เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ก.ค. 69) ฝนน้อยลง กทม. ฝนตก 10% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ก.ค. 69) ฝนน้อยลง กทม. ฝนตก 10% ของพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เริ่มวันนี้! ผู้ผ่านบัตรสวัสดิการฯ ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา
Economic เริ่มวันนี้! ผู้ผ่านบัตรสวัสดิการฯ ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปา
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 0.22% อยู่ที่ 64,654 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 0.22% อยู่ที่ 64,654 เหรียญสหรัฐ
SNNP ยอดขาย Q1 หด 12% ส่ง ‘เบนโตะ x สไปเดอร์แมน’ ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลัง
Business SNNP ยอดขาย Q1 หด 12% ส่ง ‘เบนโตะ x สไปเดอร์แมน’ ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลัง
ดวงรายสัปดาห์ 19-25 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 19-25 กรกฎาคม 2569
‘โก๋ จักรกฤษณ์’ วาง 5 โรดแมป สร้างขอนแก่น ‘เมืองแห่งโอกาส’
Economic ‘โก๋ จักรกฤษณ์’ วาง 5 โรดแมป สร้างขอนแก่น ‘เมืองแห่งโอกาส’
เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
Politics เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
Biz Movement รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
ดูทั้งหมด

ชงส่วนขยาย”ไฮสปีด”ถึงระยอง อุตฯตั้งทีมProactive หนุนอีอีซี

04 ส.ค. 2561 | 23:11น.

บอร์ดเฉพาะกิจ EEC เตรียมเสนอบอร์ดใหญ่อนุมัติศึกษาส่วนต่อขยาย “อู่ตะเภา-ระยอง” ไอสปีดเชื่อม 3 สนามบิน 30 กม. เงินเพิ่มเหยียบหมื่นล้านใช้รูปแบบ PPP เส้นทางใหม่เวนคืนที่ดินเลี่ยง “มาบตาพุด” คาดเชิญชวนนักลงทุนไตรมาส 1 ปี”63 กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งทีมใหม่ Proactive ผลักดันโครงการเต็มรูปแบบ

 

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการประชุม คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่ 1/2561 ในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ว่า ที่ประชุม “รับทราบ” ส่วนต่อขยายโครงการรถไฟความเร็วสูงจากอู่ตะเภาไปยังจังหวัดระยอง ระยะทาง 30 กม. จำนวน 1 สถานี มูลค่าลงทุนจะเพิ่มเป็นหลัก 10,000 ล้านบาท โดยจะเป็นส่วนต่อขยายจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ที่มีระยะทาง 220 กม. มูลค่าลงทุน 300,000 ล้านบาท โดยจะใช้ระยะเวลาเริ่ม 18 เดือนจึงจะเสร็จสิ้นขั้นตอนอนุมัติ

“ส่วนต่อขยายอู่ตะเภา-ระยอง ทาง กบอ.จะนำเรื่องเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด EEC) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อให้บอร์ด EEC รับทราบและพิจารณาอนุมัติเริ่มทำการศึกษาส่วนต่อขยายต่อไป” นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองประธาน กบอ.กล่าว

ทั้งนี้ กรอบการดำเนินการส่วนต่อขยายจะเริ่มทำการศึกษาออกแบบในเดือนพฤศจิกายน 2561 ใช้เวลา 4 เดือนแรก ผลการศึกษาก็จะแล้วเสร็จ จากนั้นไตรมาส 4/2562 ก็จะเริ่มทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นไตรมาส 1/2563 จะออกประกาศเชิญชวนนักลงทุนจนถึงไตรมาส 4/2563 ก็จะลงนามสัญญาและเปิดให้บริการภายในปี 2567 โดยส่วนต่อขยายนี้จะเป็นสัญญาใหม่ในรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

“เดิมเส้นทางรถไฟไฮสปีด การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้เคยทำการศึกษาไว้แล้วจากช่วงดอนเมืองไประยอง สถานีสุดท้ายหยุดที่อู่ตะเภา ส่วนการจะเดินรถไปจนถึงระยองนั้นจะผ่ากลางเข้ามาบตาพุด ซึ่งเรากังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการศึกษาเส้นทางใหม่กลายมาเป็นโครงการส่วนต่อขยายอู่ตะเภาไประยองเส้นใหม่ที่จะอ้อมมาบตาพุด โครงการนี้จะต้องมีการเวนคืนพื้นที่บ้างบางส่วน และต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ จากเดิมที่จะใช้เส้นรถไฟเก่าเลียบชายหาด เมื่อเส้นส่วนต่อขยายเส้นนี้เสร็จ รัฐบาลมีแผนที่จะศึกษาส่วนต่อขยายไปยังจังหวัดจันทบุรี และตราด ในโอกาสถัดไป” นายกอบศักดิ์กล่าว

