GISTDA ชี้ 48 เขตแดงจัด เสี่ยงกระทบระบบทางเดินหายใจ คาดยังไม่ลดลงใน 3 ชั่วโมงข้างหน้า
วันที่ 1 ธันวาคม 2568 สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานครเข้าสู่ระดับวิกฤต หลังสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 จากแอปพลิเคชั่นเช็คฝุ่นเวลา 06.00 น. พบว่าประชาชนในกรุงเทพฯ 48 เขตเผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจโดยตรง
ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่รวมไปถึง ทั่วประเทศกว่า 46 จังหวัด ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเสี่ยง โดยแบ่งเป็นระดับ สีแดง 5 จังหวัด และระดับ สีส้ม 41 จังหวัด กระจายอยู่ทั่วภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน สะท้อนปัญหา PM 2.5 ที่กลับมารุนแรงช่วงปลายปีอย่างต่อเนื่อง
48 เขตในกรุงเทพฯ เข้าสู่ระดับสีแดง ค่าฝุ่นเฉลี่ยเกิน 90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ข้อมูลจากภาพรายงานล่าสุดของ GISTDA ระบุว่า เขตที่มีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่
- หนองแขม 95.6 μg/m³
- บางบอน 94.2 μg/m³
- บางแค 93.7 μg/m³
- ทวีวัฒนา 93.1 μg/m³
- ตลิ่งชัน 90.4 μg/m³
- ภาษีเจริญ 90.4 μg/m³
- บางขุนเทียน 90.3 μg/m³
หลายเขตในฝั่งธนบุรีติดอันดับต้น ๆ ของค่าฝุ่นสูงสุด ขณะที่เขตชั้นใน เช่น พระนคร บางรัก สัมพันธวงศ์ ปทุมวัน ก็มีค่าฝุ่นสูงกว่า 80 μg/m³ ซึ่งยังเกินมาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไว้ที่ไม่เกิน 15 μg/m³ เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
หากดูภาพแผนที่ประเทศไทยจากดาวเทียมของ GISTDA จะเห็นชัดเจนว่าพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงภาคกลางตอนล่าง มีพื้นที่ปกคลุมด้วยสีส้ม-แดง แทบทั้งแถบ บ่งชี้ถึงความหนาแน่นของ PM 2.5 ที่กำลังก่อตัวในปริมาณสูงอย่างรวดเร็ว

🛰️ ดาวเทียมชี้ค่าฝุ่นยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดอีก 3 ชั่วโมงยังวิกฤต
GISTDA ระบุว่า การคาดการณ์ค่าฝุ่นล่วงหน้า 3 ชั่วโมง หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสีแดงและสีส้มต่อไป โดยสาเหตุหลักเกิดจาก
- อากาศเย็นและชั้นบรรยากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสม
- ลมอ่อน เคลื่อนตัวของมวลอากาศน้อย
- การจราจรหนาแน่นในช่วงเช้า
- การเผาในที่โล่งบางพื้นที่ตอนรอยต่อจังหวัด
- ภาพจากดาวเทียมยังแสดงการสะสมมลพิษเป็นผืนกว้างตั้งแต่เขตบางแค-บางบอน-หนองแขม ไล่ลงไปจนถึงสมุทรสาคร และขยายขึ้นไปถึงฝั่งธนบุรีตอนบน
ผลกระทบสุขภาพ : กลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านทันที
แพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจเตือนว่า ค่าฝุ่นระดับสีแดง (เกิน 91-120 μg/m³) ส่งผลกระทบชัดเจนต่อทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง สตรีมีครรภ์
อาการที่พบบ่อยในช่วงค่าฝุ่นสูง ได้แก่ ไอแห้ง ระคายคอ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เวียนหัว และตาแสบ ซึ่งในบางรายอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นอาการกำเริบของโรคประจำตัว