ไมตรี เสนอ 2 ข้อเร่งรัฐทำทันที แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ ตั้งวอร์รูม-กางแผนป้องกันภัยระดับชาติ
ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท เผยน้ำท่วมหาดใหญ่หนักเกินกำลังหน่วยงานในพื้นที่ เสนอ 2 ข้อแก้ภัยพิบัติ เร่งดึงผู้เชี่ยวชาญตั้งวอร์รูมที่ปรึกษาผู้บัญชาการ และกางแผนป้องกันภัยระดับชาติระดับจังหวัด-พ.ร.บ. ปภ.50 แบ่งหน้าที่ทำงานเพื่อให้เกิดศูนย์บัญชาการ
ไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท เสนอ 2 ข้อเร่งรัฐบาลจัดการน้ำท่วมทันที โดยระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ผมดูข่าวแล้วเศร้าใจกับเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่และภาคใต้ครั้งนี้ เราทำอะไรได้ไม่มากนัก จึงมีการช่วยได้แค่ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งเคยทำงานเตรียมรับมือมาก่อน ต้องจัดการชุมชนตนเองให้ได้ ไม่ให้เป็นภาระของรัฐมาก เราจึงเห็นว่าพื้นที่นครฯส่วนใหญ่ก็จัดการกันเองได้พอประมาณ สตูล ตรัง เครือข่ายก็พอรับมือ ด้วยตัวชุมชนท้องถิ่นได้เป็นหลัก
แต่หาดใหญ่มันเกินศักยภาพกำลังของทีมเดียว จึงต้องใช้ศักยภาพรัฐบาลแล้ว ผมอาจพอมีประสบการณ์ทำงานภัยพิบัติมาบ้างครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่จะเสนอต่อไปนี้เป็นการดูแคลนรัฐบาลหรอกครับ จะเป็นข้อเสนอเผื่อท่านคิดไม่ถึง
สิ่งแรกที่ควรทำ ท่านไปหิ้วผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ มาตั้งวอร์รูมที่ปรึกษาผู้บัญชาการสักแห่งหนึ่ง เช่น ผู้เชี่ยวชาญ อย่าง อ.สมพร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้านชุมชนเครือข่าย อุ้มรอง ผอ.วิชัย พอช. (นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. มาด้วย เพื่อประสานเครือข่าย
อีกหลายคน ทีมหน่วยงานข้อมูลวิชาการ อีกหลายหน่วยเป็นหน่วยประมวลผลสนับสนุนทันที (เคยดูหนังฝรั่งเวลาเกิดเหตุแบบนี้ เขาเอาเฮลิคอปเตอร์ไปอุ้มผู้เชี่ยวชาญมาอยู่ในวอร์รูมสนับสนุนรัฐบาลทันทีครับ)
สิ่งที่ 2 ที่รัฐบาลต้องทำทันทีคือ กางแผนป้องกันภัยระดับชาติ ระดับจังหวัดออกมา เพื่อดูบทบาทหน้าที่ และกาง พ.ร.บ ปภ.50 ออก (เอามือกฎหมายมานั่งดูเอืัอให้ผู้บัญชาการข้างกาย) ทั้งหมดต้องเกิดศูนย์บัญชาการที่ผู้บัญชาการนั่งสั่งการบนโต๊ะเท่านั้น
1.กางแผนที่บัญชาการทันที วิเคราะห์ แบ่งงาน แบ่งคน แบ่งทีม ทันที รายงานศูนย์บัญชาการ
2.จัดตั้งศูนย์วิทยุสั่งการ ประสานงาน ติดตามสถานการณ์ศูนย์เดียวเท่านั้นข้างห้องบัญชาการ
3.มอบให้ ปภ.เป็นหน่วยหลักในการระดมสรรพกำลัง เรือกู้ภัยจากทุกหน่วย ทั้งรัฐ ทหาร หน่วยงานในจังหวัดใกล้เคียงที่ไม่เจอน้ำท่วม และเอกชน เช็กคน เช็กกำลัง ให้รายงานตัว มอบหมายภารกิจ ไม่ทับซ้อน แบ่งเขต กู้ภัย อพยพคน (ทหารเรือ ปภ.จังหวัดที่น้ำไม่ท่วม เช่น พังงา ภูเก็ต ระนอง ปภ.เขต 11 สุราษฎร์ฯ ปภ.เขต 18 ภูเก็ต น่าจะมีคน มีเรือจำนวนมาก ระดมน่าจะทันครับ หากใช้ C130 มาขนจากสนามบินภูเก็ต และสนามบินสุราษฎร์ฯ)
4.ให้ พม.และท้องถิ่นรับผิดชอบ จัดหาศูนย์อพยพให้มากที่สุด เพียงพอ กำหนดจุด แจ้งให้ประชาชนทราบ
5.มอบ พอช.และจังหวัด เรื่องครัวกลางให้ พอช.ประสานเครือข่ายในการตัังครัวกลาง ให้ดูแลเป็นครัวประจำชุมชนเลยครับ ผลิตให้พอ ส่วนครัวอาสา อื่น ๆ ก็ทำเสริมไป แต่ควรมีคนรับผิดชอบ
6.จัดตั้งศูนย์ข้อมูลให้ ปภ. และสถิติ ทำหน้าที่ Gisda จัดทำแผนที่ วิเคราะห์คนต้องการความช่วยเหลือ วิเคราะห์ความเสี่ยง คำร้องข้อความช่วยเหลือ
7.จัดแถลงข่าวทุก 2 ชั่วโมงอย่างเป็นระบบ
ทั้งหมดเป็นข้อเสนอจากคนที่เคลื่อนเรื่องภัยพิบัติมายาวนานที่สามารถทำได้ทันทีเมื่อผู้บัญชาการเข้าพื้นที่ได้ แม้จะมีปัญหาอุปสรรค แต่จะได้รู้ว่าใครต้องทำอะไร
เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ ท่านผู้บัญชาการ รองนายกรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า