เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึงฮานอย เยือนเวียดนาม อย่างเป็นทางการ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึงฮานอย เยือนเวียดนาม อย่างเป็นทางการ
“P&G” โหมแฮร์แคร์ 2 หมื่นล้าน ส่ง “Head&Shoulders Plus” ชิงเค้ก
Business “P&G” โหมแฮร์แคร์ 2 หมื่นล้าน ส่ง “Head&Shoulders Plus” ชิงเค้ก
พรรคประชาชน ลุยฟ้อง กกต. ปมตัดตอนคดีโกงเลือก สว. เดินหน้า 5 มาตรการดักทาง ‘ภูมิใจไทย’
Politics พรรคประชาชน ลุยฟ้อง กกต. ปมตัดตอนคดีโกงเลือก สว. เดินหน้า 5 มาตรการดักทาง ‘ภูมิใจไทย’
รัฐบาลคุม “เครดิตเทอม” รายใหญ่จ่าย SME ไม่เกิน 30-45 วัน ลดปัญหายื้อจ่าย
Business รัฐบาลคุม “เครดิตเทอม” รายใหญ่จ่าย SME ไม่เกิน 30-45 วัน ลดปัญหายื้อจ่าย
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 ก.ย. 69) สูตรธรรมดา ขึ้นยกแผง 0.85 บาท ดีเซลแตะ 40.69 บาท
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 ก.ย. 69) สูตรธรรมดา ขึ้นยกแผง 0.85 บาท ดีเซลแตะ 40.69 บาท
เจาะลึกเทรนด์ “มูเตลูฮ่องกง” ยุค 9 ชู “เจ้าแม่จิ่วเทียน” เสริมกลยุทธ์ธุรกิจ-การเงิน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
Biz Movement เจาะลึกเทรนด์ “มูเตลูฮ่องกง” ยุค 9 ชู “เจ้าแม่จิ่วเทียน” เสริมกลยุทธ์ธุรกิจ-การเงิน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
กกต. เปิดรายชื่อ 77 ราย ผู้ถูกยื่นศาลฎีกา คดีฮั้ว สว.
Politics กกต. เปิดรายชื่อ 77 ราย ผู้ถูกยื่นศาลฎีกา คดีฮั้ว สว.
‘เซมิคอนดักเตอร์’ รับทรัพย์จาก AI ฉ่ำ ๆ คาดรายได้ทั่วโลกปี’69 แตะ 53 ล้านล้านบาท
Tech ‘เซมิคอนดักเตอร์’ รับทรัพย์จาก AI ฉ่ำ ๆ คาดรายได้ทั่วโลกปี’69 แตะ 53 ล้านล้านบาท
คำต่อคำ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. เหตุใดยกคำร้อง 21 ภูมิใจไทย
Politics คำต่อคำ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. เหตุใดยกคำร้อง 21 ภูมิใจไทย
หุ้นไทยปิดตลาด (14 ก.ย.) ดิ่งหลุด 1,600 จุด DELTA ฉุดแรง
Finance หุ้นไทยปิดตลาด (14 ก.ย.) ดิ่งหลุด 1,600 จุด DELTA ฉุดแรง
ดูทั้งหมด

EEC ย้ำ6โครงการหลัก PPP ต้องเซ็นสัญญานักลงทุนช้าสุด Q1/62 เตรียมสรุปผลงาน2ปี ให้นายกฯ10 ส.ค.

01 ส.ค. 2561 | 13:12น.

สำนักงานอีอีซี และ BOI ร่วมกับเอกชน 3 สถาบัน เปิดเวทีสัมมนา “อีอีซีเดินหน้า เชื่อมโลก ให้ไทยแล่น : โอกาสของนักลงทุนไทย” โชว์ความพร้อมภาครัฐ เร่งเครื่องพัฒนาอีอีซี หลัง พ.ร.บ.อีอีซี บังคับใช้ ปักหมุด 6 บิ๊กโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานหลัก 6-7 แสนล้านบาท มั่นใจได้ชื่อผู้ชนะประมูลภายใน ธ.ค.นี้ หวังเพิ่มขีดแข่งขันอุตสาหกรรมไทยรับลงทุนใหม่อุตสาหกรรมเป้าหมาย เปิดประตูการค้าไทยเชื่อมโยงภูมิภาคเจาะเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 วางเป้าหมายเงินลงทุนรวมทั้งรัฐและเอกชน 1.7 ล้านล้านบาทใน 5 ปี

