เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัด-ชี้ช่วยประชาชนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห  รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
World IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัด-ชี้ช่วยประชาชนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
Biz Movement เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
Finance คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
News สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
Finance IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
Economic คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
ดูทั้งหมด

SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม

14 ก.ค. 2569 | 16:30น.

SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 เดินหน้าผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยมและหัตถกรรมที่เกี่ยวข้อง” ให้เป็นอัตลักษณ์สำคัญของชาติ และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับสากล พร้อมขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่านโมเดลธุรกิจยั่งยืน เชื่อมการพัฒนาคน ผลิตภัณฑ์ และตลาดเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทใหม่ของงานหัตถศิลป์ไทย ซึ่งไม่ได้ถูกมองเพียงในมิติการอนุรักษ์ภูมิปัญญา แต่ถูกยกระดับให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ถือเป็นวาระสำคัญในการตอกย้ำบทบาทของ SACIT ในฐานะองค์กรหลักด้านการสืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของงานศิลปหัตถกรรม ตั้งแต่การอนุรักษ์องค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ไปจนถึงการเปิดตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“งานหัตถศิลป์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรักษาองค์ความรู้และภูมิปัญญาให้คงอยู่ แต่ยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว”

ปั้นงานคราฟต์ผ่าน 3 ภารกิจหลัก

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า SACIT วางบทบาทเป็น “นักปั้น” งานศิลปหัตถกรรมไทย ผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ

ภารกิจแรก คือ การสืบสานองค์ความรู้และภูมิปัญญาของครูศิลป์ ครูช่าง และช่างฝีมือไทย เพื่อถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ไปยังคนรุ่นใหม่ และสร้างผู้สืบทอดในระยะยาว

ภารกิจที่สอง คือ การสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน และผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้งานหัตถศิลป์สามารถตอบโจทย์ตลาดร่วมสมัย

ภารกิจที่สาม คือ การส่งเสริมผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชนหัตถกรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาด และผลักดันภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป้าหมายคือทำให้งานหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขัน เติบโต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยไม่สูญเสียรากเหง้าและอัตลักษณ์ดั้งเดิม

เดินหน้า Sustainable Craft Business Model

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ SACIT เริ่มดำเนินการในปีนี้ และเตรียมต่อยอดสู่ปี 2570 คือการขับเคลื่อน “Sustainable Craft Business Model”

แนวทางดังกล่าวเป็นกรอบพัฒนางานศิลปหัตถกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า หรือ Craft Value Chain โดยมุ่งพัฒนา 3 องค์ประกอบควบคู่กัน ได้แก่ คน ผลิตภัณฑ์ และตลาด

ในด้าน “คน” SACIT จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะช่างฝีมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างผู้สืบทอด

ด้าน “ผลิตภัณฑ์” จะเน้นการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน การออกแบบ และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

ส่วนด้าน “ตลาด” จะเร่งสร้างช่องทางจำหน่าย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมผู้ประกอบการงานคราฟต์เข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมวางฐานให้งานศิลปหัตถกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

“ภารกิจของ SACIT ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่ในความทรงจำ แต่ต้องทำให้งานหัตถศิลป์มีชีวิต มีผู้สืบทอด มีผู้ใช้ มีตลาด และมีพื้นที่แสดงศักยภาพในเวทีโลก โดยยังรักษารากเหง้าและคุณค่าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน”

ชู “ชุดไทยพระราชนิยม” อัตลักษณ์ชาติ

ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ก้าวสู่ปีที่ 6 SACIT ยังจัดเสวนา “ราชพัสตราสู่สากล” เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมในฐานะต้นแบบของการนำภูมิปัญญาไทยไปต่อยอดในระดับนานาชาติ

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า ชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นการหลอมรวมภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรมจากหลายสาขา

ทั้งงานทอผ้า การย้อมสี การปัก การทำเครื่องประดับ งานโลหะ และงานหัตถศิลป์แขนงต่าง ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติ และได้รับการยอมรับในระดับสากล

การผลักดันชุดไทยพระราชนิยมจึงไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนระบบนิเวศงานหัตถกรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ช่างฝีมือ ชุมชนผู้ผลิต องค์ความรู้ดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบร่วมสมัย

จากภูมิปัญญาสู่การทูตวัฒนธรรม

แนวคิดการนำชุดไทยพระราชนิยมไปสู่เวทีโลกสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านนิทรรศการ “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง SACIT พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs

เป้าหมายคือถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมและงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านเรื่องราวของภูมิปัญญา งานช่าง ศิลปะ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย

การจัดแสดงดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง และสะท้อนศักยภาพของไทยในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ประเทศ และขยายบทบาทด้านการทูตวัฒนธรรม

ดันหัตถกรรมไทยจาก “ของดี” สู่ “ธุรกิจยั่งยืน”

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ SACIT คือการทำให้งานหัตถกรรมไทยสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

การพัฒนางานคราฟต์จึงต้องครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการรักษาองค์ความรู้ การพัฒนาช่างฝีมือ การออกแบบ การยกระดับมาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และการเปิดตลาดใหม่

“สำหรับ SACIT การส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันคุณค่าของระบบนิเวศงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ”

จากนี้ SACIT จะเดินหน้าสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยไม่เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรม แต่เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนจากบทบาท “ผู้อนุรักษ์” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างระบบเศรษฐกิจงานหัตถกรรม” ที่เชื่อมช่างฝีมือ ชุมชน ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และตลาดโลกเข้าด้วยกัน

เป้าหมายปลายทางคือทำให้งานศิลปหัตถกรรมไทยมีทั้งผู้สืบทอด ผู้ใช้ ตลาด และมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนอยู่บนเวทีโลกโดยยังรักษาอัตลักษณ์และรากเหง้าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

sacit ชุดไทย หัตถกรรม