ททท.สนง.ตราดเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว “ตราด – เกาะช้าง” จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับลักชัวรีด้านเวลเนส รับเทรนด์ Wellness Tourism หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น พร้อมดันหมู่เกาะทะเลตราด “เดสติเนชันด้านเวลเนสในระดับโลกภายในปี 2578”
ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า งาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ททท.สนง.ตราดได้เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลท์ “ตราด – เกาะช้าง” ชูคอนเซปต์ ‘The Ultimate Wellness & Gastronomy Retreat’ ภายใต้แคมเปญ Thailand’s Five Signature Wellness Routes มุ่งเจาะกลุ่มตลาดท่องเที่ยวระดับบนและผู้รักสุขภาพจากทั่วโลกด้วยโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
เส้นทางดังกล่าว ได้นำเสนอโปรแกรมการพักผ่อนแบบ 3 วัน 2 คืน ที่ผสมผสานความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและการบำบัดร่างกายจิตใจอย่างลงตัว ไฮไลท์สำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในงานทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ (Buyers & Sellers) ได้แก่
ชมวิถีชุมชนบ้านสลักคอก (Salak Khok Community) สัมผัสความมหัศจรรย์ของป่าชายเลนผืนใหญ่ ผ่านกิจกรรมยอดนิยม “การนั่งเรือมาด” (Riding a Ruea Maad) หรือเรือกอนโดลาเมืองไทย สูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน
ร่วมยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารด้วยเมนูเพื่อสุขภาพและวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม ณ ร้านอาหารชื่อดัง อาทิ ร้านข้าวขวัญ( Khao Kwan Restaurant)

ชวนผ่อนคลายร่างกายบนชายหาดคลองพร้าว (Klong Prao Beach)เติมพลังจากธรรมชาติที่น้ำตกคลองพลู (Klong Plu Waterfall)พักผ่อนในรีสอร์ทชั้นนำอย่างซิลวัลเกาะช้าง( Sylvan Koh Chang) พร้อมเยี่ยมชมเสน่ห์สุดคลาสสิกของหมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า (Bang Bao Fishing Village)
“เชื่อมั่นว่า การผลักดันเส้นทาง “ตราด – เกาะช้าง” จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของเกาะช้างและจังหวัดตราดให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีด้าน Wellness ที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย
อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดงานในปีนี้ จังหวัดชลบุรีนำเสนอภายใต้แนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ มุ่งนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ทั้งการนำเสนอสินค้าและบริการทางด้าน Wellness ทั้ง 5 ภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Travel with Care)” ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ กล่าว

ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ กล่าวต่อไปว่า จากที่ได้ชูคอนเซปต์ ‘The Ultimate Wellness & Gastronomy Retreat’ คือ จังหวัดตราดต้องการทำให้การมาท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงแค่การมานอนพักผ่อนหรือทานอาหารทั่วไป แต่เป็นการดีท็อกซ์ชีวิตด้วยธรรมชาติ (Nature Therapy) ร่วมกับการบริโภคอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะอาด ปลอดภัย และมีอัตลักษณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น แทนการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมอีกทั้งตอบรับเทรนด์โลกสอดคล้องกับทิศทางหลักของงานที่มุ่งเปลี่ยนนิยามความหรูหราให้เป็นการฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งที่จังหวัดตราดมีความพร้อม
ส่วนภาคธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่มีความพร้อมสูงมากในระดับลักชัวรีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การันตีด้วยมาตรฐาน TAT STAR, CF Hotels และรางวัล Thailand Tourism Awards เช่น Sylvan Koh Chang ที่มีบริการสปาและจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รองรับเทรนด์ยั่งยืน)
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจอาหารในพื้นที่ เช่น ร้านข้าวขวัญ (Khao Kwan Restaurant) มีความเชี่ยวชาญในการนำวัตถุดิบท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของตราด มาสร้างสรรค์เป็นเมนูสุขภาพระดับไฟน์ไดนิ่ง ที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน ยิ่งไปกว่านั้น ตราดเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่มีผลไม้เมืองร้อนคุณภาพสูง ทุเรียน มังคุด เงาะ สับปะรดตราดสีทอง ซึ่งเป็น Soft Power ด้าน Gastronomy ที่พร้อมเสิร์ฟแบบสดใหม่จากสวน
ทั้งนี้ รูปแบบท่องเที่ยวดังกล่าวสามารถขายได้ “ตลอดทั้งปี” ช่วยแก้ปัญหาช่วง Green Season (ฤดูฝน) ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม (ฤดูกาลผลไม้) เหมาะกับโปรแกรม Gastronomy ทานผลไม้สดจากสวน ควบคู่กับความเขียวขจีของป่าชายเลนและน้ำตก ขณะที่ช่วงไฮซีซั่น เดือนพฤศจิกายน – เดือนเมษายน เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมหาดทรายและกิจกรรมเวลเนสกลางแจ้ง


ด้าน นางสาวจารุวรรณ จินตกานนท์ นายกสมาคมการค้าตราดเวลเนส (TRAT WELLNESS TRADE ASSOCIATION) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่ปี 2568 จังหวัดตราดได้ขับเคลื่อนแผนพัฒนา Wellness Tourism 10 ปี พร้อมวางเป้าหมายความสำเร็จในปี 2578 ปัจจุบันผู้ประกอบการและชุมชนได้รับการพัฒนาด้านกิจกรรม “อาบป่า” (Forest Bathing) เพื่อใช้ธรรมชาติเป็นยารักษากายและจิตใจ พร้อมให้บริการแล้วทั้งในเกาะช้างและเกาะกูด
ไฮไลท์สำคัญของเกาะช้างคือการเป็น “Jungle Ocean” แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีทั้งพลังธรรมชาติจากป่าเขาและทะเล มีผืนป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่คายละอองน้ำล่องลอยในอากาศมากกว่าไอน้ำเค็มจากทะเล ทำให้สัมผัสอากาศแล้วไม่เหนียวตัว ยิ่งผสมผสานกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนตราดที่เป็น Wellness City อยู่แล้ว ยิ่งทำให้มีความพิเศษสุด
นอกจากนี้ สมาคมการค้าตราดเวลเนส ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด เตรียมจัด โครงการต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity) ระหว่างวันที่ 6 ก.ค. – 4 ก.ย. 2569 (ระยะเวลา 60 วัน) เพื่อรับผู้สนใจอายุ 45 ปีขึ้นไป มาร่วมเรียนรู้การดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และกิจกรรมอาบป่าที่เกาะช้างเพื่อปรับพฤติกรรมและฟื้นฟูสุขภาพ

ดันสู่ “เขตนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง” ระดับโลก
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด ร่วมกับสมาคมผังเมืองไทย โดยสำนักงานเขตนวัตกรรรมมูลค่าสูง ได้นำเสนอความก้าวหน้า ให้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายก.รมต.และรมต.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ) เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติการยกระดับจังหวัดตราดเป็น “เขตนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูงหมู่เกาะทะเลตราด” มุ่งผลักดันให้จังหวัดตราดกลายเป็นจุดหมายปลายทางเดสติเนชันด้านเวลเนสในระดับโลกภายในปี 2578 อย่างเป็นรูปธรรม