ททท.เร่งวางเกมรุกปี’69 ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่ม “สุขภาพ-ลักเซอรี่” หวังปั้นไทยสู่จุดหมาย “เที่ยว-พัก-รักษา” ระดับโลก เชื่อมโยงเกษตรกรรมสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้รวมทะลุ 2.79 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 34.9 ล้านคน
นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังช่วงฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวจากโควิด-19 ททท.ได้เร่งผลักดันแนวนโยบายใหม่ โดยเน้นการสร้างมูลค่ามากกว่าปริมาณ โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวลักเซอรี่ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนและกระจายสู่ชุมชนโดยตรง

“เราเห็นโอกาสสำคัญจากการเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวกับเกษตรกรรม โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี สร้างเส้นทางผลไม้ในแต่ละภูมิภาค เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด สร้างจุดขายใหม่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” นายณัฐกล่าว
ขณะเดียวกัน ททท.ยังร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ เช่น โครงการหลวงและโครงการพระราชดำริ ที่ผสมผสานกิจกรรมเรียนรู้และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดทำ “ปฏิทินผลไม้ 12 เดือน” เพื่อวางแผนกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี กระจายรายได้สู่เกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
นายณัฐกล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ ททท.มุ่งพัฒนา โดยมีจุดแข็งด้านบริการทางการแพทย์ระดับโลก ราคาถูกกว่าประเทศชั้นนำ เช่น สิงคโปร์ ถึง 30-70% และมีสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน JCIA กว่า 19 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค
โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีรายได้จากกลุ่มนี้สูงถึง 125,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 580,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐีมีรายได้เกิน 2 ล้านบาท/ปี ใช้จ่ายเฉลี่ยราว 107,662 บาท/คน/ทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่า 100% โดยกลุ่มประเทศที่นิยมมาไทย ได้แก่ ตะวันออกกลาง (กาตาร์ โอมาน คูเวต) เอเชียใต้ (บังกลาเทศ) และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา
นายณัฐกล่าวอีกว่า นอกจากตลาดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ททท.ยังเดินหน้าดึงดูดกลุ่มผู้สูงวัยจากต่างประเทศที่มีศักยภาพใช้จ่ายสูง โดยจะเร่งส่งเสริมการพำนักระยะยาวในไทย สร้างรายได้เพิ่มจากการใช้บริการดูแลสุขภาพระยะยาว พร้อมเจาะตลาดเศรษฐีตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ที่มีศักยภาพใช้จ่ายสูงและนิยมเดินทางเป็นครอบครัว
“นักท่องเที่ยวสุขภาพกลุ่มนี้ไม่ได้เดินทางคนเดียว พักอยู่นานกว่าปกติ และมักกลับมาใช้บริการซ้ำ สร้างรายได้แบบยั่งยืนให้กับภาคการแพทย์และการท่องเที่ยวไทย” นายณัฐกล่าว
ส่วนตลาดลักเซอรี่นั้น ททท.ได้มุ่งพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวระดับ High-End เช่น บริการรถคลาสสิกแบบส่วนตัวในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแบบ Experiential ที่เน้นความแตกต่างและความเป็นเอกลักษณ์ไทย
“เราจะพัฒนาแบรนด์ประเทศไทยให้ตอบโจทย์ตลาดบน แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นจุดขายด้านบริการแบบพรีเมี่ยม ความเป็นไทย และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจดจำได้” นายณัฐกล่าว
นายณัฐกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ททท.ตั้งเป้าสำหรับปี 2569 ว่าจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 34.9 ล้านคน สร้างรายได้ 1.63 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดในประเทศจะมีนักท่องเที่ยว 210.43 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.16 ล้านล้านบาท รวมรายได้ประมาณ 2.79 ล้านล้านบาท เติบโต 5% จากปี 2568
“การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นการวางรากฐานเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน สร้างสมดุลทั้งรายได้ คุณภาพชีวิตของชุมชน และภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก” นายณัฐกล่าว