เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
ดูทั้งหมด

เตหะรานใต้ม่านควันพิษ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากสงคราม

10 มี.ค. 2569 | 09:09น.

การโจมตีของอิสราเอลต่อคลังเชื้อเพลิงและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ปิโตรเลียมในกรุงเตหะราน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ทิ้งภาพน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ถนนลุกเป็นสายไฟ ขณะที่ควันดำหนาทึบปกคลุมมหานครที่มีประชากรกว่า 10 ล้านคน จนถนนหนทางและยานพาหนะเต็มไปด้วยเขม่าไว้ในความทรงจำ

ภายหลังการโจมตี ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในหลายเขตของกรุงเตหะรานพุ่งเข้าสู่ระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอันตรายอย่างยิ่ง อ้างอิงจากข้อมูลตรวจวัดเรียลไทม์ (Tehran air quality index) เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 69 ภายหลังเกิดเหตุ ระบุว่าสถานีตรวจวัดในเขต 19 บางแห่งรายงานค่า AQI สูงกว่า 140 พร้อมระดับฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ซึ่งแพทย์ในกรุงเตหะรานรายงานว่าจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการหายใจลำบากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ 

นอกจากนี้ยังเกิดปรากฏการณ์ “ฝนดำ” เมื่อน้ำฝนพาเขม่าและสารเคมีในอากาศตกลงสู่พื้น กลายเป็นฝนกรดที่ระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา และทำลายพืชพรรณในบริเวณโดยรอบ​​​​​​​​​​​​​​​​

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากไฟไหม้ปิโตรเลียมโดยตรง ทั้งควันพิษ พื้นผิวปนเปื้อน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของน้ำและอาหาร กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบหายใจหรือหัวใจ

สื่อท้องถิ่น Al Jazeera เปิดเผยว่า การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่คลังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 4 แห่งและศูนย์กระจายสินค้า 1 แห่ง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังในย่าน Aghdasieh, Shahran และ Karaj โดยในย่าน Shahran ผู้เห็นเหตุการณ์รายงานว่าน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ท้องถนนโดยตรง

Shina Ansari หัวหน้ากรมสิ่งแวดล้อมของอิหร่าน กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมคือเหยื่อเงียบของสงคราม การเผาไหม้เชื้อเพลิงสำรองจำนวนมหาศาลได้กักขังกรุงเตหะรานไว้ภายใต้ม่านมลพิษที่หายใจแทบไม่ออก

สภากาชาดอิหร่านออกมาเตือนว่าควันที่ลอยอยู่เหนือเมืองมีไฮโดรคาร์บอนพิษ ซัลเฟอร์ และไนโตรเจนออกไซด์ในความเข้มข้นสูง และยังระบุด้วยว่าหากเกิดฝนตกผ่านกลุ่มควันเหล่านี้ น้ำฝนจะกลายเป็นฝนกรดที่อาจเผาผิวหนังและทำลายปอดอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสหรือสูดดม

ขณะที่ Ali Jafarian รองรัฐมนตรีสาธารณสุขอิหร่าน เปิดเผยต่อ Al Jazeera ว่าฝนกรดดังกล่าวปนเปื้อนดินและแหล่งน้ำไปแล้ว 

“อากาศพิษเป็นภัยคุกคามถึงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจอยู่เดิม จนต้องออกประกาศให้ประชาชนอยู่ในอาคาร”

กลุ่มควันดำต่างจากมลพิษในเมืองอย่างไร

ด้าน Wired.Me สื่อในเครือบริษัท Condé Nast อธิบายความเสี่ยงว่า เหตุไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันในอิหร่านคือปรากฏการณ์มลพิษที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเตือนว่า อันตรายยิ่งกว่าหมอกควันในเมืองที่มลพิษหนักที่สุดในโลก

Vishnu Sunil ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศ อธิบายว่าโรงกลั่นน้ำมันเป็นโรงงานอุตสาหกรรมซับซ้อนที่แปรรูปน้ำมันดิบให้เป็นเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์เคมีหลากชนิด เมื่อสถานที่เหล่านี้เกิดไฟไหม้ มลพิษที่ปล่อยออกมาจึงซับซ้อนกว่าควันธรรมดา

“สิ่งที่เราเห็นทันทีคืออนุภาคเขม่าสีดำ ซึ่งรวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) ที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อระบบหายใจทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่ควันที่มองเห็นได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น และยังมีอีกมากที่เรามองไม่เห็น” 

เช่น ไนโตรเจนออกไซด์และซัลเฟอร์ออกไซด์ที่เชื่อมโยงกับฝนกรด รวมถึงโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ใช้ X (Twitter) หลายรายเปรียบเทียบควันเหนืออิหร่านกับหมอกควันเรื้อรังของเมืองอื่นๆ บางคนโพสต์ว่ามลพิษในบางประเทศยังแย่กว่า แต่ Sunil ชี้ว่าการเปรียบเทียบเช่นนั้นทำให้เข้าใจผิดได้

หมอกควันในเมืองปกติมาจากรถยนต์ อุตสาหกรรม และฝุ่น แม้เป็นอันตราย แต่กระจายตัวในพื้นที่กว้าง ขณะที่ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันปล่อยมลพิษจำนวนมากออกมาอย่างฉับพลันและเป็นกระจุก

เขาระบุชัดว่า ในสถานการณ์ปกติ เรามีการเผาไหม้แบบควบคุมได้ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกอย่างที่เราพยายามป้องกันถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศอย่างรวดเร็วและในปริมาณมหาศาล

สำหรับผลกระทบต่อสุขภาพไม่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากแหล่งไฟ ระยะเวลาที่ไฟไหม้ และทิศทางลม 

เช่นเดียวกับ Harjeet Singh ผู้อำนวยการก่อตั้ง Satat Sampada Climate Foundation ที่ออกมาให้ข้อมูลว่า มลพิษจากการจราจรประจำวันถูกเจือจาง แต่ไฟไหม้โรงกลั่นคือการโจมตีแบบกระจุกตัว ควันมีโลหะหนักและสารเคมีที่ยังเผาไหม้ไม่หมดในความเข้มข้นสูงกว่าท่อไอเสียรถยนต์มาก

เสมือนการอยู่ในห้องที่มีคนสูบบุหรี่ กับอยู่ในห้องที่ไฟกำลังลุกไหม้

เขาอธิบายต่อว่า ควันจากโรงกลั่นที่ไหม้เป็น “ค็อกเทลพิษ” ที่ประกอบด้วยคาร์บอนดำ นำสารเคมีเจาะลึกเข้าสู่ปอด

ผลกระทบระยะยาว

Sunil อธิบายถึงอันตรายจะอยู่นานเท่าไหร่หลังไฟดับว่าไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และปรากฏการณ์ “อุณหภูมิผกผัน” (Atmospheric Inversion) ที่อาจกักมลพิษให้อยู่ใกล้พื้นดินนานขึ้น 

แม้ควันที่มองเห็นจะจางลงแล้ว ก็ยังต้องมีการตรวจวัดเพื่อให้แน่ใจว่ามลพิษไม่ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ยิ่งไปกว่านั้น มลพิษไม่รู้จักเขตแดน ผลกระทบจากไฟไหม้โรงกลั่นอาจไม่หยุดอยู่แค่พื้นที่โดยรอบ 

“มลพิษไม่ใช่ปัญหาของท้องถิ่น มันคือปัญหาระดับโลก” 

เขามองว่าการที่กลุ่มมลพิษอาจลอยไปถึงกลุ่มประเทศ GCC (ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, โอมาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์ และบาห์เรน) ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เขม่าและตะกอนเผาไหม้ที่ตกลงสู่พื้นดินยังอาจปนเปื้อนพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งน้ำเปิด และระบบนิเวศโดยรวม ผลกระทบบางอย่างชัดเจนและเห็นได้ทันที แต่บางส่วนอาจไม่ปรากฏให้เห็นนานหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือแม้กระทั่งหลายปีหลังจากเพลิงสงบ​​​​​​​​​​​​​​​​

กล่าวคือ ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ทอดยาวข้ามหลายมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งสุขภาพของประชาชนกว่า 10 ล้านคนที่ต้องสูดดมอากาศที่มีค่า AQI เกิน 140 แหล่งน้ำที่ปนเปื้อนจากฝนกรดและน้ำมันดิบที่รั่วไหลลงสู่ถนนและดิน 

ตลอดจนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และเขม่าที่สะสมในเขตเมืองซึ่งบั่นทอนความสามารถในการฟื้นตัวของมหานครในระยะยาว ไปจนถึงพิษที่ตกค้างในพื้นที่เกษตรกรรมและพืชพรรณโดยรอบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจต้องใช้เวลานับปีกว่าระบบนิเวศจะกลับคืนสู่สภาพเดิม​​​​​​​​​​​​​​​​

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐ-อิหร่าน สิ่งแวดล้อม