ดูแลใจหลังภัยพิบัติ ช่วยฟื้นคนไทยจากความเครียดและความสูญเสีย
ท่ามกลางภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นทุกปี ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญทั้งความสูญเสีย ความกลัว และความกดดันสะสม ผู้เชี่ยวชาญเตือน “สุขภาพจิต” คือสิ่งที่ต้องเยียวยาควบคู่กับการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมแนะเทคนิคตั้งสติ สำรวจความรู้สึก ฝึกหายใจลดเครียด และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ก้าวข้ามวิกฤตได้อย่างเข้มแข็ง
“เยียวยาหัวใจ ในวันเผชิญภัยพิบัติ”
ด้วยสถานการณ์จากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกปี สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากประชาชนจะต้องเฝ้าระวัง รักษาชีวิตและทรัพย์สินให้ปลอดภัยแล้ว การดูแลรักษา เยียวยาสภาพจิตใจ หลังเผชิญกับความเครียด ความสูญเสีย หรือสภาวะหมดกำลังใจก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในคนที่อยู่ในกลุ่มพื้นที่เสี่ยงหรือต้องรับมือกับภัยพิบัติซ้ำซ้อน
ตั้งสติ สำรวจหัวใจ จัดการความรู้สึก
เมื่อร่างกายและสมองอยู่ในสภาวะคิดหาวิธีเอาตัวรอด (survival mode) เป็นเวลานาน ความเครียดย่อมมาเยือน การสังเกตตัวเองจากสัญญาณต่าง ๆ จะช่วยให้เราพร้อมรับมือได้มากขึ้น เช่น มีอาการเหม่อลอย คิดวนเวียนซ้ำ ๆ หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย วิธีดูแลสภาพจิตใจเบื้องต้น ควรเริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของตัวเองและสภาวะที่เกิดขึ้น การอนุญาตให้ตนเองรู้สึกเศร้า โดยไม่หนีความจริงว่าเราจะอยู่กับเรื่องร้ายอย่างไร ช่วยให้พร้อมรับมือกับปัญหาได้มากกว่าที่คิด
การพูดคุย ใส่ใจรับฟัง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤต
ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงในภาวะวิกฤต ช่วยเยียวยาจิตใจและพาเราก้าวข้ามความทุกข์ได้ การใส่ใจรับฟัง สังเกตคนรอบข้าง และส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยปรึกษากับคนใกล้ชิด การช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อโอกาสอำนวย เพียงแค่การรับฟังซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่รู้สึกว่าต้องเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว
ฝึกหายใจลดเครียด ตัวช่วยใจสงบ
โดยปกติเมื่อเกิดความเครียด เรามักหายใจถี่และตื้นขึ้นกว่าเดิม การฝึกหายใจให้ช้าและลึกขึ้น ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เพราะได้รับออกซิเจนมากขึ้น ร่างกายของมนุษย์มีความสามารถในการพยายามหาทางรอดให้เราเสมอ การฝึกหายใจให้ถูกต้อง ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้จัดการจิตใจเบื้องต้น เมื่อเจอกับความทุกข์ได้ ดังนี้
- นั่งในท่าที่รู้สึกสบาย หลับตาและประสานมือที่หน้าท้อง
- หายใจเข้า และนับเลข 1-4 เป็นจังหวะช้า ๆ ให้รู้สึกว่าท้องพองออก
- กลั้นหายใจ โดยนับ 1-4 เป็นจังหวะ
- ผ่อนลมหายใจออก ค่อย ๆ นับ 1-8 พยายามไล่ลมหายใจออกให้หมด โดยจะสังเกตได้ว่าหน้าท้องแฟบลง
- ทำซ้ำอีกประมาณ 4-5 ครั้ง จนกว่าจะรู้สึกสงบ
นอกจากจะช่วยคลายความเครียดแล้ว การฝึกหายใจยังช่วยเพิ่มสมาธิ เตรียมความพร้อมของจิตใจ ช่วยให้กระปรี้กระเปร่าขึ้น
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ขอความช่วยเหลือ
หากทำกิจกรรมข้างต้น แต่ยังมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวลอยู่มาก การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้เราจัดการภาวะอารมณ์เหล่านี้ได้ และสามารถเห็นแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ภัยพิบัติตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การตั้งสติโดยเร็วเพื่อรับมือกับความเครียด มองเห็นความหวังและเชื่อมั่นว่ายังมีทางออก ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการฟื้นตัวและก้าวข้ามวิกฤตไปได้ เมื่อหัวใจได้รับการดูแล เราจึงจะสามารถไปต่ออย่างแข็งแรง
พญ. ชนิกานต์ อนุวัตรเกษม คลินิกเฉพาะโรค (จิตเวชศาสตร์) ชั้น 2