เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
Tech จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พรุ่งนี้น้ำมันลด! (5 ส.ค.)  เบนซิน-แก๊สโซอล์ ปรับราคาลง ลิตรละ 70 สตางค์
News พรุ่งนี้น้ำมันลด! (5 ส.ค.) เบนซิน-แก๊สโซอล์ ปรับราคาลง ลิตรละ 70 สตางค์
มูลนิธิสืบฯ ชี้ ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป
Politics มูลนิธิสืบฯ ชี้ ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป
ttb เปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คิดดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี
Finance ttb เปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คิดดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี
ผู้จัดการใหญ่ทีทีบี ชี้คะแนนเครดิต ช่วยป้องกัน “การบิดหนี้”
Finance ผู้จัดการใหญ่ทีทีบี ชี้คะแนนเครดิต ช่วยป้องกัน “การบิดหนี้”
เจาะสถิติ 5 ปี หนี้เสียคนไทย จากยุคโควิดสู่ข้อเท็จจริงระบบการเงิน รับกระแส “บิดหนี้”
Finance เจาะสถิติ 5 ปี หนี้เสียคนไทย จากยุคโควิดสู่ข้อเท็จจริงระบบการเงิน รับกระแส “บิดหนี้”
เปิดอำนาจ 19 อรหันต์ บอร์ด Data Center คุมน้ำ-ไฟ-รักษาอธิปไตยข้อมูลของประเทศ
Politics เปิดอำนาจ 19 อรหันต์ บอร์ด Data Center คุมน้ำ-ไฟ-รักษาอธิปไตยข้อมูลของประเทศ
ดูทั้งหมด

พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรฯ พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

28 ต.ค. 2568 | 11:26น.
พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรฯ

รู้จัก “พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรสิริกิตติธรรมโสตถิมงคล” พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พ.ศ. 2520 สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือขณะนั้นคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์  หรือ “พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร” โดยอัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้บนฐานชุกชี เบื้องซ้ายของพระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปประธานภายในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

พระพุทธรูปนี้สูง 163 เซนติเมตร ขนาดเท่าพระองค์ (สูง 163 เซนติเมตร) พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงประกอบพิธีเททองหล่อ ณ มณฑลพิธีข้างพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2520

ต่อมาวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระพุทธรูป ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์

วันนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเบิกพระเนตรพระพุทธรูป ทรงเช็ดที่แววพระเนตรทั้งสองข้างด้วยผ้าชุบน้ำพระสุคนธ์ เจิมแผ่นป้ายนามพระพุทธรูป แล้วทรงถวายผ้าทรงสะพักพระพุทธรูป ถวายพระนามว่า “พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรสิริกิตติธรรมโสตถิมงคล”

พระนามดังกล่าวมีความหมายว่า “พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระญาณเป็นเครื่องสอดส่อง ทรงเป็นบพิตร คือ ผู้เป็นที่ยินดีปลื้มใจ อำนวยธรรมเป็นเหตุให้ประสบสวัสดิมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ”

ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ อธิบายถึงพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม พ.ศ. 2533 ว่า เป็นพระพุทธรูปตามพุทธศิลป์แบบสุโขทัย ในอิริยาบถประทับยืนแสดง “ปางรำพึง” ยกพระหัตถ์ทั้งสองทาบพระอุระ

พุทธลักษณะแบบสุโขทัยแสดงออกผ่านพระพักตร์ที่เป็นวงรี พระขนงโก่ง พระเนตรเหมือนกลีบบัว พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เรียว ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย และมีรัศมีรูปเปลวเหนือพระเศียร ส่วนพระองค์นั้นมีพระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรห่มคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง พระพุทธรูปทรงพระภูษาตาดทองประดับ พระนามาภิไธยย่อ ส.ก. (สิริกิติ์) ทาบเหนือพระอังสาเฉวียงลงมาทางขวา

รูปแบบทางศิลปกรรมนี้คือศิลปะสุโขทัยหมวดใหญ่หรือหมวดทั่วไป ซึ่งถือกันว่าเป็นพุทธศิลป์ที่งดงามสมบูรณ์ที่สุดในศิลปกรรมไทย

คติการสร้างพระพุทธรูปในอิริยาบถรำพึง มาจากเหตุการณ์ในพุทธประวัติครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จประทับ ณ ควงไม้อัชปาลนิโครถ (ต้นไทร) “ทรงรำพึง” ถึงสัจธรรมที่ตรัสรู้ว่าลึกซึ้งเกินกว่าคนทั้งหลายจะรู้ตามได้ จึงไม่ทรงปรารถนาจะแสดงหลักสัจธรรม เป็นเหตุให้ท้าวสหัมบดีพรหมเสด็จมากราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก จึงทรงระลึกถึงธรรมเนียมพระพุทธเจ้าในอดีต และตกลงพระทัยที่จะเทศนาสั่งสอนธรรมในที่สุด

พระพุทธจริยาขณะทรงรำพึงถึงธรรมที่จะแสดงโปรดมหาชน จึงเป็นที่มาของพระพุทธรูป “ปางรำพึง”

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลให้เหมือนอย่างบรรพกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ตามความพระราชพงศาวดาร สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างรูปพระโพธิสัตว์ตามเรื่องนิบาตชาดก 500 ชาติ

แต่รัชกาลที่ 3 ทรงรังเกียจว่ารูปพระโพธิสัตว์มีตั้งแต่เทวดา มนุษย์ จนถึงสัตว์เดรัจฉาน ไม่สมควรสร้างเป็นเจดีย์วัตถุ จึงโปรดฯ ให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงเลือกค้นในพระคัมภีร์มีเรื่องพุทธประวัติ เลือกพุทธอิริยาบถปางต่าง ๆ เพิ่มเติม นับรวมกับแบบเดิมเป็น 40 ปาง โดยมีพระพุทธรูปปางรำพึงเป็นปางที่ 28

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากพระพุทธรูปทั้ง 40 ปางแล้ว ยังมีพระปางต่าง ๆ อีกอย่างหนึ่ง ที่กำหนดตามนพเคราะห์สำหรับบูชาเนื่องด้วยพิธีทักษา (ตำราโหร) ได้แก่ พระอาทิตย์ พระถวายพระเนตร, พระจันทร์ พระห้ามสมุทร, พระอังคาร พระไสยา (รัชกาลที่ 5 ทรงเปลี่ยนเป็นพระคันธารราฐ), พระพุธ พระอุ้มบาตร, พระพฤหัสบดี พระสมาธิ, พระศุกร์ พระรำพึง, พระเสาร์ พระนาคปรก, พระราหู พระปาเลไลก์ และพระเกตุ พระขัดสมาธิเพชร-นั่งสมาธิ

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธรูปปางรำพึงจึงมีความหมายเป็นสองนัย อันหมายถึงเหตุการณ์ตอนที่พระพุทธเจ้าทรงรำพึงถึงพระธรรมที่จะแสดงโปรดมหาชน กับพระศุกร์เพื่อการบูชาด้วยพิธีทักษา

เนื่องด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร “ปางรำพึง” เนื่องด้วยวันพระราชสมภพนั่นเอง

ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม