Skip to content

ปูดดราม่า ‘ค้างค่ารถซีเกมส์’ 33 ล้าน บ. รถเช่าทวงถาม ‘ออแกไนซ์’ แฉงบฯเพิ่มแล้วแต่เงินไม่ถึงมือ

24 เม.ย. 2569 | 10:25น.
ปูดดราม่า ‘ค้างค่ารถซีเกมส์’ 33 ล้าน บ. รถเช่าทวงถาม ‘ออแกไนซ์’ แฉงบฯเพิ่มแล้วแต่เงินไม่ถึงมือ

“ธนัชวิชญ์ แทรเวล” รายใหญ่รถเช่าทัศนาจร โอดหลังบริษัทออร์แกไนเซอร์ ค้างจ่ายค่าเดินรถงานซีเกมส์กว่า 33 ล้านบาท เผยเบื้องหลังงานงอก เที่ยววิ่งพุ่งพรวดจาก 3,000 เป็น 7,000 เที่ยว เหตุบริหารจัดการต้นทางล้มเหลว-พาวิลเลียนสนามบินเสร็จไม่ทัน จับตา กกท. อนุมัติงบฯเพิ่มเติมแล้ว แต่เงินยังติดหล่มที่ตัวกลาง ขณะที่เจ้าหนี้โอดต้องแบกภาระดอกเบี้ยเงินกู้สำรองจ่ายรถร่วม

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนในวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการกีฬาของไทย เมื่อปัญหาการค้างชำระหนี้ในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติไม่ได้หยุดอยู่แค่กรณี “โรงแรม” ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ลุกลามมาถึงโครงข่ายการขนส่ง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนทัพนักกีฬาและเจ้าหน้าที่

ล่าสุด นายแพทย์ธนัช เงินประเสริฐศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนัชวิชญ์ แทรเวล กรุ๊ป ผู้ให้บริการรถเช่ารายใหญ่ของไทย ได้เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีความขัดแย้งกับ บริษัทออร์แกไนเซอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รับจ้างสิทธิจากทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการบริหารจัดการด้านโรงแรมและการเดินทาง โดยระบุว่าขณะนี้ถูกค้างชำระเงินค่าจ้างเดินรถเป็นจำนวนเงินสูงถึง 33 ล้านบาท แม้การแข่งขันจะจบสิ้นลงไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

ปมหนี้ 33 ล้าน จากสัญญา ‘ตัวกลาง’

นพ.ธนัช เริ่มต้นย้อนความถึงโครงสร้างสัญญาว่า ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ บริษัทธนัชวิชญ์ฯ มีสัญญาสองส่วน ส่วนแรกคือสัญญาว่าจ้างโดยตรงจาก กกท. ซึ่งทาง กกท. ได้ชำระเงินเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่สัญญาที่สอง ซึ่งรับงานผ่านบริษัทดังกล่าวในฐานะออร์แกไนเซอร์หลัก

“ในส่วนของ กกท. เขาจ่ายเงินสัญญาตรงให้ผมแล้ว แต่ตอนนี้ผมเหลือค้างเฉพาะเงินจากทาง บริษัทดังกล่าวนี้ ยอดที่ค้างอยู่ตอนนี้ประมาณ 33 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่ค้างมาตั้งแต่งานจบเมื่อปลายปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ทางบริษัทออร์แกไนเซอร์รายนี้ ชำระมาเพียง 20.8 ล้านบาท จากยอดรวมทั้งหมดที่พุ่งสูงขึ้นตามปริมาณงานจริง”

แฉเบื้องหลัง ‘งานงอก’ เที่ยววิ่งพุ่งเท่าตัว

ต้นตอของหนี้ที่งอกเงยเกินกว่างบประมาณตั้งต้น นพ.ธนัช ระบุว่า เกิดจากความผิดพลาดในการคาดการณ์ และการเตรียมความพร้อมของสถานที่

เดิมทีตามแผนงานจะใช้รูปแบบ Shuttle Bus (รถเวียน) ตามมาตรฐานสากล โดยคาดการณ์การเดินรถไว้ที่ประมาณ 3,200 เที่ยว ใช้งบประมาณเบื้องต้น 27 ล้านบาท แต่ในการปฏิบัติจริง จำนวนเที่ยวกลับพุ่งสูงถึง 7,000 กว่าเที่ยว หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

“ปัญหาแรกคือ พาวิลเลียนที่สนามบินสุวรรณภูมิสร้างไม่เสร็จตามกำหนดพิธีเปิดวันที่ 9 ธันวาคม กว่าจะเสร็จก็วันที่ 10 ทำให้ช่วง 9 วันแรกไม่มีที่พักรอนักกีฬา พอนักกีฬามาถึงปุ๊บต้องขึ้นรถทันที รูปแบบ Shuttle Bus จึงล่มสลาย กลายเป็นว่านักกีฬามา 1 คน ก็ต้องเอารถตู้ไปรับ 1 คัน หรือมาเป็นทีมก็ต้องเอารถบัสไปรับแบบคันต่อคัน ปริมาณรถจึงพุ่งมหาศาล”

พิรุธงบฯ กกท. ‘เติมแล้ว’ แต่เงินติดหล่ม

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือสถานะของงบประมาณที่ กกท. จัดสรรเพิ่มเติมเพื่อชดเชยส่วนเกิน นพ.ธนัช อ้างว่า จากการสืบทราบข้อมูลภายใน พบว่า กกท. ได้อนุมัติและจ่ายงบประมาณส่วนเพิ่มนี้ให้กับบริษัทดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว

“ผมไปทราบมาว่า กกท. ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แล้ว แต่เงินยังติดอยู่ที่บริษัทดังกล่าว เมื่อทวงถามไปเขาก็อ้างว่ากำลังรอการจัดสรรงบฯ ทั้งที่ความจริงเขาได้รับไปแล้ว การที่เขามาบอกว่าทางธนัชวิชญ์คิดเองเออเองเพิ่มรถเองนั้นเป็นไปไม่ได้ นี่คืองานระดับชาติ ปัญหารถไม่พอมันเกิดขึ้นจริง และผมถูกบีบให้เพิ่มรถจนแทบจะไม่มีรถจะให้แล้ว”

โอดแบกภาระหนี้-กู้เงินสำรองจ่ายรถร่วม

นพ.ธนัช กล่าวอีกว่า ผลกระทบจากยอดค้างชำระ 33 ล้านบาท ส่งผลให้ธนัชวิชญ์ต้องตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก เนื่องจากต้องทำหน้าที่เป็นผู้สำรองจ่าย (Advance) ให้กับกลุ่มรถร่วมบริการ ทั้งรถอัลพาร์ด รถซีดาน และรถขนของ

“ความรู้สึกเหมือนเราโดนหลอกให้ไปทำงาน ผมต้องกู้เงินมาเพื่อสำรองจ่ายให้รถร่วมบริการต่าง ๆ เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น รถหายากมาก บางเที่ยวรับส่งสนามบินเพื่อนผู้ประกอบการคิดค่าเดินรถกับผมถึง 10,000 บาท เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ ทุกอย่างแพงหมด แต่เราก็ต้องสู้เพื่อให้งานระดับชาติไม่มีปัญหาด้านการเดินทาง ซึ่งสุดท้ายงานส่วนนี้ไม่มีดราม่าเลย แต่ผลที่ได้คือเรากลับไม่ได้รับเงิน”

ขีดเส้นตายเตรียมดำเนินคดี

ปัจจุบัน บริษัท ธนัชวิชญ์ แทรเวล กรุ๊ป ได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายส่งหนังสือทวงถามหนี้ (Notice) ไปยังบริษัทออร์แกไนเซอร์ดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับที่เป็นรูปธรรม

“ข้อมูลทั้งหมดที่ผมพูดมาเป็นเรื่องสัตย์จริง มีหลักฐานการสั่งงานผ่าน Share Drive ทุกวินาที จัดรถกันไม่หวาดไม่ไหวทั้งวันทั้งคืน ผมยินดีให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และที่ผมต้องออกมาพูดเพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์และอยากให้ กกท. เข้ามาจี้ทางบริษัทดังกล่าวให้นำเงินมาจ่ายผู้ปฏิบัติงานจริง” นพ.ธนัช กล่าวทิ้งท้าย