‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
“ศุภจี” ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนจีน เดินหน้าขยายตลาดสินค้าไทย พร้อมลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย-จีน ผลักดันผู้ประกอบการ MSMEs เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตภูมิภาค เร่งดันผลไม้ สินค้าเกษตรนวัตกรรม และสินค้า GI ไทยเจาะตลาดจีน ตั้งเป้าขึ้นทะเบียน “ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้-มะขามหวานเพชรบูรณ์-ส้มโอทับทิมสยาม” ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงปักกิ่ง ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลในการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับจีน

ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติของจีน ฝ่ายไทยได้ผลักดันการขยายตลาดสินค้าพรีเมียมของไทยที่สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคจีน ทั้งผลไม้ไทย สินค้าเกษตรนวัตกรรม และอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมขอให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าไทย เพื่อสร้างสมดุลทางการค้า และสนับสนุนการลงทุนจากจีนที่ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยในจีน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น
ลงนาม 2 MoU ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย-จีน
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรก เป็นความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยและจีน เพื่อต่อยอดผลสำเร็จจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA 3.0) โดยจะจัดตั้งกลไกประสานงานร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานไทย-จีน และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรม แร่ธาตุ ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมสีเขียว
ส่วนฉบับที่สอง เป็นความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดของจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และกำหนดช่องทางประสานงานช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในตลาดภายในประเทศและบนแพลตฟอร์มออนไลน์
“กระทรวงพาณิชย์จะสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกัน ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจไทย-จีน (JC) ซึ่งดิฉันจะทำหน้าที่ประธานร่วมกับนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป” นางศุภจีกล่าว
จีนครองคู่ค้าอันดับ 1 ไทยต่อเนื่อง
จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 13 โดยในปี 2568 การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 147,338.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.13% จากปี 2567
ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) การค้ารวมมีมูลค่า 74,140.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นไทยส่งออกไปจีน 18,754.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากจีน 55,386.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก และยางพารา ส่วนสินค้านำเข้าหลักจากจีน ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกของไทย

