เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สธ.เปิดหน่วยฉุกเฉิน 4 จังหวัด รับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

22 พ.ย. 2568 | 16:08น.
สธ. กระทรวงสาธารณสุข น้ำท่วม ภาคใต้

สธ. กระทรวงสาธารณสุข น้ำท่วม ภาคใต้

น้ำท่วมภาคใต้ พบสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบแล้ว 12 แห่ง กระทรวงสาธารณสุขเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินใน 4 จังหวัด พร้อมเตรียมพิจารณาเปิดเพิ่มในพื้นที่พัทลุง

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 7 จังหวัด ที่มีฝนตกต่อเนื่อง 3 วัน และตกหนักใน 4 จังหวัด คือ สงขลา สตูล ปัตตานี และยะลา ปริมาณน้ำฝนจังหวัดสงขลาสูงถึง 477 มิลลิเมตร คาดว่าจะยังตกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน

โดยทั้ง 4 จังหวัดได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีอุทกภัยแล้ว ส่วนพัทลุงอยู่ระหว่างพิจารณาเปิด PHEOC เช่นกัน สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 1 รายที่ จ.พัทลุง และบาดเจ็บ 2 ราย จากการลื่นล้ม

นายพัฒนา กล่าวว่า สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 12 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาล 5 แห่ง คือ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ โรงพยาบาลนาหม่อม โรงพยาบาลรัตภูมิ จ.สงขลา โรงพยาบาลปะนาเระ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จ.ปัตตานี, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 5 แห่ง คือ รพ.สต.ท่าแมงลัก รพ.สต.นางเหล่า จ.สงขลา รพ.สต.ฉลุง รพ.สต.เขาขาว จ.สตูล รพ.สต.ปากสระ จ.พัทลุง และ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) 2 แห่ง คือ สสอ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี สสอ.รัตภูมิ จ.สงขลา โดยทุกแห่งมีการบริหารจัดการให้ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

นายพัฒนา กล่าวว่า การดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุข ขณะนี้ให้การดูแลกลุ่มเปราะบางแล้ว 832 คน มีการเปิดศูนย์พักพิง 2 แห่ง ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และ อ.มะนัง จ.สตูล

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำ 4 เรื่อง คือ

  1. ให้การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไต ติดบ้านติดเตียง รวมถึงผู้ป่วยส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลในพื้นที่น้ำท่วมถนน
  2. ให้สื่อสารความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าช็อตและอุบัติเหตุต่าง ๆ
  3. การจัดตั้งหน่วยบริการประชาชนเพิ่มเติม และสนับสนุนเวชภัณฑ์ เช่น ยาน้ำกัดเท้า ยาน้ำท่วม
  4. เฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบตามแผนประคองกิจการ จนกว่าจะเข้าสู่ระยะปกติและระยะฟื้นฟู

ซึ่งขณะนี้ดำเนินการได้ตามแผน โดยส่วนกลางให้เตรียมพร้อมสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ เพิ่มเติม