ปชป.รับเหนื่อยถ้ายุบสภาก่อน ม.ค. หายห่วงสังคมจับตาใช้การเมืองฟอกขาว
อภิสิทธิ์ชู 2 แนวทางทำนโยบาย ปชป.ชี้แจกเงินกระตุ้น ศก.ต้องทำตามสถานการณ์ มองพื้นที่ กทม. “สกลธีชนเอกนัฎ” ไม่กังวล รับเป็นเรื่องยากหากยุบสภาก่อน ม.ค. 69 ต้องเหนื่อยมากขึ้น บอกหนักใจน้อยลง หลายฝ่ายกังวลใช้เงินฟอกขาวเล่นการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนที่พบว่า พรรค ปชป.มีคะแนนดีขึ้นว่า ขอบคุณประชาชน แต่สิ่งเหล่านี้มีขึ้นและมีลงตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ การแข่งขันกับตัวเองและการแข่งขันกับเวลา เพราะเวลามีจำกัดมาก แต่มีงานที่ต้องทำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายตัวผู้สมัคร
ส่วนการแข่งขันกับตัวเอง เนื่องจากเรารู้ว่าเราต้องการให้ประชาชนเห็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแนวทาง ทั้งในแง่การเมืองและสิ่งที่จะทำให้กับประเทศ ฉะนั้นเรื่องโพลถือเป็นกำลังใจ แต่งานหนักรออยู่ข้างหน้าเยอะมาก
ส่วนโยบายหลักที่จะชูในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอภิสิทธิ์ย้อนถามว่า ต้องรีบบอกเลยหรือ ซึ่งความเป็นจริงมี 2 เรื่องหลัก แต่คิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับประเทศ 1. ถ้าเราไม่สามารถทำให้บ้านเมืองเป็นบ้านเมืองที่สุจริตจริง ๆ ปัญหาอื่นแทบแก้ไขไม่ได้ เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างสถาบัน และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำมาซึ่งปัญหาสารพัด ทั้งสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
2.ถ้าไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยกลับไปเติบโตได้เหมือนสมัยก่อน หากยังโตอยู่แค่ร้อยละ 1 ร้อยละ 2 ต่อเนื่องแบบนี้ เรื่องอื่นเราก็แก้ไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เราจะไม่มีทรัพยากรมาดูแลผู้สูงอายุ นำมาสร้างระบบสวัสดิการที่มีความจำเป็นเพียงพอกับผู้คน ดังนั้นหมายความว่าต้องทำให้บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจก็ต้องดี ซึ่งดีในที่นี้คือโตและกระจายอย่างทั่วถึง
เมื่อถามถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบรวดเร็ว นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต้องดูตามสถานการณ์ แต่ไม่ใช่เรื่องหลักที่จะเป็นคำตอบให้กับประเทศต่อไป ซึ่งในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจถี่มาก มีทั้งได้ผลและไม่ได้ผล บางช่วงรวมถึงในปัจจุบันแก้ไขปัญหาความยากลำบากได้ระดับหนึ่ง
ซึ่งคนก็มองว่า เป็นคำตอบเฉพาะในช่วงนี้ ซึ่งหากเศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นตามที่ได้มีการตั้งเป้าไว้ เราจะวนเวียนอยู่ตรงนี้ไปเรื่อย ๆ และจะมีข้อจำกัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการทำเรื่องนี้ด้วย เพราะฐานะทางการคลังจะมีปัญหามากขึ้น
ส่วนการเลือกตั้ง สส.กทม. ที่นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาจจะต้องชนกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีกระแสข่าวว่าจะเข้าไปดูพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นฐานเสียงเดียวกันนั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ไม่พูดเรื่องฐานเสียง เราแข่งขันเสนอตัวให้คนกรุงเทพมหานคร สิ่งที่จะตอบโจทย์ทั้งคนกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ คือนโยบายบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่นี่
แต่อีกส่วนหนึ่ง มองว่าคนกรุงเทพมหานครจะมองถึงภาพใหญ่ของประเทศด้วยว่าต้องการจะไปอย่างไร ซึ่งการแข่งขันเป็นเรื่องปกติ ตนไม่ได้มีความกังวลอะไร ซึ่งนายสกลธีต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลกรุงเทพมหานคร ซึ่งเราทราบตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าเป็นจุดที่ยาก
เมื่อถามว่า เป็นการเจอมิตรเก่านั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เราต้องแข่งขันกันแบบมิตรเต็มที่ แต่เราไม่เล่นฟาวล์อยู่แล้ว
ส่วนหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองยุบสภาก่อนไทม์ไลน์ปลายเดือน ม.ค. 69 ที่ประกาศไว้ พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ต้องพร้อม แต่จะเหนื่อยมากขึ้น และในวันพรุ่งนี้จะเริ่มประชุมกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้ง เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรู้ว่าเวลาเดิมก็น้อย ถ้าน้อยเพิ่มขึ้นไปอีกก็เหนื่อยมากขึ้น แต่เป็นปกติของระบบสภา พรรคการเมืองต้องเดินหน้าเต็มที่
ส่วนหนักใจหรือไม่เรื่องการเมืองสุจริต ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะมีการใช้เงินจากการฟอกขาว เข้ามาใช้ในการเมือง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า หนักใจน้อยลงกว่าเดิมเยอะ เพราะตั้งแต่กลับเข้ามา ได้เจอผู้คนประชาชนธรรมดาไปจนถึงนักธุรกิจระดับสูง พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่า ไม่ต้องการอยู่แบบนี้อีกแล้ว พร้อมยืนยันว่าหนักใจน้อยลง เพราะแนวร่วมของคนที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้นมาก