เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘Meta’ สั่งแบนโฆษณา ‘TikTok’ บนเฟซบุ๊ก-ไอจี ในหลายประเทศรวมไทย
Tech ‘Meta’ สั่งแบนโฆษณา ‘TikTok’ บนเฟซบุ๊ก-ไอจี ในหลายประเทศรวมไทย
WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
Economic WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
Real Estate แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

“บิ๊กอู๋”ย้ำจนท. ตรวจแรงงานต่างด้าว-ผู้ประกอบการ ใช้วาจาสุภาพ นุ่มนวล

17 ก.ค. 2561 | 15:01น.

วันนี้ (17 กรกฎาคม 2561) ที่ห้องประชุมประสงค์ รณะนันนท์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมสรุปผลการจัดชุดปฏิบัติการ 113 ชุด ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวทั่วประเทศ หลังปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ One Stop Service 15 วัน (1-15 กรกฎาคม 2561) ย้ำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 113 ชุด ตรวจสอบนายจ้าง/สถานประกอบการและการทำงานของแรงงานต่างด้าวด้วยความสุภาพนุ่มนวล อย่าใช้ความรุนแรง พร้อมเผยยอดการตรวจสอบนายจ้างกว่า 1,600 ราย/แห่ง จับกุมดำเนินคดีไปแล้วกว่า 150 ราย/แห่ง ขณะที่ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวแล้วกว่า 30,000 คน จับกุมดำเนินคดีแล้วกว่า 800 คน โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายความมั่นคง ร่วมประชุม

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า จากการเปิดให้มีการจัดทำทะเบียนประวัติ ตรวจลงตรา (วีซ่า) และขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมายจำนวนทั้งสิ้น 1,187,803 คน คิดเป็น 90 % เป็นกัมพูชา 350,840 คน ลาว 59,746 คน เมียนมา 777,217 คน ซึ่งจากผลสำเร็จนี้ แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่เดิมทำงานอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตและได้รับการผ่อนผันมาตั้งแต่ปี 2558 ได้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องแล้ว ในส่วนที่ไม่ได้เข้าระบบก็จะเปลี่ยนสถานภาพการทำงานในรูปแบบอื่น เช่น MOU Borderpass จ้างงานตามฤดูกาล เป็นต้น

ซึ่งภายหลังจากปิดศูนย์ OSS กระทรวงแรงงานได้มีมาตรการในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว จำนวน 113 ชุด ประกอบด้วย สำนักงานจัดหางานจังหวัด ตำรวจท้องที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง ทหาร โดยมี ตชด. และ บช.ก.สนับสนุนการปฏิบัติ เข้าตรวจสอบปราบปราม จับกุมและดำเนินคดีนายจ้าง/สถานประกอบการและแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตที่โรงงาน สถานประกอบการ ร้านค้า และนายจ้าง วางแผนดำเนินการ 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2561 ครั้งที่ 2 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2561 และครั้งที่ 3 วันที่ 1-15 กันยายน 2561

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของชุดปฏิบัติการ 113 ชุด ปรากฏว่า ตั้งแต่วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2561 ตรวจสอบนายจ้าง/สถานประกอบการไปแล้วจำนวน 1,623 ราย/แห่ง ตรวจสอบแรงงานต่างด้าว จำนวน 30,111 คน จับกุมดำเนินคดีนายจ้าง 156 ราย/แห่ง คิดเป็น 9.61 % ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าว จำนวน 816 คน คิดเป็น 2.70 % ส่วนใหญ่เป็นเมียนมา 415 คน รองลงมาเป็นกัมพูชา 267 คน ลาว 78 คน เวียดนาม 36 คน และสัญชาติอื่นๆ 20 คน ตามลำดับ โดยนายจ้างมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จำนวน 119 ราย/แห่ง ความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ข้อหา 1) ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น คนต่างด้าวผิดกฎหมาย และ 2) ให้คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยไม่แจ้ง จำนวน 2 ราย/แห่ง และมีความผิดทั้ง พรก.การบริหารฯ และ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ จำนวน 35 ราย/แห่ง แรงงานต่างด้าวมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จำนวน 687 คน ความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ข้อหา (1) อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต (2) ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต และ (3) ไม่แจ้งการอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน จำนวน 291 คน

ทั้งนี้ผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าวที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมายจะต้องได้รับโทษตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อหา“รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” มีโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี

ส่วนแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท และเมื่อชำระค่าปรับแล้ว คนต่างด้าวจะถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ ขณะเดียวกันทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดย นายจ้างให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น คนต่างด้าวผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท และให้คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยไม่แจ้ง มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

ขณะที่แรงงานต่างด้าว 1) อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 2) ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน10,000 บาท 3) ไม่แจ้งการอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท แรงงานต่างด้าวที่ถูกจับกุมเมื่อคดีอาญาสิ้นสุดแล้วจะถูกส่งกลับโดยเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีเส้นทางในการผลักดันส่งกลับคือ กัมพูชาที่จังหวัดสระแก้ว ลาวที่จังหวัดหนองคาย อุบลราชธานี และมุกดาหาร เมียนมาที่จังหวัดตาก เชียงราย สำหรับแนวทางต่อไปเมื่อครบ 3 ครั้ง จะเป็นการดำเนินการตามกฎหมายโดยตำรวจในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดจะมีคณะกรรมการร่วมตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมในวันนี้ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความนุ่มนวล ใช้วาจาสุภาพ ไม่ใช้ความรุนแรง และขอแนะนำนายจ้าง/ผู้ประกอบการว่าหากมีแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ขอให้หยุดการจ้าง อย่าจ้างต่ออีกเป็นอันขาด เพราะผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษหนัก ดังนั้นจึงขอให้จ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเป็นแรงงานที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางานเท่านั้น โดยแรงงาน 3 สัญชาติคือ กัมพูชา ลาว เมียนมา สามารถเข้ามาทำงานได้ตามระบบ MOU ซึ่งสามารถติดต่อสอบถาม หรือหากพบเห็นคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน หรือ โทร.0 2354 1729 สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทร. สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน