อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกฯ สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ เร่งอำนวยความสะดวกพาคนเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขอเลี่ยงใช้คำว่า “บัตรคนจน” กำชับอัพเกรด Cell Bordcast เตรียมรับมือภัยพิบัติฤดูฝน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงและข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยก่อนเริ่มมอบนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้นำยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนระบุว่า
วันนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการมอบนโยบายและกำหนดทิศทางแก่กระทรวงมหาดไทยได้รับทราบ หลังจากช่วงที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น เพื่อกระชับมิตรและสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลต่อประชาชนถึงระดับชุมชนหมู่บ้าน ทั้งในมิติด้านความมั่นคง และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

อย่างการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ได้มีการสร้างความเข้าใจหลายเรื่อง และยังได้ตอกย้ำขอรับการสนับสนุนในการเข้าร่วม OECD ซึ่งจะสามารถยกระดับความเชื่อถือของไทยในระดับนานาชาติ เพราะหากไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกในอนาคตจะถูกกีดกันนโยบายทางการค้า การลงทุน รวมถึงการทำสัญญาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระดับภาคีและพหุภาคี
ดังนั้น จึงต้องช่วยกันยกระดับธรรมาภิบาลในทุกมิติ โดยเฉพาะความโปร่งใส การปลอดคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบภายใต้แนวทาง “มหาดไทยใสสะอาด” อีกเรื่อง คือการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป เพื่อให้สินค้าของไทยมีอิสระที่มากขึ้น ชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น การโปรโมตผ้าไทยเพื่อให้จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับด้านนี้พัฒนาส่งเสริมให้ไปถึงตลาดและเป้าหมายใหม่ ๆ
นอกจากนี้ การเดินทางไปที่สาธารณรัฐนิยมสังคมเวียดนามได้จับมือกันในฐานยุทธศาสตร์รอบด้าน เพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศร่วมกันแข่งขันกันในตลาดโลกมากขึ้น ในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องดูแลคนในบ้าน ต้องทำให้ประชาชนเข้มแข็ง สุขภาพดี มีความปลอดภัย การศึกษาต้องเข้าถึง หากเราทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นไม่ได้ ต่อให้มีโอกาสสูงคนของเราก็จะคว้าไว้ไม่ได้ เพราะไม่มีความพร้อม ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดโอกาส ถ้าประชาชนยังถูกคุกคามด้วยยาเสพติด มีความยากจน คนเจ็บป่วยไม่ได้รับการดูแล ก็ไม่สามารถไปต่อยอดพัฒนาอะไรได้
นายอนุทินได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทุกองคาพยพทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีเงินใช้ มีความปลอดภัย ให้คุณภาพได้ยกระดับ ส่วนของนโยบายเร่งด่วน เรามีนโยบายมหาดไทย 5 พลัส เป็นกรอบการทำงาน ที่ครอบคลุมในทุกมิติ
และช่วงนี้ขอให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับนโยบายไทยช่วยไทยพลัส เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้โดยตรงแก่ประชาชน ขอให้อำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้าน และให้การสนับสนุนในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้หลีกเลี่ยงคำว่าบัตรคนจน เพราะนโยบายนี้จะทำให้เขามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พ้นจากคำว่าคนจนให้ได้ภายใต้การบริหารจัดการของพวกเรา
พร้อมระบุว่า ห้ามบอกว่า ทำไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนเราก็มีคำว่าคนไข้อนาถา แต่เมื่อได้ยกระดับการรักษาพยาบาลขึ้นมา บัตรทอง บัตร 30 บาท ให้บริการด้านสาธารณสุขให้ประชาชนอย่างครบถ้วนแล้ว จนไม่มีคำว่าคนไข้อนาถา ดังนั้น การให้ประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่รัฐจัดให้ ก็ขอให้เร่งสั่งการไปยังนายอำเภอ ปลัดอำเภอ เพื่อตรวจสอบว่า หากเข้าไทยช่วยไทยพลัสไม่ได้ ก็ให้ได้รับสิทธิบัตรสวัสการแห่งรัฐ
ส่วนอีกเรื่องที่จะการ์ดตกไม่ได้เลย คือ เรื่องภัยพิบัติ เพราะตอนนี้เข้าสู้ช่วงฤดูฝนแล้ว ปภ. ต้องขันน็อตเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า เตรียมพร้อมด้านการช่วยเหลือ หลังมีบทเรียนจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่แม้การช่วยเหลือจะพร้อม แต่วงจรด้านปัจจัย 4 ต่าง ๆ ช่วงวิกฤตถูกตัด จึงเดือดร้อนอย่างมาก
ดังนั้น ขออย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก โดยไม่ใช่การติดต่อแค่ห้างใหญ่ แต่ต้องติดต่อระดับผู้ผลิต เพื่อให้การส่งต่อไปยังพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงที ไม่ให้ประชาชนอดอาหาร แม้เราไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ต้องไปศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน ทางหนีทีไล่ และแผนการป้องกัน ความร่วมมือแต่ละจังหวัดให้ดี มีสิ่งใดที่ต้องขอสนับสนุนจากส่วนกลางขอให้แจ้งมาทันที
นายอนุทินยังกล่าวถึงระบบ Cell Broadcast ที่ใช้มา 2 ปี และอาจจะต้องมีการอัพเกรดซอฟต์แวร์ ยกระดับให้การเตือนภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ตรงไหนที่ต้องใช้เทคโนโลยีให้ใช้อย่างเต็มที่
สุดท้าย ขอกำชับเรื่องการขับเคลื่อน ภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลใน 9 ประเด็น ทั้งการบุกรุกที่ดินสาธารณะอาชญากรรมออนไลน์ ธุรกิจนอมินี ที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การฟอกเงิน การปราบปรามอันธพาล การจัดการหนี้นอกระบบ ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงผ่านข้อมูลด้านความมั่นคง ที่ได้มีการประชุมเวิร์กช็อปร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้มีการสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างจริงจังตามมิติ 3 ด้าน
พร้อมเน้นเน้นย้ำอีกครั้งคือการป้องกันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในลักษณะทีมจังหวัด โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง และป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงทุกรูปแบบ
โดยเฉพาะยาเสพติดและอันธพาล รวมไปถึงการบุกรุกที่ดินสาธารณะและธุรกิจนอมินี ตลอดจนอาชญากรรมการกระทำความผิดต่อกฎหมายทุกประเภท โดยต้องสร้างความปลอดภัยให้พื้นที่ให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องใส่ใจให้มาก ๆ หากมีกรณีเกิดเหตุในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องใช้กลไกในการประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทหาร และศาล ซึ่งเรื่องนี้หากเราทำสำนวนไม่แน่น โดยยกตัวอย่าง กรณีการเกิดเหตุที่เกาะพะงัน ที่มีชาวต่างชาติเมาแล้วขับจักรยานยนต์ชนแพทย์ และสุดท้ายเสียชีวิตถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ ซึ่งตอนที่จับตัวได้ก็มีการเบ่งกันอีก
นายอนุทินยังระบุว่า ให้ทราบกันไว้ก่อน เอาให้ผมพ้นไปก่อน ท่านค่อยไม่ต้องทำเรื่องนี้ ผมจะไม่มีวันยอมให้คนต่างชาติมารังแกคนไทย นี่ถือเป็นนโยบายสำคัญของผม ในหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบก็ขอ ให้ถือนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด หากมีเหตุการณ์อุกฉกรรจ์เช่นนี้ ผู้ต้องหาสามารถประกันตัวได้ด้วยวงเงิน 100,000 บาท ผมถือว่าผู้ว่าราชการทำงานไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะบอกว่าอำนาจของท่านมีแค่ไหนก็ตาม อำนาจมันอยู่ในกระดาษ แต่บารมีอยู่รอบตัวท่าน ความใส่ใจอยู่รอบตัวท่าน
ก็ต้องขอจริง ๆ ว่า ต้องมีการดำเนินการทุกอย่างให้คนเห็น ต้องเอาใจประชาชน ต้องทำให้ความหวั่นเกรง ความเสียขวัญของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งความโกรธของเขาให้ลดลง ไม่ใช่ไปเพิ่มความโกรธให้เขา บางทีได้รับรายงานกลับมาว่าไปแล้วประกันตัวไปแล้ว แต่ผมไม่เห็นหนังสือซักฉบับ จากกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ ไปถึงผู้ที่มีอำนาจในการคัดค้านประกันตัว
ซึ่งเราต้องไม่อนุมานไปก่อน ว่าทำไปก็ไม่ใช่อำนาจของของเรา เดี๋ยวเขาก็ให้ อันนั้นเป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องทำอย่างเต็มที่ ในส่วนที่เรารับผิดชอบดูแล ซึ่งผมไม่ได้ตำหนิ แต่ผมว่าเลยพอได้ฝากข้อมูลไปหลายครั้งแล้ว
โดยฝากผ่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และเวลาที่ผมเขียนไลน์ไป ต้องขอความกรุณาให้ตอบกลับมา อธิบายด้วยอย่าเอาแต่ครับ ทราบครับ ปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ หรือส่งสติ๊กเกอร์โค้งมาเท่านั้น ไม่พอ เพราะผมไม่รู้ว่าท่านทำอะไร ผมติดตามต่อไม่ได้ ผมจะได้ไปช่วยคุยกับหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อ
เพราะหากมีการประสานที่ดี ผู้ว่าฯ คัดค้าน ตำรวจคัดค้าน อัยการคัดค้าน ศาลคัดค้าน ทหารคัดค้าน มันก็จะมีน้ำหนัก ทำให้ผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีความต่าง ๆ ให้ความสำคัญต่อแรงกดดันของสังคม ไม่ใช่เป็นการชี้นำ แต่เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติหน้าที่ที่จะต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
ซึ่งได้มีการมาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว ระหว่างผู้ว่ากับผู้การฯ และเราก็จะมีการประชุมลักษณะเช่นนี้อีก ซึ่งครั้งแรกเห็นผู้ว่าฯนั่งโต๊ะผู้ว่าฯ ผู้การฯก็นั่งโต๊ะผู้การฯ ซึ่งยังไม่มีการรวมกัน จึงต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันต่อไป
นายอนุทินกล่าวว่าจะใช้เวลาในช่วงนี้ทำให้การทำงานของทั้งสองฝั่งเชื่อมประสานกันเป็นหนึ่งให้ได้ โดยผมก็ดูแลรับผิดชอบด้านความมั่นคงในฐานะนายกรัฐมนตรี การทหารผมก็กำกับดูแล เราไม่มีรองนายกด้านความมั่นคง เพราะขึ้นตรงรัฐมนตรีทั้งทหารยุติธรรมตำรวจมหาดไทยและฝ่ายปกครอง เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ขว้างงูไม่พ้นคอ เพราะของท่านทั้งสี่ขาคือองคาพยพของผมในการไปแก้ปัญหา