เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

น้ำมันโลกเปลี่ยนทิศ! โรงกลั่นเอเชียระบายซัพพลายล้น ส่งขายสหรัฐ

30 มิ.ย. 2569 | 16:20น.

หลังช่องแคบฮอร์มุซกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียเพิ่มสูงขึ้น จนโรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย ต้องผลักน้ำมันดิบจากตะวนออกกลางบางส่วนไปเสนอขายสหรัฐ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณสำรองน้ำมันลดน้อยลง โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ด้วยภาวะน้ำมันล้นตลาด ทำให้การเสนอขายต่อมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง ส่งผลให้โรงกลั่นในเอเชียซึ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพออยู่แล้ว ต้องผลักดันน้ำมันดิบบางส่วนไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกล เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย

โดยปกติแล้ว เอเชียเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางรายใหญ่ที่สุด แต่ขณะนี้บรรดาโรงกลั่นน้ำมันเอเชียต่างเผชิญกับภาวะน้ำมันล้นมือ เนื่องจากข้อตกลงสันติภาพระยะแรกระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่ลงนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2026 ทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต กาตาร์ และประเทศอื่น ๆ สามารถกลับมาฟื้นฟูกำลังการผลิตได้อีกครั้ง ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอันดับหนึ่งยังคงนิ่งเฉยต่อการซื้อ ทำให้ผู้แปรรูปน้ำมันบางรายในเอเชีย เริ่มเสนอขายต่อน้ำมันดิบไปยังภูมิภาคตะวันตกแล้ว ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว

ผู้ค้ารายหนึ่งกล่าวว่า น้ำมันดิบเกรดต่าง ๆ จาก UAE กำลังถูกเสนอขายต่อไปยังสถานที่ห่างไกลอย่างชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ โดยข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการข้อมูล Kpler ระบุว่า พื้นที่แถบนั้นไม่ได้นำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียมาตั้งแต่ปลายปี 2025 นอกจากนี้น้ำมันดิบเกรดเดียวกันยังถูกเสนอขายในฮาวายด้วย โดยหากมีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นน้ำมันจากตะวันออกกลางล็อตแรกที่ส่งไปยังฮาวาย นับตั้งแต่ปี 2018

ขณะนี้ ตลาดน้ำมันอยู่ในภาวะผันผวน เนื่องจากภาวะตึงตัวอย่างรุนแรงในช่วงแรกของสงครามอิหร่านได้คลี่คลายลงแล้ว และกำลังเข้าสู่ภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาคึกคัก และผู้ผลิตในตะวันออกกลางเร่งผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง ส่งผลให้มีน้ำมันล้นตลาดสำหรับลูกค้าเอเชียที่ก่อนหน้านี้เพิ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันจนต้องซื้อจากสหรัฐ

จูน โกห์ นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันอาวุโส จากบริษัทเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย Sparta Commodities SA กล่าวว่า โรงกลั่นในเอเชียมีน้ำมันเพียงพอจนถึงเดือน ส.ค. แล้ว และน้ำมันดิบพร้อมส่งมอบที่ออกจากช่องแคบฮอร์มุซก็ทำให้ปริมาณน้ำมันล้นตลาดมากขึ้น ขณะที่จีนยังไม่มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่ม

ด้วยภาวะน้ำมันล้นตลาดเอเชียในตอนนี้ ทำให้การเสนอขายน้ำมันจากตะวันออกกลาง ต่อไปยังประเทศฝั่งตะวันตก กลายเป็นเรื่องคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น โกห์กล่าว

การซื้อขายระยะไกลที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนี้ อาจมีความเป็นไปได้เนื่องจากส่วนต่างของราคาเปลี่ยนไป ขณะที่คลังสำรองน้ำมันสหรัฐลดน้อยลง ประกอบกับในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตะวันออกกลางก็ลดลงอย่างมาก โดยน้ำมันหลายชนิดมีราคาซื้อขายต่ำกว่าดัชนีราคาน้ำมันดิบดูไบ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบมาตรฐานสำหรับภูมิภาคเอเชีย

ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมันดิบในสหรัฐที่ลดลง ก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยปริมาณน้ำมันดิบที่ศูนย์กลางคลังเก็บน้ำมันคุชชิง ในรัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ก็มีปริมาณลดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบในพื้นที่อื่น ๆ ในชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ รวมถึงฮาวาย ก็มีปริมาณลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 เช่นกัน

ทั้งนี้ ยุโรปและสหรัฐ เคยนำเข้าน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียอยู่บ้างในช่วงเวลาปกติ แต่ปริมาณดังกล่าวลดลงในช่วงสงคราม เนื่องจากผู้ใช้ในเอเชียยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่าเพื่อแย่งชิงซัพพลายส่วนที่เหลือในภูมิภาค

นอกจากนี้ การค้าน้ำมันสหรัฐไปยังเอเชียก็ชะลอตัวเช่นกัน โดยผู้ค้ากล่าวว่า โรงกลั่นสัญชาติเกาหลีใต้อย่าง GS Caltex ไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐในรอบการซื้อขายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีกำหนดส่งมอบในเดือน ก.ค. นี้ เนื่องจาก WTI มีราคาสูงกว่าน้ำมันดิบเกรดอื่น ๆ เช่น น้ำมันดิบเกรดเมอร์บัน (Murban) ซึ่งเป็นน้ำมันดิบเกรดพรีเมียมของอาบูดาบี

ตามการประมาณการจากผู้ค้า ระบุว่า ยอดขายรวมของน้ำมันดิบจากสหรัฐ ที่มีกำหนดขนส่งไปเอเชียในเดือน ก.ค. อยู่ที่ 8-9 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของเดือน มิ.ย. และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบประมาณหนึ่งปี ตามข้อมูลของ Kpler