ซัมซุง พลิกโมเดล CSR ปั้นระบบนิเวศ ‘Future Skills’ ติดอาวุธเด็กไทยรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง
ซัมซุงชูแนวคิด “Make Your Impact” เดินหน้าบ่มเพาะสตาร์ตอัพนวัตกรรมท้องถิ่นหลังจบเวทีประกวด พร้อมอัดฉีดทรัพยากร-ฮาร์ดแวร์ หวังเปลี่ยนผ่านเยาวชนจากผู้บริโภคเทคโนโลยีสู่ “นักแก้ปัญหาสังคม”
นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่คนต่างหากที่เปลี่ยนโลก ซัมซุงจึงเดินหน้ายกระดับโครงการของเราในปีนี้สู่ระบบนิเวศเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เราไม่เพียงมอบเครื่องมือให้แก่เยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังมอบเวทีในโลกแห่งความเป็นจริงให้ทุกคนได้ก้าวขึ้นมารับผิดชอบ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนของตนเอง”
ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “มุ่งสร้างพลังคน มุ่งสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน”
วิสัยทัศน์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของซัมซุงในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “มุ่งสร้างพลังคน มุ่งสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน” (Together for Tomorrow. Enabling People) สร้างจากความเชื่อมั่นว่า “คน” คือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงในสังคม ซัมซุงจึงมุ่งพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในระยะยาว มากกว่าการให้ความช่วยเหลือ เชิงบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยติดอาวุธให้เยาวชนไทยด้วยทักษะดิจิทัลและทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต หรือที่เรียกว่า “Future Skills” เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ใช้ทักษะชั้นสูงอย่างเต็มที่

เปลี่ยนกลยุทธ์สู่ระบบนิเวศที่สร้างผลกระทบเชิงบวก
ซัมซุงได้ก้าวผ่านโมเดลการทำโครงการเพื่อสังคมและข้อจำกัดแบบเดิม ๆ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ผสานสามเสาหลักสำคัญ ได้แก่ ทักษะ (Skills) เทคโนโลยี (Technology) และนวัตกรรม (Innovation) เพื่อสร้างวงจรการเติบโตที่ยั่งยืน ระบบดังกล่าวช่วยสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตนเอง โดยการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจะนำไปสู่การค้นพบปัญหาจริงในสังคม ก่อนต่อยอดสู่การคิดค้นโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกผ่านนวัตกรรมเรือธงเพื่อเยาวชนไทย
ซัมซุงสานต่อการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้กับเด็กไทย เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้คนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ Samsung Innovation Campus (SIC) มุ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิด “Innovation for All” โดยดำเนินโครงการผ่านการจัดกิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้แก่คุณครู ICT ในเรื่อง “วิทยาการคำนวณ” ในรูปแบบ Active Learning เพิ่มขีดความสามารถในการสอนหลักสูตรการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) และ Media Literacy ให้คุณครูจาก 35 โรงเรียนทั่วประเทศ และสามารถนำไปประยุกต์ในการเรียนการสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นอกจากนี้ ยังเปิด หลักสูตรออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไป อาทิ การโค้ดดิ้ง (Coding)และ AI โดยโครงการนี้มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเสริมแกร่งทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังสร้างสรรค์โครงการ Samsung Solve for Tomorrow (SFT) ที่มีเป้าหมายมุ่งปลูกฝังแนวคิดด้านนวัตกรรมและไอเดียวธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาสังคมในระดับสากลแก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ โดยเปิดเวทีให้สร้างสรรค์ไอเดียเปลี่ยนแปลงสังคม ให้เยาวชนนำองค์ความรู้โดยรวม STEM (Science, Technology, Engineering, and Math) ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ มาแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ผ่านกระบวนการ Design Thinking และ Business Model Canvas มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาเยาวชนที่ร่วมกิจกรรม เพื่อเปลี่ยนจากผู้บริโภคเทคโนโลยี ให้กลายเป็นผู้ประกอบการสังคมและนักแก้ปัญหาที่กระตือรือร้นพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลง
โดยนับตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนและครูเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองโครงการรวม 211,903 คน ที่สำคัญคือมีคนไทยรวมมากกว่า 1.6 ล้านคนที่ได้รับประโยชน์จากทุกโครงการของซัมซุง ได้แก่ Samsung Smart Learning Center, Samsung Career Discovery, Samsung Solve for Tomorrow และ Samsung Innovation Campus
จากไอเดียบนกระดาษสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ลงมือทำได้จริง
ความโดดเด่นที่ทำให้โครงการของซัมซุงแตกต่างจากโครงการเพื่อสังคมอื่นๆ คือ ไม่หยุดอยู่แค่การสนับสนุนโปรเจกต์ที่มีแนวคิดบนกระดาษเท่านั้น แต่ซัมซุงมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด “Make Your Impact: Think, Innovate, Act Sustainably” ผลักดันให้ผู้ร่วมกิจกรรมนำแนวคิดของตนไปใช้จริงในชุมชน
ทั้งนี้ ไอเดียที่ชนะการประกวด ไม่ว่าจะเป็นระบบ AI ติดตามสัตว์ป่าในชุมชน ไปจนถึงนวัตกรรมสารชีวเคมีทางการเกษตร จะได้รับการเพาะบ่มพัฒนาต่อยอดหลังจบการแข่งขัน ซัมซุงยังสนับสนุนให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญการจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และทรัพยากรเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการพัฒนาต้นแบบต่างๆ ไปสู่โซลูชันจริงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนสำหรับชุมชน

นายพิชญะ มณีจันสุข คุณครูโรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม จ.สกลนคร กล่าวว่า “สำหรับการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางของโครงการฯ เราสามารถสอนแนวคิดวิทยาการคำนวณให้เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดกระบวนการความคิด หรือ การเรียงลำดับอัลกอริทึม และยังเป็นกิจกรรมนันทนาการไปในตัวได้ด้วย ทำให้การเรียนการสอนเป็นมากกว่าการการอธิบายและท่องจำ”

กมลภพ ศรีพลกรัง นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กุนนที เล่าว่า “ผมรู้สึกสนุกมากเลยครับ ปกติในห้องเรียนทั่วไปจะมีแต่การนั่งฟังบรรยาย แต่ที่นี่พวกเราได้เล่นเกมที่คุณครูจัดให้ ได้เรียนรู้ว่ามิจฉาชีพมีวิธีหลอกลวงเราอย่างไร และรู้วิธีปกป้องตัวเองได้อย่างถูกต้องครับ”
สานต่อความมุ่งมั่นระยะยาวเพื่อสังคมไทย
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของซัมซุง การลงทุนในโครงการเพื่อสังคมดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญประชาสัมพันธ์ หากแต่สะท้อนความมุ่งมั่นที่มีต่อคนไทย และความร่วมมือที่หยั่งรากลึกมายาวนานหลายทศวรรษ ในขณะที่ประเทศไทยมุ่งสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซัมซุงมุ่งเดินหน้าเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ โดยมุ่งมั่นลงทุนในทุนมนุษย์ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตดิจิทัลที่ยืดหยุ่น ครอบคลุม และเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับคนรุ่นต่อไป



