สธ. เร่งมาตรการเชิงรุกรับมือฝุ่นควันภาคเหนือ เปิดคลินิกมลพิษ-ห้องปลอดฝุ่นกว่า 2,000 แห่งทั่วจังหวัด พร้อมส่งทีมเยี่ยมบ้านแจกหน้ากาก-มุ้งปลอดฝุ่นดูแลกลุ่มเปราะบาง 12 อำเภอประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่า เผย ยอดผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและหัวใจยังไม่พุ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และมาตรการเยียวยาผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังวิกฤตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงจนมีการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วใน 12 อำเภอ
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 5 เมษายน 2569 พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า แม้ค่าฝุ่นจะสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง แต่ในกลุ่มโรคสำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เยื่อบุตาขาวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และโรคหัวใจและหลอดเลือด กลับยังไม่พบสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับการจัดบริการทางการแพทย์ สธ. ได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ดังนี้
1.มาตรการ “ห้องปลอดฝุ่น” โดยจัดเตรียมในโรงพยาบาลและ รพ.สต. รวม 570 ห้อง มีผู้รับบริการ 6,143 ราย รวมทั้งทำห้องปลอดฝุ่นในสถานที่ให้บริการประชาชนทั้งภาครัฐและเอกชน ร้านอาหาร เครื่องดื่ม จำนวนห้อง 2,014 ห้อง โดยร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาแพลตฟอร์ม “ห้องพักปอด” เพื่อให้ประชาชนค้นหาจุดพักที่ปลอดภัยจากฝุ่นได้ทันที
2.การดูแลกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคทางเดินหายใจ ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่และ อสม. ออกเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยงกว่า 4.2 แสนราย แจกหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 3.1 แสนชิ้น และนวัตกรรม “มุ้งปลอดฝุ่น” สำหรับผู้ป่วยติดเตียงรวม 187 หลัง
3.หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลงพื้นที่สีแดงที่มีค่าฝุ่นสูงเพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงรุก หากพบการเจ็บป่วยที่ผิดปกติเป็นกลุ่มก้อน จะมีทีมปฏิบัติการสอบสวนโรคลงพื้นที่ทันที
ทั้งนี้ 12 อำเภอที่ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อัคคีภัยไฟป่า) ได้แก่ ฮอด, สะเมิง, ดอยสะเก็ด, แม่แตง, เชียงดาว, แม่วาง, แม่ริม, พร้าว, ดอยเต่า, จอมทอง, หางดง และกัลยานิวัฒนา โดย สธ. ยืนยันความพร้อมทั้งด้านเวชภัณฑ์และบุคลากรเพื่อรับมือสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย
