ประกันสังคมเดินหน้าปรับสูตรบำนาญใหม่ “Pension Point CARE” บังคับใช้ปีหน้า ชูโปร่งใส-ยุติธรรม-คุ้มครองแรงงานระยะยาว
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เดินหน้าปฏิรูประบบคำนวณบำนาญชราภาพครั้งใหญ่ หลังคณะกรรมการประกันสังคมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบร่างกฎกระทรวงปรับใช้ “บำนาญสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings)” ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ให้ผลประโยชน์กับผู้ประกันตนมากขึ้น ทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยขั้นตอนต่อไปจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าเริ่มมีผลเดือนมกราคม 2569
สำหรับโมเดล “Pension Point CARE” ที่ สปส.เตรียมนำมาใช้ เป็นระบบคำนวณบำนาญแบบใหม่ที่ออกแบบให้สะท้อนรายได้และเงินสมทบของผู้ประกันตนอย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยเงินสมทบที่ผู้ประกันตนส่งในแต่ละเดือนจะถูกแปลงเป็นแต้มบำนาญ ก่อนนำไปคำนวนเป็นเงินบำนาญเมื่ออายุครบ 60 ปี ทำให้ผลลัพธ์บำนาญสอดคล้องกับรายได้จริงตลอดช่วงทำงาน ลดความเหลื่อมล้ำจากสูตรเดิมที่อิงค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเพียงช่วงเดียว
ระบบใหม่คำนวณอย่างไร ?
โมเดล Pension Point CARE ใช้วิธีนำค่าจ้างของผู้ประกันตนมาเปรียบเทียบกับค่าจ้างเฉลี่ยของทุกคนที่ส่งสมทบในเดือนเดียวกัน เพื่อคำนวณออกมาเป็นแต้มบำนาญรายเดือน หากค่าจ้างสูงกว่าเฉลี่ย แต้มบำนาญจะมากกว่า 1 แต่หากค่าจ้างต่ำกว่าเฉลี่ย แต้มจะต่ำกว่า 1
เมื่อถึงวัยเกษียณ แต้มสะสมทั้งหมดจะถูกนำไปรวมกับอัตราบำนาญ ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามจำนวนปีที่ส่งสมทบ โดยผู้ที่ส่งเงินเกิน 15 ปีขึ้นไปจะได้อัตราบำนาญสูงขึ้นทุกเดือน
ตัวอย่างคำนวณแต้มบำนาญ
ประกันสังคมยกตัวอย่าง 3 เดือน ได้แก่
- มิถุนายน ค่าจ้าง 11,706 บาท เทียบค่าจ้างเฉลี่ยเท่ากัน ได้แต้ม 1.00
- กรกฎาคม ค่าจ้าง 11,706 บาท แต่เฉลี่ยสูงกว่า ได้แต้ม 0.98
- สิงหาคม ค่าจ้างเพิ่มเป็น 13,000 บาท เฉลี่ย 12,125 บาท ได้แต้ม 1.07
- สรุปแต้มบำนาญเฉลี่ยอยู่ที่ 1.02
ใครบ้างได้ประโยชน์ ?