ขยับแนวเลี่ยงมาบตาพุด

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้รายงานความคืบหน้าการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. ที่ให้เอกชนร่วมลงทุน PPP net cost 50 ปี เงินลงทุนกว่า 224,000 ล้านบาท และเตรียมศึกษา “ส่วนต่อขยาย” จากอู่ตะเภาไประยอง และตราด เพื่อให้คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) รับทราบ โดยจะเร่งศึกษาส่วนต่อขยายไประยอง ระยะทางประมาณ 30-40 กม. ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และจะมีสถานีจอดรถที่ระยองด้วย

“ตามแผนเดิมจะสร้างจากกรุงเทพฯ-ระยองอยู่แล้ว แต่เมื่อมี EEC จึงตัดสร้างถึงอู่ตะเภาก่อน เพราะช่วงจากอู่ตะเภา-ระยอง แนวเส้นทางจะต้องตัดผ่านพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จะต้องใช้เวลาพิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) นาน จำเป็นที่จะต้องปรับแนวใหม่ไม่ให้เข้าไปในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยแนวใหม่อาจจะขยับไปตรงพื้นที่ว่างที่อยู่ด้านซ้ายและด้านขวาแทน จะต้องมีการเวนคืนที่ดินเพิ่มหรือจะเบี่ยงแนวไปใช้พื้นที่ทางหลวงหมายเลข 3 สัตหีบ-บ้านฉาง-ระยอง ของกรมทางหลวง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการศึกษา ขณะที่ที่ตั้งสถานีรถไฟความเร็วสูงระยองจะห่างจากศูนย์กลางเมืองประมาณ 4 กม. ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจุดตัดของถนน 36 กับถนน 3138” นายวรวุฒิกล่าว

ส่วนต่อขยายอู่ตะเภา-ระยอง จะเป็นการลงทุนเฟสที่ 2 เอกชนที่เข้าร่วมประมูลหากมีที่ดินรองรับก็สามารถเสนอแผนลงทุนเพิ่มเติมได้ โดยเสนอเข้ามาเป็นซองที่ 4 ถ้าหากมองว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงการได้ เพราะผลการศึกษาเดิมระบุไว้อยู่แล้วว่า โครงการจะคุ้มทุนก็ต่อเมื่อสร้างไปถึงระยอง เนื่องเป็นแหล่งงานและที่อยู่อาศัยทั้งคนไทยและต่างชาติ

ด้านนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด EEC) กล่าวว่า นอกเหนือจากโครงการส่วนต่อขยายอู่ตะเภา-ระยองแล้ว ที่ประชุม กบอ.ยังรับทราบ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1) ความคืบหน้าการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 2) ความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) ระยะที่ 1, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3, โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 และ 3) โครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ที่ได้ดึงเข้าไปเป็นโครงการที่ใช้รูปแบบการลงทุนแบบ PPP เพื่อต้องการให้ได้นักลงทุนผู้บริหารพื้นที่ที่มีคุณภาพและเก่ง (master developer) เรื่องการก่อสร้างเพื่อเป็นต้นแบบของเมืองอัจฉริยะ (smart city)

ตั้งทีม Proactive

ส่วนความคืบหน้าด้านอื่น ๆ นั้นในระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้ นายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (เทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี) ซึ่งจะเดินทางมาประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) มีกำหนดการจะลงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย ทางสำนักงาน EEC ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และอาจใช้โอกาสนี้เจรจาให้นักลงทุนรายใหญ่ที่เดินทางร่วมมากับคณะอย่าง “หัวเว่ย” ได้เห็นศักยภาพและโอกาสของ EEC เช่นกัน

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ตั้ง “ทีม Proactive” ขึ้นมา เพื่อที่จะนำโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมถึงโครงการที่เคยลงนาม (MOU) กับทางหน่วยงานรัฐและเอกชนของต่างชาติ (ญี่ปุ่น-เกาหลี-จีน) นำมาเชื่อมโยงการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น การสนับสนุนมาตรการให้ SMEs ลงทุนใน EEC, การให้นักลงทุนต่างชาติช่วยพัฒนา SMEs ไทย, การดึงนักลงทุนรายเล็ก SMEs เข้าไปเป็นซัพพลายเออร์เพื่อซัพพอร์ตให้กับนักลงทุนรายใหญ่ที่ลงทุนใน EEC ให้กลายเป็นคลัสเตอร์ในภาคอุตสาหกรรม

“อาจเรียกทีมนี้ว่า proactive หรืออะไรยังไม่ชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเซตทีมขึ้นมา โดยยุบทีมเดิมที่เคยตั้งขึ้นให้เหลือเพียงทีมเดียว และเราจะสรุปรวมโครงการและแผนงานทั้งหมดที่จะเชื่อมโยงเข้าไปใน EEC เสนอต่อนายอุตตมพิจารณาต่อไป” นายสมชายกล่าว