เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กระทรวงต่างประเทศสรุป กระบวนการประนอมภาคบังคับ UNCLOS ไทย-กัมพูชา ย้ำหมุดหมายระดับโลก

23 มิ.ย. 2569 | 15:55น.

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สรุปการแถลงข่าวความคืบหน้าเรื่องไทยตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับในข้อพิพาทกับกัมพูชาเพื่อการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้ UNCLOS พร้อมย้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาคมระหว่างประเทศที่จะติดตามกรณีไทย – กัมพูชา โดยการประนอมครั้งนี้นับเป็นเพียงครั้งที่สองของโลก

กระทรวงการต่างประเทศสรุปการแถลงข่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์เรื่องไทยตอบเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) โดยนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เมื่อ 22 มิ.ย. 2026 ว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ไทยส่งหนังสือถึงกัมพูชาแจ้งการตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญา UNCLOS อย่างเป็นทางการ ตามที่กัมพูชาได้มีหนังสือถึงแจ้งไทยในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569

เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประชาคมกฎหมายของต่างชาติที่จะติดตามกรณีไทย – กัมพูชา โดยการประนอมครั้งนี้นับเป็นเพียงครั้งที่สองของโลก ต่อจากการประนอมระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลีย

สรุปเนื้อหาของหนังสือฉบับนี้ของฝ่ายไทย มี 3 เรื่องหลัก

เรื่องแรก คือ แจ้งย้ำวัตถุประสงค์ของไทยในกระบวนการนี้ว่า เป็นไปเพื่อการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้ UNCLOS เท่านั้น

เรื่องที่สอง คือ แจ้งการแต่งตั้งตัวแทนของไทย 2 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ผู้แทนไทยในกระบวนการประนอม ได้แก่ (1) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนหรือ Agent และ (2) นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต ซึ่งเป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นรองตัวแทน หรือ Deputy Agent

เรื่องที่สาม คือ แจ้งชื่อผู้ประนอม 2 คน ที่ฝ่ายไทยแต่งตั้ง ได้แก่ (1) ผู้พิพากษา อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์แมน สัญชาติแอฟริกาใต้ และ (2) ผู้พิพากษา รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม สัญชาติเยอรมนี

นางมาระตีและนายเบญจมินทร์ย้ำว่า ผู้ประนอมทั้งสองคนที่ฝ่ายไทยแต่งตั้งในคณะกรรมาธิการประนอมเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านกฎหมายทะเลและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ

สำหรับขั้นตอนกระบวนการพอสังเขปกล่าวคือ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ไทยนำส่งหนังสือตอบกัมพูชา ผู้ประนอมทั้ง 4 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจะคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอม

กระบวนการต่อจากนั้นจะใช้ระยะเวลา 12 เดือน (สามารถขยายเวลาออกไปได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน หากมีเหตุจำเป็น) ให้คณะกรรมาธิการประนอมจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ

เอกสารข้อเสนอแนะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นแนวทางให้ประเทศคู่กรณีใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาหาข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายต่อไป ซึ่งจะกลับมาสู่แนวทางที่ไทยเสนอมาตั้งแต่ต้น คือ การเจรจาทวิภาคี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญอื่น ๆ รวมถึงการประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล และผู้ประนอมไม่ใช่ทนายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูงและน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นคนกลางที่รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค เข้าใจบริบทของข้อพิพาท และช่วยหาจุดสมดุลระหว่างทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ผลลัพธ์ของการประนอมจึงไม่ใช่คำพิพากษาและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ไทยในฐานะสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศที่ดีและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎกติกาสากล ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการประนอม ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ภายใต้ UNCLOS

ไทยมีความพร้อมและมีการเตรียมการ โดยกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ด้วยความเป็นมืออาชีพและยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และหวังว่า กระบวนการดังกล่าวจะช่วยปูทางไปสู่การแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างทั้งสองประเทศอย่างสันติและยั่งยืนในอนาคต

กระทรวงจะแจ้งข้อมูลความคืบหน้าของกระบวนการให้ประชาชนไทยทราบอย่างโปร่งใสและเป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เช่น การคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 ต่อไป