Skip to content

iLaw สรุปเหตุการณ์ 11 ธันวาคม 2568 กับสถานการณ์ความวุ่นวายในสภา

12 ธ.ค. 2568 | 16:17น.
iLaw สรุปเหตุการณ์ 11 ธันวาคม 2568 กับสถานการณ์ความวุ่นวายในสภา

ผอ.iLaw สรุปศึกเดือด 11 ธ.ค. ในรัฐสภา หลังข้อถกเถียงที่มาของ สสร. สุดท้ายล็อกผลให้ สส.-สว. เลือกกันเองด้วยสูตร “20 หยิบ 1” ส่งผลบทบาท สว.สีน้ำเงินสูงลิ่ว ก่อนถูกถอนร่างกลางสภา ขณะที่ “เท้ง-อนุทิน” เปิดศึกแรงถึงขั้นประกาศยุบสภา ด้านกระบวนการประชามติยังลุ้นไทม์ไลน์ชนวันเลือกตั้งหรือหลังสงกรานต์ สถานการณ์การเมืองพร้อมพลิกทุกชั่วโมง

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน) ทำคลิปสรุปเหตุการณ์ 11 ธันวาคม 2568 โดยมีใจความสำคัญว่า วันนี้ในสภามีความวุ่นวายมาก โดยมีการถกเถียงกันในวาระหลักเรื่องกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งประเด็นหลักที่เห็นไม่ตรงกันคือที่มาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ผลสรุปสั้น ๆ มี 3 ข้อ ดังนี้ :

1.สรุปว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จะไม่มีการเลือกตั้งจากประชาชน

2.ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะมาจากการเลือกของ สส. และ สว. โดยใช้สูตร “20 หยิบ 1” คือใครรวมเสียงได้ 20 คน ก็สามารถเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ 1 คน

3.เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว จะต้องนำกลับไปให้สภาพิจารณาอีกครั้ง และต้องได้รับเสียงอนุมัติจาก สว. จำนวน 1 ใน 3 จึงจะผ่านได้

เท่ากับว่าฝั่งสีน้ำเงินจะมีบทบาทสูงมากในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้หลายคน สุดท้ายคณะกรรมาธิการจึงตัดสินใจถอนร่างกลับไปก่อน โดยไม่พยายามเดินหน้าต่อ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีการอภิปราย คุณณัฐพงษ์ (เท้ง) หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ประกาศว่า หากยังมีอำนาจพิเศษของ สว. อยู่ จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย ทางด้านคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “งั้นจะคืนอำนาจให้ประชาชน” ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นการยืดอกยุบสภา

ในขณะเดียวกัน สภาก็เร่งเสนอมติเพื่อให้มีการทำประชามติถามประชาชนคำถามแรกว่า “เห็นชอบหรือไม่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ผลปรากฏว่าทุกพรรค รวมถึง สว. สีน้ำเงิน ต่างโหวตรับเห็นชอบให้มีประชามติถามประชาชนในข้อดังกล่าว

แต่หลังจากนี้ยังมีคำถามสำคัญรออยู่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุว่าเมื่อยุบสภาแล้ว จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในกรอบ 45 ถึง 60 วัน ส่วนการทำประชามตินั้น เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว ต้องจัดขึ้นภายใน 90 ถึง 150 วัน หรือหากจะจัดพร้อมวันเลือกตั้ง ต้องใช้กรอบเวลา 60 ถึง 150 วัน

ดังนั้น ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาที่คุณอนุทินกล่าวถึงจะประกาศใช้เมื่อไหร่

  • หากประกาศใช้ทันทีในวันพรุ่งนี้ เป็นไปได้ว่าจะยังไม่มีเรื่องประชามติเกิดขึ้นและอาจไม่ได้ทำประชามติ
  •  หาก ครม. ผ่านเรื่องการทำประชามติออกมาก่อน แล้วพระราชกฤษฎีกายุบสภาตามมาหลังจากนั้นเล็กน้อยประมาณ 3-4 วัน ก็จะสามารถทำประชามติพร้อมเลือกตั้งในวันเดียวกันได้
  • หรือหากพระราชกฤษฎีกายุบสภาออกมาก่อน ก็อาจต้องเลือกตั้งให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนจึงค่อยทำประชามติ ซึ่งก็ยังเป็นไปได้

นอกจากนี้ ยังมีคำถามเรื่องช่วงสงกรานต์ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมประชามติได้หรือไม่ สถานการณ์การเมืองช่วงนี้เปลี่ยนแปลงเร็ว ขอให้ติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำประชามติรัฐธรรมนูญ