สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ทุกสาขาจะปิดเร็วขึ้นในวันที่ 22 มิ.ย. เพื่ออบรมพนักงานทุกคน เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความอ่อนไหวทางสังคม หลังแคมเปญ “Tank Day” ซึ่งจัดขึ้นในวันครบรอบรำลึกสังหารหมู่กวางจู สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ในวันที่ 22 มิถุนายน 2026 สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ทุกสาขาจะปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ เพื่ออบรมประวัติศาสตร์กับพนักงานทุกคน ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากการออกแคมเปญที่ผิดพลาด ทำให้ลูกค้าคว่ำบาตร
บริษัทชินเซแก กรุ๊ป บริษัทแม่ของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ประกาศว่า ในวันที่ 22 มิ.ย. สตาร์บัคส์ทั่วเกาหลีใต้จะปิดเวลา 15.00 น. เพื่อทำการอบรมภาคบังคับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความอ่อนไหวทางสังคม โดยที่ ชอง ยงจิน ประธานบริษัท และผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ จะเข้ารับการอบรมแยกต่างหาก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ออกแคมเปญ “Tank Day” โปรโมตแก้วน้ำรุ่นใหม่ Tank Series (ถังบรรจุน้ำ) แต่แคมเปญดังกล่าว กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากตรงกับวันรำลึกเหตุการณ์สังหารหมู่กวางจู ปี 1980 ที่รัฐบาลทหารของเกาหลีใต้ในขณะนั้น ส่งทหารพร้อมรถถังปราบปรามการประท้วงในเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
แคมเปญ “Tank Day” ทำให้เกิดกระแสการบอยคอต ทุบทำลายแก้วน้ำสตาร์บัคส์ และการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากทั้งลูกค้าและนักการเมือง รวมถึงประธานาธิบดีอี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ซึ่งโพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า แคมเปญส่งเสริมการขายดังกล่าว เป็นพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมและเป็นความประมาทของพ่อค้าชั้นต่ำที่หวังจะทำกำไรอย่างรวดเร็ว
ต่อมา ชอง ยงจิน ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ และปลด CEO ประจำเกาหลีใต้ออกจากตำแหน่ง ด้านบริษัทสตาร์บัคส์ คอร์ปอเรชั่น ในสหรัฐ ออกแถลงการณ์ประณามแคมเปญดังกล่าวว่า “ยอมรับไม่ได้” นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงรายงานว่ารายได้สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ลดลงอย่างมาก
เป็นครั้งแรกที่สตาร์บัคส์ทุกสาขาต้องปิดก่อนเวลา นับตั้งแต่ที่สตาร์บัคส์เข้ามาในเกาหลีใต้เมื่อปี 1999
ชินเซแก กรุ๊ป ระบุในแถลงการณ์ว่า นี่แสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับสถานการณ์ทางการตลาดครั้งนี้อย่างจริงจัง และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
“การอบรมครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันความผิดพลาดในอนาคต ด้วยการลดช่องว่างระหว่างการสื่อสารขององค์กรและกระแสสังคม ครอบคลุมถึงประวัติศาสตร์เกาหลีสมัยใหม่ และวิธีที่กิจกรรมบริษัทจะเชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมที่ละเอียดอ่อน เช่น เพศ แรงงาน สิทธิมนุษยชน และคำพูดที่สร้างความเกลียดชัง” แถลงการณ์ระบุ
นอกจากนี้ สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ยังปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจภายใน เพื่อแก้ไขขั้นตอนการอนุมัติที่บกพร่อง ซึ่งทำให้แคมเปญ “Tank Day” เผยแพร่สู่สาธารณะได้ โดยมีแผนจะนำแบบประเมินความละเอียดอ่อนทางสังคม ซึ่งพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญนอกองค์กรมาใช้งาน และเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง ด้วยการขอความเห็นชอบจากทีมกฎหมายและทีมควบคุมคุณภาพ
ทั้งนี้ เกาหลีใต้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของสตาร์บัคส์ นอกเหนือจากสหรัฐและจีน โดย E-Mart ซึ่งเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตของชินเซแก กรุ๊ป ถือหุ้นสตาร์บัคส์ในประเทศอยู่ที่ 67.5% และที่เหลือเป็นของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ (Singapore’s Sovereign Wealth Fund)