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเปิดงานสัมมนา “อีอีซีเดินหน้า เชื่อมโลกให้ไทยแล่น : โอกาสของนักลงทุนไทย” จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย “ความคืบหน้าของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ขณะที่ประเทศไทยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจนตามยุทธศาสตร์ (RoadMap) ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาในเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามนโยบาย Thailand 4.0 เห็นได้จากที่มี พ.ร.บ.อีอีซีที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 พ.ค. 2561 การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และออกมาตรการใหม่ๆ รวมถึงการปรับกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และยังได้เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์พิเศษของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่จะเอื้อต่อการประกอบธุรกิจและการลงทุน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศที่จะพร้อมเข้ามาลงทุนในอนาคต

โดย 6 โครงการหลักทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, สนามบินอูตะเภา, ศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO), ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3, ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3, เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ที่ต้องให้ได้เอกชนลงทุนและเซ็นสัญญาทั้งหมดภายในปลายปี 2561 ช้าสุดคือต้นปี 2562

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่อีอีซีรัฐบาลได้เร่งรัดให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านกฎหมายอีอีซี การดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี

“ขณะนี้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี”

ทั้งนี้จากแผนการพัฒนาพื้นที่อีอีซี คาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนรวมทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 49,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา 2.โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 3.การพัฒนาโครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3

4.การพัฒนาโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 5.โครงการพัฒนารถไฟฟ้ารางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ 6.โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 7.การลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย 8.การพัฒนาการท่องเที่ยว และ 9.การพัฒนาเมืองใหม่

ทั้งนี้เพื่อรองรับการลงทุนให้มีประสิทธิภาพในอีอีซี รัฐได้เร่งดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก 5 โครงการ ภายใต้การร่วมลงทุน PPP ที่กำหนดเซ็นสัญญากับเอกชนในการลงทุนร่วมพัฒนาภายในเดือนธันวาคมนี้ทุกโครงการและกำหนดให้แล้วเสร็จ ภายใน 5 ปี วงเงินลงทุนรวมประมาณ 6 แสนล้านบาท และลงทุนระบบดิจิทัลในพื้นที่อีอีซี

สำหรับความคืบหน้า 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา) กำหนดได้ผู้ชนะการประมูลในเดือน ก.ย. 61 ที่ขณะนี้มีเอกชนสนใจเข้าซื้อซองร่างขอบเขตการประมูล หรือ TOR จำนวนมากคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566

2.โครงการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา คาดออก TOR ภายในเดือน ตุลาคม 2561 และกำหนดคาดแล้วเสร็จภายในปี 2564 3.โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน กำหนดแล้วเสร็จในปี 2564 4.ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 กำหนดเสร็จปี 2567 และ 5. ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 กำหนดเสร็จปี 2568

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ในด้านการส่งเสริมการลงทุน บีโอไอ ได้วางมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะช่วยส่งเสริมการลงทุนให้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะการให้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าปกติของการลงทุนที่ผ่านมาซึ่งจะเน้นให้สิทธิประโยชน์ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 3 ปีหลังสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเกณฑ์ปกติ และการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น เมืองการบินภาคตะวันออก (สนามบินอู่ตะเภา) และการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic 2 Corridor of Innovation หรือ EECI) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มเติม 2 ปี จากเกณฑ์ปกติ (รวมสิทธิประโยชน์เดิมเกิน 8 ปีได้ และลดหย่อนอีกร้อย ละ 50 เป็นระยะเวลา 5 ปี)

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โครงการพัฒนาอีอีซี เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีพัฒนาขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ความพร้อมของภาคเอกชนจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อนโยบายการลงทุนของประเทศ โดยการยกระดับภาคการผลิตในด้านต่างๆ ทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงยกระดับคุณภาพแรงงาน ให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อมั่นว่านโยบายการพัฒนาอีอีซี จะส่งผลให้เกิดการขยายตัวด้านการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาไทยมากขึ้น
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออกในปัจจุบันมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของไทย ที่จะเป็นการสร้างโอกาสของประเทศเพิ่มมากขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ และการเพิ่มความเข้มแข็งในอุตสาหกรรมหลักเดิม ที่จะส่งผลต่อมูลค่าทางการค้าและส่งออกของไทยเพิ่มสูงขึ้น จากความหลากหลายของสินค้าของไทยที่สามารถเจาะกลุ่มตลาดต่างๆ ในทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศนโยบายการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งมีงบประมาณสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี นับเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ซึ่งจะสอดคล้องตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวของการส่งออก การท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอยของ ภาคประชาชน รวมถึงราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น มาจากแรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐ ในโครงการต่างๆ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาอีอีซี ทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมาก และยังเป็นการสร้างรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตไปได้ด้วยดีและกระจายตัวไปยังเศรษฐกิจฐานรากอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีอีซี EEC เศรษฐกิจ โรดแมป