไกควบคุมภูมิคุ้มกันในตัวเองจริง”

จุดเปลี่ยนในปี 2001 : การพบยีน “Foxp3”

อีก 6 ปีต่อมา ในปี 2001 แมรี บรันโคว์ และเฟรด แรมส์เดลล์ จากสถาบันวิจัยในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบการกลายพันธุ์ในยีนที่ชื่อว่า Foxp3 ซึ่งทำให้หนูทดลองเกิดโรคภูมิคุ้มกันรุนแรงจนเสียชีวิต

การค้นพบนี้ชี้ชัดว่า Foxp3 คือกุญแจสำคัญของการสร้างและทำงานของเซลล์ Treg และเมื่อมีการกลายพันธุ์ในยีนนี้ ระบบภูมิคุ้มกันจะไม่สามารถ “เบรก” ตัวเองได้

ต่อมานักวิทยาศาสตร์พบว่าการกลายพันธุ์เดียวกันนี้ในมนุษย์ทำให้เกิดโรคพันธุกรรมหายากที่ชื่อว่า IPEX syndrome ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำลายอวัยวะของตัวเองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก

บรันโคว์เล่าว่า การหาต้นตอของยีนนี้เป็น “งานที่ต้องใช้ความพยายามสูงมาก”

“มันเป็นการค้นหาความผิดปกติเล็กน้อยในยีนเดียว แต่กลับส่งผลมหาศาลต่อทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ต้องอาศัยสมองหลายคนและความร่วมมือของนักวิจัยทั่วโลก”

ในปี 2003 ทีมของซาคากูจิยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Foxp3 แสดงออกเฉพาะในเซลล์ Treg และเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการพัฒนาเซลล์ประเภทนี้

เปลี่ยนมุมมองการแพทย์ทั่วโลก

แอน เพเซนาเกอร์ นักภูมิคุ้มกันวิทยาจาก University College London กล่าวว่า

“การค้นพบครั้งนี้เปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อโรคหลายชนิดอย่างสิ้นเชิง และยังคงเปลี่ยนอยู่ทุกวัน”

เธอกล่าวเสริมว่า การที่สามารถระบุ “เครื่องหมายจำเพาะ” ของเซลล์ Treg ได้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมบางคนจึงมีความเสี่ยงสูงต่อโรคภูมิต้านตนเอง และเปิดทางให้พัฒนาแนวทางการรักษาแบบ personalized medicine ในอนาคต

ปัจจุบันการศึกษาหลายชิ้นพบว่า ผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเองมักมีจำนวนเซลล์ Treg ต่ำกว่าปกติ หรือมีเซลล์ที่ทำงานผิดเพี้ยน ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมร่างกายของพวกเขาจึงไม่สามารถหยุดการอักเสบได้เอง

การรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันควบคุม

จากแรงบันดาลใจในห้องแล็บเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันแนวทางการรักษาที่อาศัย “Regulatory T cells” กำลังเข้าสู่ช่วงทดลองทางคลินิกในมนุษย์

บริษัทยาและสตาร์ตอัพชีวการแพทย์ทั่วโลกเริ่มพัฒนา “Treg-based therapy” เพื่อใช้รักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น เบาหวานชนิดที่ 1, ลูปัส, รูมาตอยด์ และปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

Samantha Bucktrout จากบริษัท Greywolf Therapeutics ซึ่งเคยร่วมงานกับแรมส์เดลล์ กล่าวว่า

“ถ้าไม่มีการค้นพบครั้งนั้น เราคงไม่มีวันนี้ วันที่เรากล้าพูดถึงคำว่า ‘รักษาให้หายขาด’ ในโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง”

นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาว่าสามารถเพิ่มจำนวนหรือกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Treg ในร่างกายผู้ป่วยได้หรือไม่ เพื่อฟื้นสมดุลของภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิแบบเดิม ซึ่งมีผลข้างเคียงสูง

พลังของการร่วมมือข้ามทวีป

แม้ทั้งสามนักวิทยาศาสตร์จะมาจากคนละซีกโลก ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แต่การทำงานของพวกเขาถูกเชื่อมโยงด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ “ทำความเข้าใจความซับซ้อนของภูมิคุ้มกันมนุษย์”

ซาคากูจิในวัย 76 ปียังคงทำงานวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยโอซากะ ส่วนบรันโคว์และแรมส์เดลล์ก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในสหรัฐ ที่พัฒนาแนวทางการบำบัดด้วยเซลล์

รางวัลโนเบลในปีนี้จึงไม่เพียงยกย่องการค้นพบระดับโมเลกุลเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันพลังของ “การร่วมมือระหว่างสาขาและระหว่างประเทศ” ที่ทำให้วิทยาศาสตร์เดินหน้าไปได้

รางวัลในยุคการแพทย์แม่นยำ

การค้นพบ “Regulatory T cells” และยีน Foxp3 ไม่ได้เพียงเปลี่ยนตำราภูมิคุ้มกันวิทยาเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแพทย์เฉพาะบุคคล (Precision Medicine) ที่เน้นการรักษาโดยฟื้นฟูกลไกของร่างกายแทนการกดทับอาการ

สำหรับผู้เชี่ยวชาญหลายคน รางวัลโนเบลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเป็นเกียรติยศในห้องแล็บ แต่เป็น “ความหวังใหม่” ของผู้ป่วยนับล้านทั่วโลกที่รอการรักษาที่อ่อนโยนและตรงเป้าหมายกว่าที่เคย

“เรากำลังเรียนรู้ว่าร่างกายไม่ใช่แค่สมรภูมิระหว่างภูมิคุ้มกันกับเชื้อโรค แต่เป็นระบบที่รู้จักสร้างสมดุลของตัวเองได้ และการค้นพบครั้งนี้คือก้าวแรกของการเข้าใจสมดุลนั้น” Marie Wahren-Herlenius (มารี วาเรนเฮอร์เลเนียส) ศาสตราจารย์ด้านโรคข้อและภูมิคุ้มกันวิทยา สถาบันการแพทย์ชื่อดังระดับโลก Karolinska Institute เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การแพทย์ รางวัลโนเบล