Skip to content

ปชน.ชี้ถ้าได้ตั้ง รบ.ต้องโปร่งใส ไม่รังเกียจ ‘คนละครึ่ง’ แต่ต้องมี ‘หวยใบเสร็จ’

09 ม.ค. 2569 | 12:20น.
ปชน.ชี้ถ้าได้ตั้ง รบ.ต้องโปร่งใส ไม่รังเกียจ ‘คนละครึ่ง’ แต่ต้องมี ‘หวยใบเสร็จ’

ศิริกัญญาลั่นเจ็บแล้วจำ ย้ำจัดตั้งรัฐบาลยุคพรรคประชาชนต้องโปร่งใสไร้ดีลลับ ไม่ปิดทาง ‘อนุทิน’ ร่วมหอ แต่ต้องยอมรับเงื่อนไข-นโยบายพรรคได้ ไม่รังเกียจทำ “คนละครึ่ง” แต่ต้องทำควบคู่ “หวยใบเสร็จ”

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกฯพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงช่วงนี้ว่า เป็นธรรมดาสำหรับพรรคที่เป็นตัวเก็งอันดับหนึ่ง ถ้าไม่มุ่งโจมตีแล้วจะทำอะไร แต่ยังมีอีกหลายวิธีในการนำเสนอนโยบายแข่งกัน โดยควรหันมาแข่งกันนำเสนอนโยบายอย่างสร้างสรรค์ มากกว่าการโจมตีฝ่ายตรงข้าม อยากให้ทุกพรรคเปลี่ยนกลยุทธ์จากรุมกินโต๊ะมาขายนโยบาย เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

ส่วนการเปิดตัวทีมบริหารปฏิรูปภาครัฐและระบบราชการวันนี้ น.ส.ศิริกัญญายืนยันว่าพรรคประชาชนเอาจริง ๆ เรามีรัฐมนตรี 1 คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ซึ่งที่จะเปิดตัวคือทีมบริหาร ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นคณะรัฐมนตรีได้ เนื่องจากติดเรื่องข้อกฎหมาย แต่เราต้องการมืออาชีพที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ บวกกับความมุ่งมั่นทางการเมือง เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เกิดผลดีขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะสะดวกกับประชาชน แต่ข้าราชการเองก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วย ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ ขอให้เราติดตามดู

เมื่อถามว่าการเปิดรัฐมนตรีแบบนี้ออกมาจะเป็นการเปิดช่องให้ฝั่งตรงข้ามโจมตีหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เหมือนกับทุกครั้งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตผู้สมัคร สส. เราต้องเปิดเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนว่าไว้วางใจหรือไม่ มีข้อกังวล ข้อข้องใจอะไร จะได้ถามไถ่ให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ก่อนจะแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรี เราคิดว่าเป็นข้อดี ไม่อย่างนั้นต้องไปลุ้นเอาวันที่มีการทูลเกล้าฯ ว่าจะเป็นใครที่มานั่งเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอะไรบ้าง เราเปิดเผยและยินดีที่จะรับฟัง อยากให้มีการปรับปรุงอะไรตรงไหนบ้าง

“หนึ่งในเรื่องที่ประชาชนพูดอยู่บ่อย ๆ คือไม่รู้ว่าพรรคนี้มีแต่นักการเมืองหน้าใหม่ จะสามารถบริหารได้จริงหรือไม่ จึงเป็นความมุ่งมั่นอย่างหนึ่งว่าเราอยากที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีมืออาชีพที่อยู่ในพรรค แต่จะแปลงเป็นคะแนนเสียงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าอยากเลือกพรรคที่นำเสนอทีมบริหารก่อนตั้งแต่ตอนก่อนเลือกตั้งหรือไม่”

เมื่อถามว่าคนในพรรคอาจจะมีความรู้สึกว่าหลายคนน่าจะมีคุณสมบัติที่จะทำหน้าที่บริหารได้ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่ามันไม่ใช่เรื่องของคนนอกหรือคนใน เพราะทำงานร่วมกับพรรคมาแล้ว เรียกว่าคนนอกก็คงไม่ใช่แบบนั้น แต่ว่าบางคนอาจจะไม่ถนัดทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ถนัดงานบริหารมากกว่า จึงไม่จำเป็นจะต้องเป็น สส.ก็ได้ การเปิดเผยรายชื่อให้ประชาชนรับทราบถือเป็นการผ่านการพิจารณาจากประชาชนในระดับหนึ่ง

ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการทำงานของคณะรัฐมนตรีโดยตรง เราคิดว่ากลไกการยึดโยงประชาชนมีอยู่แล้วผ่านนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยก็เปิดทีมบริหารมืออาชีพ สามารถสู้ได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า พรรคประชาชนวางแผนนี้มาก่อน และเปิดต่อสาธารณะว่าเรามีแผนแบบนี้ การที่แต่ละพรรคการเมืองต่าง ๆ หันมาใช้วิธีการนี้ ก็เป็นข้อดีที่ประชาชนมีตัวเลือกว่าจะเป็นอย่างไร แต่ระบบของเราแตกต่างอยู่แล้วเป็นมุ้งการเมืองที่มีจำนวน สส. แลกกับเก้าอี้รัฐมนตรี ดังนั้น การคัดเลือกจากความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญจะเป็นจุดต่างที่ไม่มีพรรคไหนสามารถทำได้ ไม่ใช่ระบบโควตา

เมื่อถามว่าการเปิดตัววันที่ 11 ธ.ค.นี้ว้าวหรือไม่ น.ส.ศิริกัญากล่าวว่าจะเกิดความเหงาได้จากการที่ไม่ได้มีเพียงแค่ 2-3 คน แต่เราทำงานเป็นทีมจริง ๆ ที่จะสอดประสานให้ได้ทุกกระทรวง ต้องฝากประชาชนช่วยพิจารณาถ้าอยากได้รัฐบาลแบบนี้

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนเคยพูดว่าจะไม่โหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มาตลอด แต่หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งจะสามารถให้นายอนุทินมาร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ยืนยันคำเดิมว่าถึงวันนั้นจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกัน จะเป็นรัฐบาลพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง อย่างไรเราก็คงจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คงจะไม่ได้โหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีนอกจากณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

เมื่อถามว่า แต่จะมีโอกาสที่จะให้เขามาโหวตเราหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับวันนั้นว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แล้วยินดีที่ทำตามเงื่อนไข วิธีการทำงานต่าง ๆ นโยบายของพรรคประชาชนหรือไม่

เมื่อถามว่าต้องมี MOA อีกฉบับหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าพูดแล้วมันก็สะท้อนใจ แต่เราก็ยังยืนยันว่าคงต้องมีการจัดทำอย่างโปร่งใส เปิดเผยต่อประชาชนอยู่แล้ว ว่าจะตกลงกันอย่างไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

“เราเจ็บแล้วจำ คงไม่มีไปเจรจาลับ ๆ ล่อ ๆ หรือไปคุยกันบนโต๊ะจีนแน่นอน จะมีการเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าไม่อยากให้เราต้องถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เลือกพรรคประชาชนให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว”

น.ส.ศิริกัญญายังกล่าวถึงนโยบายประชานิยมคนละครึ่งของพรรคเพื่อไทย ที่รัฐบาลจะออกให้ 70% และประชาชนออกเอง 30% ว่าอยู่ที่ประชาชนจะตื่นเต้นกับนโยบายดังกล่าวหรือไม่

ส่วนพรรคประชาชนก็ทราบดีเช่นกันว่าเศรษฐกิจต้องการการกระตุ้น โดยพรรคมีนโยบายกระตุ้นระยะสั้นเช่นกัน คือหวยใบเสร็จ และพรรคไม่รังเกียจที่จะทำคนละครึ่งต่อ เพียงแต่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ SMEs ได้อยู่ตลอดไป ไม่ได้อยู่ชั่วคราวเหมือนคนละครึ่งที่มาเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ

ส่วนนโยบายคนไทยไร้จนของพรรคเพื่อไทย ที่จะเติมเงินให้จำนวน 3,000 บาทนั้น น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า มีความแตกต่างกับโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท รอบนี้เป็นการตั้งเป้าไปที่บุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งถือว่าโอเค แต่อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินไม่ได้ทำให้ความยากจนหมดไปได้จริง ถ้าเรื่องนี้ง่าย ในประเทศไทยคงไม่มีคนจน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศิริกัญญา ตันสกุล