เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เลนส์แว่นที่ ‘มาครง’ ใช้ ประกาศล้มละลาย ปิดฉาก 70 ปี

01 ก.ค. 2569 | 04:18น.

แว่นตาที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสใส่ได้ประกาศล้มละลายแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลพาณิชย์ของฝรั่งเศสตัดสินใจไม่ยอมรับแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัท Dalloz Creations และประกาศให้บริษัทเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี (ปิดกิจการ) ส่งผลให้ทรัพย์สินของบริษัททั้งหมดถูกนำออกประมูลออนไลน์ และพนักงานทั้ง 29 คนต้องตกงาน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ภาพของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง สวมแว่นตาที่เป็นเลนส์ของบริษัทนี้ จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกได้ประมาณ 1 ปี

Dalloz Creations เป็นโรงงานเก่าแก่ของฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1957 และเชี่ยวชาญด้านการผลิตเลนส์แว่นตากันแดดระดับไฮเอนด์มานานเกือบ 70 ปี

แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถประคองตัวอยู่จนถึงวันที่กระแสความนิยมในโลกออนไลน์ ถล่มยอดสั่งซื้อจริงได้

การล้มละลายของบริษัทนี้เป็นเพราะแรงกดดันที่อุตสาหกรรมการผลิตดั้งเดิมของฝรั่งเศสเผชิญกับยุคย้ายฐานถูกย้ายไปที่อื่น

เป็นอีกบทเรียนยังตอกและย้ำให้จำว่า “ชื่อเสียงบนโลกออนไลน์” กับ “การอยู่รอดจริง” เป็นคนละเรื่องกัน

มีประธานาธิบดีเป็นพรีเซ็นเตอร์ ก็ไม่ช่วย

แม้จะได้รับความสนใจจากประธานาธิบดี แต่ก็ไม่สามารถช่วยบริษัทให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้

ย้อนไปเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ประธานาธิบดีมาครงต้องสวมแว่นกันแดดออกงานตลอดสองสัปดาห์เนื่องจากมีอาการเลือดออกในตา

เป็นแว่นทรงนักบิน ที่ใส่ใน การประชุมดาวอส หรือการพบปะทางการทูต กลายเป็นประเด็นที่สื่อต่างชาติให้ความสนใจ โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงขั้นนำไปล้อเลียนว่าเหมือนตัวละครในหนังเรื่อง Top Gun

ชาวฝรั่งเศสเองก็นำภาพมาเทียบกับโปสเตอร์หนังจนเป็นกระแสใหญ่โต

สื่อต่างชาติพากันสืบจนพบว่า กรอบแว่นทำโดยผู้ผลิตชื่อ Henry Julien และเลนส์มาจากบริษัทเล็กๆ ในเมือง Saint-Claude ชื่อ Dalloz Creations

หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป Henry Julien กระแสดี มีออเดอร์เข้ามามากมาย

แต่สำหรับ Dalloz Creations แม้จะได้รับโอกาสให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ความภูมิใจก็อยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายศาลก็สั่งปิดกิจการโดยที่การเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืน ไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางการเงินของบริษัทเลย

เรื่องราวของ Dalloz Creations นับเป็นโศกนาฏกรรมทางธุรกิจของฝรั่งเศสที่น่าเศร้า บริษัทเปรียบเสมือนตัวแทนของงานฝีมือที่สั่งสมมาเกือบ 70 ปีในเมือง Saint-Claude ซึ่งเคยเป็นเมืองหัวหอกของการผลิตแว่นตา

ความเป็นมาของเมือง

เมือง Saint-Claude ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขา Jura ไม่ได้เป็นเมืองใหญ่ แต่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสเกือบ 200 ปี

ช่างฝีมือที่นั่นเคยผลิตทุกชิ้นส่วนของแว่นตาด้วยมือจนได้รับฉายาว่า

“เมืองหลวงแห่งแว่นตาของฝรั่งเศส”

ซึ่งบริษัท Dalloz Creations ก็เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมนี้รุ่งเรืองที่สุดในปี 1957

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้นมา ฐานการผลิตหลักของบริษัท ต้องย้ายไปอยู่ในเอเชีย โดยเฉพาะที่เมืองตานหยาง ประเทศจีน ที่ปัจจุบันผลิตแว่นตาและเลนส์เป็นสัดส่วนมหาศาลของโลก

ในขณะเดียวกันยักษ์ด้านเลนส์ระดับโลกอย่าง Essilor หรือ Carl Zeiss ก็เติบโตขึ้นจากการควบรวมกิจการ ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กในฝรั่งเศสที่มีอำนาจต่อรองน้อยอยู่แล้วยิ่งลำบากขึ้น จนผู้เชี่ยวชาญในวงการถึงกับกล่าวว่า

“ปัจจุบันแทบไม่มีช่างผลิตแว่นตามืออาชีพเหลืออยู่ในฝรั่งเศสแล้ว”

Dalloz Creations พยายามเน้นผลิตเลนส์ระดับไฮเอนด์ด้วยคุณภาพและงานฝีมือ แทนการแข่งด้านราคา มองจากทฤษฎีถือว่ามาถูกทางสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

แต่เนื่องจากลูกค้ามีจำนวนจำกัด ความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ก็เปลี่ยนแปลงไป บริษัทจึงกระทบหนักทันที เพราะบริษัทเล็กๆ ที่มีพนักงานเพียง 29 คนไม่มีเงินสำรองมากพอที่จะรับมือกับความผันผวนได้

ผลประกอบการในช่วงปี 2023-2025 ของบริษัทลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เพราะวิกฤตที่เกิดฉับพลัน แต่เป็นเพราะการค่อยๆ ตายไปอย่างช้าๆ จากตลาดที่หดตัว การแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนเท่าเดิม

อนาคตธุรกิจแว่นตา

แม้ความต้องการแว่นกันแดดทั่วโลกจะมีอยู่ไม่น้อย ทั้งจากการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ความใส่ใจสุขภาพตา และกระแสแฟชั่น

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “วิธีการแข่งขัน” และ “การกระจายมูลค่า”

การปิดตัวของ Dalloz Creations จึงเป็นเหมือนการจบยุคเก่า แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสใหม่ๆ ด้วย

  1. ผู้บริโภครุ่นใหม่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มี “เรื่องราว” มีแหล่งกำเนิดที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ของที่ผลิตจากโรงงานจำนวนมาก

    แบรนด์ในยุโรปจึงเริ่มโปรโมทสถานที่ผลิตและงานฝีมือให้เป็นจุดขาย เหมือนกับไวน์แชมเปญหรือเบียร์จากมิวนิก ซึ่งอาจทำให้เมือง Saint-Claude กลับมาสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง
  2. การแข่งขันเรื่องเลนส์ฟังก์ชันต่างๆ เช่น เลนส์เปลี่ยนสี หรือเลนส์ตัดแสงสีฟ้า กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

    แต่ที่น่าจับตามองคือ แว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) อย่างเช่นรุ่นของ Meta ที่ขายดีเกินคาด พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคยอมจ่ายเงินให้แว่นตาที่ “ใช้งานได้จริงๆ” ในอนาคต

    แว่นตาจะไม่ใช่แค่ของประดับแฟชั่น แต่จะเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ช่วยเรื่องสุขภาพและการสื่อสาร