Nazareth สตาร์ทอัพ ‘สปอร์ตแวร์นักสู้หญิง’ ถูกหาว่า ‘บ้า’ แต่คว้าดีล Shark Tank สำเร็จ
CEO คนนี้ ถูกหาว่า ‘บ้า’ ในรายการ Shark Tank แต่กลับทำให้ Alexis Ohanian ผู้ร่วมก่อตั้ง reddit ประทับใจจนยอมลงทุน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ
มายา นาซาเร็ธ (Maya Nazareth) เริ่มฝึก ศิลปะการต่อสู้แบบบราซิลเลียนยูยิตสู (Jiu-jitsu) ตั้งแต่อายุ 17 ปี แปดปีต่อมา เธอเล่าว่ากีฬานี้ได้เปลี่ยน “เด็กขี้อายข้างกำแพง” ให้กลายเป็น “ผู้หญิงที่มั่นใจ” จนก่อตั้งแบรนด์ชุดกีฬาต่อสู้สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ในชื่อ Alchemize Fightwear
ในตอนล่าสุดของรายการ ‘Shark Tank’ ที่ออกอากาศทางช่อง ABC เธอได้ขึ้นไปเสนอธุรกิจของตนเองบนเวทีเพื่อขอเงินต่อหน้ากรรมการนักลงทุนชื่อดัง 3 คน
ผู้หญิงในวงการศิลปะการต่อสู้
Alchemize Fightwear มีฐานอยู่ที่ฟิลาเดลเฟีย ผลิตเสื้อผ้าออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะในกีฬาศิลปะการต่อสู้ มวยปล้ำ และมวยสากล
นาซาเร็ธเริ่มธุรกิจในปี 2020 ตอนยังเป็นเพียงนักศึกษา หลังพบว่าผู้หญิงที่ฝึกศิลปะการต่อสู้มัก “ไม่มีชุดที่เหมาะสมจะใส่ฝึก” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคน “เลิกเล่นกลางคัน”
เธอกล่าวในรายการว่า
“ผู้หญิงที่ต่อสู้เหมือนฉันต้องเจอปัญหาใหญ่ เราไม่มีอุปกรณ์ฝึกที่เหมาะสมเลย”
หนึ่งในกรรมการรับเชิญของตอนนี้คือ อเล็กซิส โอเฮเนียน (Alexis Ohanian) ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit และนักลงทุนที่สนับสนุนธุรกิจด้านกีฬาหญิงร่วมกับภรรยาอย่าง เซรีนา วิลเลียมส์
โอเฮเนียนบอกว่าเขา “เชื่อมั่นอย่างมาก” ในการเติบโตของวงการศิลปะการต่อสู้หญิง โดยอ้างอิงข้อมูลที่ชี้ว่า การขาดชุดชั้นในกีฬาที่พอดีตัว คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กผู้หญิงจำนวนมากเลิกเล่นกีฬา
นาซาเร็ธเสนอขอเงินลงทุน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับหุ้น 5% ซึ่งเท่ากับการประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นักลงทุนหลายคนลังเล โดยเฉพาะ เควิน โอเลียรี (Kevin O’Leary) ที่ถอนตัวออกจากการเจรจาเพราะมองว่ามูลค่าสูงเกินจริง
โอเฮเนียนชี้ให้เห็นว่าเธอกำลังท้าชนกับแบรนด์ใหญ่ทั้ง Nike และสินค้าของ UFC
“คุณกำลังแข่งกับแบรนด์ที่คนถึงขั้นสักโลโก้ลงบนตัวเองได้เลยนะ” เขากล่าว “แบรนด์ของคุณต้องแข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์สุดๆ ถึงจะอยู่ได้”
นาซาเร็ธจึงชี้ให้เห็นว่า Alchemize มีฐานผู้ติดตามที่มีส่วนร่วมสูงในโซเชียลมีเดีย และกำลังวางแผนขยายจากออนไลน์ไปสู่ร้านค้าปลีก เธอเปิดเผยว่าบริษัททำยอดขายรวมไปแล้ว 1.8 ล้านดอลลาร์ และในปี 2024 เพียงปีเดียวก็ทำได้เกือบ 500,000 ดอลลาร์
เธอคาดว่าปี 2025 จะจบที่รายได้ 875,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกำไรสุทธิเล็กน้อย ราว 5%
“แบรนด์ของเรามากกว่าศิลปะการต่อสู้ มันคือสำหรับนักสู้ในผู้หญิงทุกคน” เธอกล่าว
ข้อเสนอจาก 3 นักลงทุน
นักลงทุนหญิงชื่อดัง ลอรี กรีเนียร์ (Lori Greiner) สนใจและเสนอร่วมกับโอเฮเนียน โดยให้เงินลงทุน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับหุ้น 20% พร้อมความเชี่ยวชาญด้านค้าปลีกของเธอ
แต่นาซาเร็ธลังเลที่จะยกหุ้นมากขนาดนั้น จึงต่อรองขอลดเหลือ 10%
หลังการต่อรอง โอเฮเนียนและกรีเนียร์จึงชวน เคนดรา สก็อตต์ (Kendra Scott) ดีไซเนอร์แฟชั่นชื่อดัง เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย ทั้งสามเสนอร่วมกัน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกหุ้น 15% (แบ่งเท่ากันสามคน) ซึ่งตีมูลค่าบริษัทที่ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้จะต่ำกว่าที่เธอต้องการ แต่ เดมอนด์ จอห์น (Daymond John) นักลงทุนอีกคนพูดเตือนว่า
“จะบ้าเหรอ ถ้าปล่อยโอกาสร่วมงานกับนักลงทุนสามคนนี้ไป”
หลังพยายามต่อรองให้เหลือ 12% แต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายเธอตัดสินใจตกลงรับข้อเสนอ
โอเฮเนียนกล่าวกับเธอว่า
“เมื่อบริษัทนี้กลายเป็นธุรกิจระดับพันล้าน คุณจะไม่มานั่งคิดหรอกว่า เสียดายที่ยกหุ้นเพิ่มไปไม่กี่เปอร์เซ็นต์”
เมื่อถูกถามภายหลัง นาซาเร็ธปฏิเสธที่จะยืนยันว่าดีลนั้นปิดเรียบร้อยหรือไม่ โดยตอบเพียงว่า
“ตอนนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่แผนของเราคือใช้เงินทุนนี้ขยายการตลาด เพื่อยกระดับการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น”