เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
Finance แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
BOI to IPO เปิดทาง New Economy สู่ตลาดทุน หนุนเศรษฐกิจไทย
Finance BOI to IPO เปิดทาง New Economy สู่ตลาดทุน หนุนเศรษฐกิจไทย
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ย้ำ “แม็คโคร–โลตัส” สินค้าเพียงพอ เติมสต็อกต่อเนื่อง
Real Estate ซีพี แอ็กซ์ตร้า ย้ำ “แม็คโคร–โลตัส” สินค้าเพียงพอ เติมสต็อกต่อเนื่อง
ราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ 10% บีบอสังหาฯ-เศรษฐีแห่ขาย ‘หนีภาษีแพง’
Real Estate ราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ 10% บีบอสังหาฯ-เศรษฐีแห่ขาย ‘หนีภาษีแพง’
โจทย์ยาก…กรมศุลฯ ภาษีต่ำเป้า-‘Zero Corruption’
Finance โจทย์ยาก…กรมศุลฯ ภาษีต่ำเป้า-‘Zero Corruption’
อนุทิน สั่งเร่งเยียวยา สำรวจความเสียหายน้ำท่วม ห้าม ครม.ไปราชการต่างประเทศ
Politics อนุทิน สั่งเร่งเยียวยา สำรวจความเสียหายน้ำท่วม ห้าม ครม.ไปราชการต่างประเทศ
ยิ้มรับข่าวดี-ตั้งรับข่าวร้าย
Columns ยิ้มรับข่าวดี-ตั้งรับข่าวร้าย
6 แบงก์รัฐ เร่งออกมาตรการลดดอกเบี้ย-พักชำระ ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Finance 6 แบงก์รัฐ เร่งออกมาตรการลดดอกเบี้ย-พักชำระ ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม
โก โฮลเซลล์ เติมสต็อกสินค้า อาหาร ขนส่ง รับน้ำท่วม
Business โก โฮลเซลล์ เติมสต็อกสินค้า อาหาร ขนส่ง รับน้ำท่วม
วราวุธ สั่ง SME D Bank ออกมาตรการช่วย SME น้ำท่วม พักหนี้ 12 เดือน เติมทุนฉุกเฉิน
Economic วราวุธ สั่ง SME D Bank ออกมาตรการช่วย SME น้ำท่วม พักหนี้ 12 เดือน เติมทุนฉุกเฉิน
ดูทั้งหมด

“ฟาสต์ฟู้ด” ร่วมรักษ์โลก

13 ส.ค. 2561 | 15:47น.

คอลัมน์ Eco Touch

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการดำเนินชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันมีความเร่งรีบ จนเกิดพฤติกรรมรับประทานอาหารตามร้านฟาสต์ฟู้ด และซื้ออาหารแบบ take-away (นำออก) ไปรับประทานในที่ต่าง ๆ ปัญหาที่ตามมากับพฤติกรรมแบบนั้นคือการเพิ่มขยะที่ย่อยสลายยาก ซึ่งมาจากบรรจุภัณฑ์ที่ส่วนใหญ่เป็นพลาสติก และโฟม ใช้เวลาย่อยสลายนานนับร้อยปี

ปัญหาขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์กำลังเป็นกระแสที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจ และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปยังผู้ขาย จนทำให้บริษัททำร้านอาหารแบบเร่งด่วนที่ส่วนใหญ่ใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทใช้ครั้งเดียว และย่อยสลายยาก ต่างหากลยุทธ์ออกมาแสดงรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว ดังตัวอย่าง ดังนี้

เริ่มจากสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟชื่อดังที่มีจำนวนร้านกว่า 28,000 ร้านทั่วโลก และยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามอย่างมากในการสร้างความยั่งยืนด้านการสร้างร้านกาแฟตามเกณฑ์ของ LEED? (Leadership in Energy & Environmental Design)

ล่าสุดสตาร์บัคส์เดินหน้าทำการลดขยะที่มาจากบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ด้วยการออกแบบฝาปิดแก้วเครื่องดื่มเย็นที่ไม่ต้องใช้หลอดในการดื่ม (strawless lid) พร้อมกับประกาศว่าจะหยุดแจกหลอดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในทุกสาขาภายในปี 2020 อันเป็นการช่วยลดการใช้หลอดมากกว่าหนึ่งพันล้านชิ้นต่อปี และถึงแม้ฝาที่สตาร์บัคส์พัฒนามาใหม่จะเป็นพลาสติก แต่บริษัทให้ความเห็นว่าสามารถรวบรวมนำไปรีไซเคิลได้ง่ายกว่าหลอดพลาสติก

เหตุผลที่สตาร์บัคส์รณรงค์เรื่องการงดใช้หลอดพลาสติก เป็นเพราะหลอดพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่ละชิ้นใช้เวลากว่า 200 ปีในการย่อยสลาย และระหว่างทางย่อยสลาย พลาสติกจะแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ เพราะจะกินเข้าไป และก่อให้เกิดอันตรายหรือเสียชีวิต

ทั้งนี้ จำนวนหลอดพลาสติกมหาศาลกลับพบมากตามแหล่งน้ำ จากการสำรวจของ Ocean Conservancy ซึ่งเป็นกลุ่มระดมอาสาสมัครจากทั่วโลกเพื่อช่วยกันทำความสะอาดทะเล เผยว่า หลอดพลาสติกคือขยะที่พบมากที่สุดตามชายหาด และในมหาสมุทร

การงดแจกหลอดพลาสติกเป็นเพียงหนึ่งในการเข้าถึงเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ เพราะที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ในโครงการ BYOT- “bring your own tumbler” ที่เป็นการชักชวนลูกค้าให้ร่วมลดขยะ โดยการนำแก้วที่ใช้ซ้ำมาใส่เครื่องดื่มเอง

และในปี 2014 สตาร์บัคส์เริ่มขายถ้วยนำกลับมาใช้ซ้ำในราคาเพียง1 เหรียญในสหรัฐ (ราว 33 บาท) ซึ่งถ้วยนี้มีวางจำหน่ายในประเทศแคนาดา และสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ด้วยเช่นกัน จนมีผู้ร่วมซื้อมากกว่า 18 ล้านราย และเพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้นำแก้วของตัวเองมาใช้ซ้ำที่สตาร์บัคส์ บริษัทจึงได้ออกนโยบายคิดเงิน 5 เพนนีสเตอร์ลิง หรือประมาณ 2.15 บาท สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้นำแก้วมาใส่เครื่องดื่มเอง โดยนโยบายนี้เริ่มทำในลอนดอน และมีแผนขยายไปทั่ว 950 สาขา ในสหราชอาณาจักร ในเดือน ก.ค. 2018

การตัดสินใจของสตาร์บัคส์ในการกำจัดหลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่เกิดขึ้นล่าสุด นับเป็นตัวอย่างที่มีอิทธิพลต่อบริษัทซึ่งทำธุรกิจประเภทเดียวกัน ให้เริ่มปรับตัวเรื่องการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์

สตาร์บัคส์ไม่ใช่ร้านเดียวที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบรรจุภัณฑ์ และพยายามปรับปรุงเรื่องความยั่งยืน ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่มีสาขามากที่สุดในโลกอย่าง McDonald”s ก็ได้ออกนโยบายเรื่องภาชนะใส่อาหารเช่นกัน

โดยแมคโดนัลด์เพิ่งประกาศว่าจะยกเลิกบรรจุภัณฑ์โฟมที่มีอยู่ในบางประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้บรรจุประมาณร้อยละ 2 ให้ได้ภายในสิ้นปี 2018 และยังประกาศชัดว่าภายในปี 2025 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทจะมาจากวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล หรือวัสดุหมุนเวียน โดยจะเริ่มในร้านแมคโดนัลด์กว่า 37,000 ร้านทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ตัวเลขของบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลของแมคโดนัลด์อยู่ที่ 64% โดยเพิ่มจากปี 2012 มา 9.3%

ที่จริงแล้วเรื่องการรณรงค์การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก ไม่ใช่เรื่องใหม่ของแมคโดนัลด์ เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 1990 บริษัทได้ประกาศนโยบายการงดใช้โฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษแทน

การร่วมกันลดขยะบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก คงไม่ใช่หน้าที่ของผู้ขายเพียงอย่างเดียว ทั้งนั้น ผู้ซื้อเองก็มีบทบาทสำคัญ ด้วยการนำบรรจุภัณฑ์มาใช้ซ้ำ หรือเลือกร้านอาหารที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง