เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เซ็นทารา” ขยายพอร์ตในเวียดนามพร้อมเปิดตัว “เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ แวนดอน” ไตรมาส4 นี้
Business “เซ็นทารา” ขยายพอร์ตในเวียดนามพร้อมเปิดตัว “เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ แวนดอน” ไตรมาส4 นี้
“แอร์เอเชีย” ผนึก ททท. ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หนุนไทยขึ้นปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค
Business “แอร์เอเชีย” ผนึก ททท. ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หนุนไทยขึ้นปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค
ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
Tech ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
Politics นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ดูทั้งหมด

ภาษีทรัมป์ พ่นพิษ “เวิร์ลพูล-ฮาร์เลย์” ต้นทุนอ่วม

03 ส.ค. 2561 | 10:43น.

คอลัมน์ Market Move

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและชาติมหาอำนาจอื่น ๆ อย่างจีนและยุโรป ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องด้วยมาตรการกำแพงภาษีที่แต่ละฝ่ายตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้กัน ทำให้ราคาวัตถุดิบและสินค้าในแต่ละประเทศปั่นป่วน จนผู้ประกอบการหลายรายต้องเร่งปรับแผนธุรกิจและการคาดการณ์รายได้ของปีนี้กันอย่างเร่งด่วน

หนึ่งในนั้นคือ “เวิร์ลพูล” (Whirlpool) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านสัญชาติสหรัฐ หนึ่งในตัวตั้งตัวตีที่สนับสนุนนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ หวังบีบให้คู่แข่งเกาหลี-ญี่ปุ่นที่มีฐานผลิตในต่างประเทศต้องขึ้นราคาสินค้า พร้อมกับใช้จังหวะนี้ชิงส่วนแบ่งตลาดมาเป็นของตน หลังที่ผ่านมาเสียส่วนแบ่งให้กับคู่แข่งเพราะราคาขายที่สูงกว่า โดยขณะนั้น “มาร์ก บิทเซอร์” ซีอีโอของเวิร์ลพูล กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่านโยบายนี้จะเป็นผลบวกสำหรับบริษัทแน่นอน

แต่ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์กลับเริ่มพ่นพิษใส่เวิร์ลพูลบ้างแล้ว เมื่อเดือน มี.ค.รัฐบาลได้ตั้งภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้า จนปัจจุบันราคาเหล็กในสหรัฐแพงกว่าประเทศอื่น ๆ ถึง 50% ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทพุ่งสูงขึ้นทันที 350 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้เมื่อรวมผลของภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าและภาษีเหล็กเข้าด้วยกัน ได้ทำให้ขณะนี้ราคาเครื่องซักผ้าในสหรัฐ แพงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 20% ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้ามาตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 สะท้อนจากยอดขายของบริษัทในสหรัฐลดลง 2.2% ส่วนยอดขายในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาลดลง 12% จากผลของอัตราแลกเปลี่ยน

โดยสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2561 ลง 3% พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอีกหลายครั้ง เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

“มาร์ก บิทเซอร์” กล่าวว่า ตอนนี้ราคาเหล็กในสหรัฐพุ่งขึ้นไปสูงในระดับที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้แล้ว และความไม่ชัดเจนว่าหลังจากนี้จะมีกำแพงภาษีใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่ ยังกระทบกระบวนการจัดหาวัตถุดิบของบริษัทอีกด้วย อย่างไรก็ตามครึ่งหลังของปียังมีความหวังอยู่ ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งมีดีมานด์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราว่างงานลดลง

นอกจาก “เวิร์ลพูล” แล้ว “ฮาร์เลย์ เดวิดสัน” เป็นผู้ประกอบการสัญชาติสหรัฐอีกรายที่ถูกลูกหลงจากสงครามการค้าจนต้องปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2561 ลงจาก 10% เป็น 9 % เนื่องจากถูกกระทบจากมาตรการภาษีแบบ 2 ด้านทั้งการนำเข้าเหล็กของสหรัฐและกำแพงภาษีของอียูที่ตั้งเพื่อตอบโต้สหรัฐ ทั้งนี้แม้บริษัทจะรับมือด้วยการเร่งส่งสินค้าไปยังยุโรปซึ่งเป็นลูกค้าใหญ่อันดับ 2 ก่อนที่มาตรการภาษีจะบังคับใช้และทำให้ต้นทุนมอเตอร์ไซค์สูงขึ้น 2,200 เหรียญสหรัฐต่อคัน แต่ก็สามารถลดความเสียหายได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น โดยคาดว่าในปี 2561 นี้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 35 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปีต่อๆ ไปจะขยับไปถึงระดับ 90-100 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม “จอห์น โอลิน” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของฮาร์เลย์ เดวิดสัน ยังย้ำว่า บริษัทไม่มีแผนย้ายฐานการผลิตออกนอกสหรัฐตามที่เคยมีข่าวออกมา แต่กำลังพิจารณาทางเลือกด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน ซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ เพื่อควบคุมต้นทุนมาชดเชยผลกระทบจากกำแพงภาษี

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงผลกระทบจากสงครามการค้าของสหรัฐที่พ่นพิษใส่แม้แต่ผู้ประกอบการในประเทศตนเอง ผิดไปจากเจตนาของมาตรการชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งต้องจับตาดูว่ารัฐบาลสหรัฐและบรรดาผู้ประกอบการจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไร