เสน่ห์ของฟุตบอลโลกยุคคลาสสิกที่ไม่มีวันลืมเลือน หากย้อนกลับไปในวันที่วงการลูกหนังต้องหลั่งน้ำตาให้กับการจากไปของ จอห์น ม็อตสัน (John Motson) วัย 77 ปี วันนั้นคือวันที่โลกได้สูญเสียเจ้าของฉายา “เดอะ วอยซ์ ออฟ ฟุตบอล” (The Voice of Football) ตำนานนักพากษ์กว่า 2,500 นัด
ม็อตสัน หรือที่แฟนบอลเรียกกันอย่างสนิทปากว่า ‘ม็อตตี้’ (Motty) คือ นักพากษ์ระดับตำนานที่มาพร้อมกับเสื้อโค้ตหนังแกะตัวเก่ง เขาฝากผลงานการพากย์เกมฟุตบอลผ่านทางโทรทัศน์และวิทยุของ BBC มายาวนานถึง 50 ปี รวมแล้วมากกว่า 2,500 นัด ผ่านทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 10 ครั้ง ยูโร 10 ครั้ง และนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพอีก 29 ครั้ง ก่อนจะตัดสินใจแขวนไมค์กับทาง BBC ในปี 2018
เกมสุดท้ายของเขากับรายการ Match of the Day คือแมตช์ที่ คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านชนะ เวสต์บรอมวิช 2-0 ในวันนั้นเขาได้รับเกียรติให้ลงไปบนสนามพร้อมเสียงปรบมือเกียรติยศ จากแฟนบอลอย่างกึกก้อง
ไม่นานนัก ด้วยความรักในอาชีพ ก็ได้กลับมาจับไมค์อีกครั้งสั้น ๆ กับทาง TalkSport ในเวลาต่อมา
มาตรฐานทองคำ ความทรงจำที่ไม่มีวันตาย
คนในวงการสื่อกีฬาต่างออกมาร่วมยกย่องม็อตตี้ในวันที่เขาจากไป
มาร์ติน ไทเลอร์ (ผู้บรรยายจาก Sky Sports)
“เขาคือผู้สร้างมาตรฐานให้พวกเราทุกคน ม็อตตี้เป็นคนจริงจังกับการทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนสนุกสนานมีอารมณ์ขันมาก การจากไปของเขาต่อจาก ดิกกี้ เดวิส เพียงไม่กี่วัน ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการวิทยุโทรทัศน์ ม็อตตี้คือไอคอนและแสงสว่างของพวกเรา”
เอียน ดาร์ก (ผู้บรรยายจาก ESPN และ BT Sport)
“เขาอาจจะเป็นนักพากย์ฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดตลอดกาล ม็อตสันเป็นคนทำงานวิจัยข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งรักษาความกระตือรือร้นเหมือนพวกเด็กหนุ่มๆ คงรักไว้ในเกมลูกหนังตลอดครึ่งศตวรรษ เขาคือมาตรฐานทองคำของจริง”
ม็อตตี้เริ่มงานกับ BBC ในปี 1968 และแจ้งเกิดในปี 1972 จากการพากย์นัดประวัติศาสตร์ที่ เฮเรฟอร์ด พลิกล็อกล้มยักษ์ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในศึกเอฟเอคัพ
ซึ่งแมตช์นั้นถูกดันขึ้นเป็นไฮไลต์เด่นในรายการ Match of the Day และส่งให้เขาเข้าไปอยู่ในใจของแฟนบอลทันที
เสียงของม็อตตี้กลายเป็นที่จดจำของแฟนบอลรุ่นใหม่ผ่านการเป็นผู้พากย์เสียงในเกมซีรีส์ FIFA เริ่มเปิดตัวตั้งแต่ภาค FIFA 96 และทำหน้าที่ต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ
วาทะลูกหนังในตำนาน
ม็อตสัน เกิดที่เมืองซอลฟอร์ด นครแมนเชสเตอร์ เริ่มต้นเส้นทางสายน้ำหมึกจากการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในบาร์เน็ต และที่ Sheffield Morning Telegraph ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับ BBC ในฐานะผู้ดำเนินรายการกีฬาทางวิทยุ Radio 2
ตลอดอาชีพอันยาวนาน เขาผ่านการพากย์มหกรรมโอลิมปิก 2 ครั้ง และหนึ่งในความทรงจำที่แฟนบอลไม่มีวันลืมคือนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี 1988 ที่ วิมเบลดัน พลิกล็อกเอาชนะ ลิเวอร์พูล ซึ่งม็อตสันได้ฝากวาทะอมตะไว้ว่า
The Crazy Gang have beaten the Culture Club (พวกแก๊งสติไม่ดี ไล่ทุบ Culture Club จนพังซะแล้ว)
จากคุณูปการอันล้นหลามในวงการสื่อสารมวลชน เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE ในปี 2001
ร่วมไว้อาลัยจากทุกภาคส่วน
ครอบครัวของม็อตสันออกแถลงการณ์สั้น ๆ ว่า “นับเป็นความโศกเศร้าอย่างยิ่งที่เราต้องประกาศว่า จอห์น ม็อตสัน OBE นอนหลับและจากไปอย่างสงบในวันนี้”
ทางด้าน ริชิ ซูแนก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็เข้าร่วมแสดงความเสียใจเช่นกัน
เขาคือตำนานของเกมลูกหนัง และเป็นเสียงแห่งฟุตบอลของคนนับล้านทั่วประเทศ แฟนบอลทั้งหมดจะคิดถึงเขาสุดหัวใจ
ขณะที่ แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษและพิธีกรชื่อดัง ทวีตข้อความว่า
เสียใจมากที่ทราบข่าวการจากไปของ จอห์น ม็อตสัน เขาคือนักพากย์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นเสียงแห่งฟุตบอลของประเทศนี้มาหลายยุคหลายสมัย เราจะคิดถึงเขามาก ไปสู่สุขคตินะม็อตตี้
เช่นเดียวกับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่ยกย่องเขาว่าเป็น
ตำนานของจริง คนรุ่นเราเติบโตมาพร้อมกับการฟังเสียงพากย์ของเขา
ผ่านร้อนผ่านหนาว
เขายังอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่โศกเศร้าที่สุดของฟุตบอลอังกฤษอย่าง โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรห์ ในปี 1989 เสียงของเขาคือเสียงที่บรรยายภาพเหตุการณ์ข่าวน่าสลดในวันนั้น และเขายังได้เข้าให้การต่อศาลในกระบวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพในปี 1991 อีกด้วย
เมื่อปี 2017 ม็อตสันเคยให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ถึงเหตุผลที่ตัดสินใจอำลาไมค์ไว้ได้อย่างน่าประทับใจว่า :
ผมแค่คิดว่าปีที่ 50 ของผมกับ BBC คือปี 2018 งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และผมคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะลงจากตำแหน่งอย่างสวยงาม ผมไม่อยากอยู่จนถึงจุดที่คนเริ่มพูดกันว่า ‘เขาอยู่นานเกินไปแล้ว เขาหมดไฟแล้ว ไม่เหมือนเดิมแล้ว’
ผมอยากจากไปในตอนที่ผมยังคงพากย์ได้ดี เหมือนที่ผมเคยทำมาตลอดหลายปี ไม่อยากทำต่อจนคนต้องมาพูดว่า ‘โถ่เอ๋ย เราคงต้องหาทางเขี่ยเขาออกไปแล้วล่ะ
ทิม เดวี ผู้อำนวยการใหญ่ของ BBC กล่าวทิ้งท้ายว่า
จอห์น ม็อตสัน คือเสียงของเจเนอเรชั่นฟุตบอลของแท้ เขาพาพวกเราผ่านจุดหักมุมของเอฟเอคัพ ความสุขและความผิดหวังในฟุตบอลโลก และแน่นอน ค่ำคืนวันเสาร์ในรายการ Match of the Day เขาคือผู้ที่มีคำพูดที่เหมาะสม ในเวลาที่ถูกต้อง สำหรับทุกช่วงเวลาสำคัญเสมอ“