ประกันสังคมระบุว่า ระบบใหม่นี้ช่วยเพิ่มความเป็นธรรมแก่หลายกลุ่ม ได้แก่
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ได้รับแต้มบำนาญตามการส่งเงินสมทบจริง
- ผู้ที่ค่าจ้างผันผวน ได้รับบำนาญตามสัดส่วนรายได้แต่ละเดือน
- ผู้ที่ส่งสมทบระยะยาว จะมีแต้มสะสมเพิ่ม ส่งผลให้บำนาญสูงขึ้น
- ผู้ที่กำลังจะเกษียณ มีสิทธิได้รับบำนาญที่สะท้อนรายได้จริงมากขึ้น

ประกันสังคมชู 5 ประโยชน์จับต้องได้ จากสูตร CARE
สำนักงานประกันสังคมเผยความคืบหน้าการปรับระบบบำนาญสูตรใหม่ “CARE” ชี้เป็นการยกระดับความเป็นธรรมในการคำนวณบำนาญของผู้ประกันตนมาตรา 33 พร้อมเปิด 5 ประโยชน์สำคัญที่ผู้ประกันตนจะได้รับทันทีเมื่อระบบใหม่เริ่มใช้
1.คาดการณ์ได้เป็นธรรมกับการทำงานทั้งอายุงาน นำค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบทุกเดือนมาปรับเป็นค่าเงินปัจจุบันก่อนเฉลี่ยลดการ “เสี่ยงดวง” กับ 5 ปีสุดท้ายที่ไม่แน่นอน
2.เพิ่มอัตราบำนาญตาม “ทุกเดือน” ที่ส่งสมทบ จากเดิมคิดเพิ่มเป็นรายปีเปลี่ยนเป็นเดือนละ 0.125 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คนที่ส่งเงินสมทบเกือบครบปีไม่เสียสิทธิ์
3.ผู้รับบำนาญปัจจุบันได้ประโยชน์ทันทีไม่มีใครถูกลดบำนาญ คำนวณใหม่ตาม CARE ทำได้มากกว่า ปรับเพิ่มอัตโนมัติตั้งแต่เดือนถัดไป (เฉลี่ยเพิ่มจาก 2,949-3,240 บาท/เดือน) และถ้าได้น้อยกว่ายังคงบำนาญเท่าเดิม
4.กลุ่มที่จะเกษียณใน 10 ปีหน้าได้เฉลี่ยสูงขึ้น บำนาญเฉลี่ยเพิ่มจาก 4,095-4,428 บาท/เดือน และไม่รวมกลไก “ส่วนชดเชย” ในช่วงเปลี่ยนผ่านเฉลี่ยเพิ่มเป็น 4,529 บาท/เดือน
5.เพดานค่าจ้างขยับคุ้มครองสูงขึ้น และทันค่าจ้างที่เปลี่ยนไป เริ่มปรับเพดานค่าจ้าง 15,000-17,500 บาท ในปี 2569 และทยอยปรับเพิ่มตามค่าเงิน เพื่อให้สิทธิสะท้อนรายได้จริงของแรงงานรุ่นใหม่ และวัยกลางคนอย่างต่อเนื่อง

ประกันสังคมแจง ทำไมต้องใช้สูตรใหม่ Pension Point CARE
สำนักงานประกันสังคมเผยเหตุผลสำคัญที่ต้องปรับระบบคำนวณบำนาญชราภาพเป็นสูตรใหม่ “Pension Point CARE” หลังพบว่าสูตรปัจจุบันอาจไม่สะท้อนรายได้จริงของผู้ประกันตน เนื่องจากยึดค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งผู้ประกันตนบางรายมีรายได้ลดลงช่วงใกล้เกษียณ ส่งผลให้เงินบำนาญต่ำกว่าที่ควรได้รับ
เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนเป็นระบบ CARE
สปส.ระบุว่า สูตรใหม่จะนำค่าจ้างที่ผู้ประกันตนส่งสมทบทุกเดือน ปรับเป็นค่าเงินปัจจุบันก่อนเฉลี่ย ทำให้สะท้อนรายได้จริงตลอดอายุการทำงาน ลดความเสี่ยงกรณีรายได้ตกช่วงท้ายอายุงาน และทำให้การคำนวณมีความโปร่งใส เป็นธรรม และคาดการณ์ผลบำนาญได้ง่ายขึ้น
สปส.ชี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนทั้งระบบ
สำนักงานประกันสังคมย้ำว่า การปรับสูตรเป็น CARE จะทำให้เงินบำนาญมีความเพียงพอมากขึ้นสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ช่วยให้การเกษียณมีความมั่นคง และเป็นหลักประกันที่คาดการณ์ได้ โดยการเปลี่ยนสูตรจะไม่กระทบสิทธิเดิมของผู้รับบำนาญปัจจุบัน
ประกันสังคมย้ำว่าการปรับสูตร CARE จะช่วยให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรม พร้อมคุ้มครองรายได้หลังเกษียณให้มั่นคงขึ้นในระยะยาว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
