Skip to content

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเยือน กรุงเฮก 9 เม.ย. ทรงเป็นองค์ ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทย พระราชนิยม

06 เม.ย. 2569 | 18:46น.
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเยือน กรุงเฮก 9 เม.ย. ทรงเป็นองค์ ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทย พระราชนิยม

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเยือน กรุงเฮก 9 เม.ย. ทรงเป็นองค์ ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทย พระราชนิยม

วันที่ 9–10 เมษายน 2569 ณ โรงแรม Hotel Des Indes กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและ ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล กิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในประเทศและต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 โดยในวันที่ 9 เมษายน 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม

และ ทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ทั้งนี้ในงาน ยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ อาทิเช่น งานจักสานย่านลิเภา และ งานปักดิ้นเงินดิ้นทอง เป็นต้น โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก คณะทูตประจำประเทศเนเธอร์แลนด์ คณะเอกอัครราชทูตจำนวน 34 ประเทศ และคู่สมรส องค์การระหว่างประเทศ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การห้ามอาวุธเคมี พร้อมคู่สมรส ผู้บริหารศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration) ผู้บริหารคณะกรรมการ UNESCO แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ และภาคเอกชน เป็นต้น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม” เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 ชุดไทยพระราชนิยมประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิต อีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้สวมใส่ ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติ ปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์ การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน