เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลเผยหลัง 1 ต.ค. แก้ปม “เงิน กยศ.สะดุด” หลังเริ่มงบ 70-หนุนเพิ่ม 9 พันล้าน
Politics รัฐบาลเผยหลัง 1 ต.ค. แก้ปม “เงิน กยศ.สะดุด” หลังเริ่มงบ 70-หนุนเพิ่ม 9 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดทำเวลา 46 วินาทีบน ‘เป๋าตัง’
Finance หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดทำเวลา 46 วินาทีบน ‘เป๋าตัง’
ROH ค้านเปิดประมูล “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ยันสิทธิซื้อคืนยังอยู่ จับตาผู้ถือหน่วยโหวต 28 ต.ค.
Finance ROH ค้านเปิดประมูล “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ยันสิทธิซื้อคืนยังอยู่ จับตาผู้ถือหน่วยโหวต 28 ต.ค.
กสิกรไทย เกาะกระแส BTS คัมแบ็ก ส่งบัตร “ARIRANG” ลิมิเต็ด รุกฐาน ARMY
Finance กสิกรไทย เกาะกระแส BTS คัมแบ็ก ส่งบัตร “ARIRANG” ลิมิเต็ด รุกฐาน ARMY
พิพัฒน์ ยัน ภท.ไม่แตกแยก-รักกันดี ​โนคอมเม้นต์ข่าว ‘กล้าธรรม’ เล็งซบรัฐบาล
Politics พิพัฒน์ ยัน ภท.ไม่แตกแยก-รักกันดี ​โนคอมเม้นต์ข่าว ‘กล้าธรรม’ เล็งซบรัฐบาล
กทม.ไฟเขียวปรับโฉมใหม่ สกายวอล์กเชื่อม BTS ชิดลม-ราชประสงค์
Real Estate กทม.ไฟเขียวปรับโฉมใหม่ สกายวอล์กเชื่อม BTS ชิดลม-ราชประสงค์
1 ต.ค. ปิดพิพิธภัณฑ์เด็ก กทม. แจงเป็นรอยต่องบประมาณ เร่งแก้ปัญหาดึงรายใหม่บริหาร
การศึกษา 1 ต.ค. ปิดพิพิธภัณฑ์เด็ก กทม. แจงเป็นรอยต่องบประมาณ เร่งแก้ปัญหาดึงรายใหม่บริหาร
ดีอี พร้อมแจง สตง.หลัง ฝ่ายค้านจี้สอบ TH-AI Passport เหตุไม่เข้าข้อตกลงคุณธรรม
Politics ดีอี พร้อมแจง สตง.หลัง ฝ่ายค้านจี้สอบ TH-AI Passport เหตุไม่เข้าข้อตกลงคุณธรรม
NETBAY ประกาศตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่ง CEO ใหม่ แทน ‘กอบกาญจนา’ ลาออก
Biz Movement NETBAY ประกาศตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่ง CEO ใหม่ แทน ‘กอบกาญจนา’ ลาออก
ดูทั้งหมด

เร่งกู้ วิกฤตรถกระบะไทย ยอดขายร่วงกระทบซัพพลายเชน

15 มิ.ย. 2569 | 08:14น.
กระบะ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว จากอุปสรรคสำคัญ คือ การเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค และการแข่งขันที่รุนแรงจากรถยนต์นำเข้า โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ขณะที่ “รถกระบะ” ซึ่งเคยเป็น “โปรดักต์แชมเปี้ยน” สินค้าหลักและจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย กำลังเผชิญภาวะยอดขายตกต่ำต่อเนื่อง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์“นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงสถานการณ์ดังกล่าว และภาพรวมอุตสาหกรรมที่จะยังคงตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ปีนี้ไว้ที่ 1.5 ล้านคันได้หรือไม่ 

เจอนำเข้ารถ EV ยึดตลาด

เป้าหมายการผลิตในปี 2569  แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน และเพื่อการส่งออก 950,000 คัน ถ้ามองเฉพาะยอดขายรถยนต์ในประเทศ ผมคิดว่ายังมีโอกาสเดินไปถึงเป้าหมายได้ เพราะวันนี้ยอดขายมีส่วนผสมของรถนำเข้า หรือ CBU เข้ามาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ช่องว่างระหว่างยอดขายกับการผลิตเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากรถขายดีจำนวนมากเป็นรถนำเข้า ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ผู้บริโภคอาจไม่ได้กังวลเพราะมีทางเลือกมากขึ้น ราคาก็แข่งขันรุนแรง แต่ในมุมอุตสาหกรรมเราต้องมองว่ารถที่ขายเพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าการผลิตในประเทศจะเพิ่มขึ้นตาม 

แม้มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 จะสิ้นสุดช่วงการนำเข้าแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงการผลิตชดเชยในประเทศ แต่ผู้ผลิตหลายรายยังสามารถนำเข้ารถมาทำตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เนื่องจากยังมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน เมื่อจุดแข็งของผู้ผลิตจีนคือ การพัฒนาโมเดลใหม่ได้เร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนตลอด รุ่นใหม่เข้ามาต่อเนื่องทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่มันน่ากลัวสำหรับผู้ผลิตอย่างเรา

รถกระบะหายไปกว่าครึ่ง

ประเด็นที่น่าห่วงที่สุด คือ ตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผมเคยมองว่าตลาดกระบะน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ปรากฏว่าตัวเลขยังไม่ฟื้น ในอดีตประเทศไทยมียอดขายรถกระบะเฉลี่ยปีละประมาณ 350,000 คัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 140,000-150,000 คันต่อปี หายไปกว่าครึ่ง สิ่งที่เราต้องถามคือ รถกระบะหายไปได้อย่างไรถึงขนาดนี้ และทำไมจึงหายไปต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

ผมว่าส่วนหนึ่งคงมาจากเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพราะในอดีตรถกระบะเป็นคำตอบของการใช้งานหลายด้าน ทั้งราคาที่เข้าถึงง่าย ความทนทาน ขายต่อได้ดี และประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล แต่เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ยุคไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป เราไม่เคยคิดมาก่อนว่ารถไฟฟ้าจะมีราคาถูกกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว สำหรับผู้บริโภคที่ไม่ได้ใช้รถเพื่อการบรรทุกจริงจัง รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถไฮบริดกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ทั้งด้านต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาว ถ้าคำนวณต้นทุนต่อกิโลเมตรรถไฟฟ้ายังได้เปรียบมาก บางกรณีใช้แค่ 3-5 ปีก็คุ้มทุนแล้ว

“เข้มงวดสินเชื่อ” อุปสรรคใหญ่

เหตุผลที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลต่อตลาดกระบะมากกว่ารถประเภทอื่น เพราะรถกระบะถือเป็น Product Champion ของประเทศไทย และรถกระบะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเฉลี่ยประมาณ 90% ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารถกระบะมีความเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้ผลิตเหล็ก พลาสติก ยาง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงผู้ประกอบการ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน ยอมรับว่าเมื่อยอดขายกระบะหายไปครึ่งหนึ่ง ผลกระทบไม่ได้เกิดกับผู้ประกอบรถยนต์อย่างเดียว แต่กระทบซัพพลายเชนทั้งหมด

ในอดีตสัดส่วนการผลิตรถกระบะต่อรถยนต์นั่งอยู่ที่ประมาณ 60:40 แต่ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากตลาดกระบะหดตัวลงอย่างมาก ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Over Capacity) ซึ่งเดิมประเทศไทยมีกำลังผลิตประมาณ 2.5 ล้านคันต่อปี เมื่อรวมการลงทุนใหม่จากจีนอีกประมาณ 600,000 คัน เท่ากับเรามีกำลังผลิตเกือบ 3 ล้านคัน แต่ปีนี้คาดว่าการผลิตจริงจะอยู่เพียงประมาณ 1.5 ล้านคัน หรือใช้กำลังการผลิตเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาดรถกระบะ คือ การเข้าถึงสินเชื่อ ย้อนกลับไปช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จากความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) กลุ่มผู้ใช้รถกระบะส่วนใหญ่เป็นคนทำมาหากิน เป็นผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร หรือธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง ภาคเอกชนเคยเสนอแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อผ่าน บสย. แต่ผลตอบรับยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อผู้กู้ไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ต้น การค้ำประกันก็ไม่ช่วยให้เกิดการปล่อยกู้

ผมว่าการแก้ปัญหาต้องแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีกำลังซื้อแต่ยังชะลอการตัดสินใจ และกลุ่มที่อยู่ใกล้เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อ อย่างกลุ่มแรกควรมีมาตรการจูงใจ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ ส่วนกลุ่มที่ใกล้เกณฑ์ควรมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะจุด  

ยังไม่หมดหวังรถเก่าแลกรถใหม่

อีกมาตรการที่ภาคอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญคือ “โครงการรถเก่าแลกรถใหม่” แม้จะมีกระแสข่าวว่าถูกชะลอหรือยกเลิกไปแล้วก็ตาม ผมยังมีความหวังเพราะโครงการนี้ไม่ได้ช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยลดมลพิษและยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน 

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การนำรถกระบะเข้าร่วมโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ด้วย ถ้ามองเฉพาะรถไฟฟ้าหรือรถ xEV อย่างเดียว จะพลาดโอกาสในการฟื้นตลาดกระบะ ที่เราเสนอแบบนี้เพราะรถกระบะอายุ 20 ปีขึ้นไปมีประสิทธิภาพด้านพลังงานต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับรถรุ่นใหม่ อีกทั้งยังปล่อยมลพิษสูงกว่า รถกระบะใหม่ที่รองรับน้ำมัน B20 ได้ มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าอย่างชัดเจน

ปัจจุบันประเทศไทยมีรถอายุเกิน 20 ปีอยู่ประมาณ 4 ล้านคัน แต่การศึกษาของภาคเอกชนประเมินว่าหากมีโครงการดังกล่าวจริงจะมีผู้เข้าร่วม 40,000-50,000 คัน ตัวเลขนี้ถือว่ามีนัยสำคัญต่อการฟื้นตลาด  

ดึงจีนร่วมทุนผลิตกระบะในไทย

สำหรับการรุกตลาดของผู้ผลิตจีนในกลุ่มรถกระบะ รถแวน และรถบรรทุกขนาดเล็ก ถือว่าเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ปัจจัยสำคัญคือ ผู้ผลิตจีนมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนจากการผลิตขนาดใหญ่ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่การปิดกั้นการแข่งขัน แต่เป็นการดึงผู้ผลิตเหล่านี้เข้ามาลงทุนผลิตในประเทศไทย เข้ามาร่วมลงทุนเป็นพาร์ตเนอร์กัน

เราต้องการให้ทุกคนแข่งขันกันบนกติกาเดียวกัน เพราะหากสามารถดึงผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาใช้ชิ้นส่วนในประเทศ จ้างแรงงานไทย และเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนไทยได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะยาว มากกว่าการนำเข้าทั้งคัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษาฐานการผลิตและซัพพลายเชนของประเทศไทยไว้ให้ได้ เพราะรถกระบะไม่ใช่แค่รถหนึ่งรุ่น แต่เป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งระบบ