FolkCharm ถักทออย่างละมุนด้วยออร์แกนิก
คอลัมน์ EcoTouch
“เรียบง่าย” และ “สบาย” ถือเป็นความโดดเด่นของเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้ายทอมือ รวมถึงมีจุดขายสำคัญที่การใช้สี “ธรรมชาติ” ในการย้อมผ้า
หากแต่ความเป็นธรรมชาติจริง ๆ อาจต้องมองให้ทะลุลงไปในสีที่แทรกซึมลงเนื้อผ้า หรือมองถึง “เส้นใย” ของฝ้ายว่าเป็นธรรมชาติและเป็นออร์แกนิกหรือไม่เพราะทุกวันนี้ 80-90% ของผ้าฝ้ายทอมือในไทยใช้ฝ้ายที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าแหล่งที่มาของฝ้ายนั้นมาจากที่ไหน ? และมีกระบวนการผลิตอย่างไร ?
ดังนั้น หากจะบอกว่าผ้าฝ้ายทอมือของไทยที่ใช้ “เส้นใย” จากธรรมชาติจริง ๆ นั้นมีน้อยรายคงไม่ผิดเท่าไรนัก
โดยหนึ่งในน้อยรายที่ว่ามีธุรกิจเพื่อสังคมแบรนด์ “FolkCharm” รวมอยู่ด้วย

จุดเริ่มต้นของ “FolkCharm” เกิดจาก “ภัสสร์วี ตาปสนันทน์” ที่เห็นถึงความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของช่างทอผ้าใน จ.เลย ซึ่งรายได้จากงานหัตถกรรมหรือแฮนด์เมดไม่สัมพันธ์กับเวลาที่ลงทุน หรือต้นทุนที่ต้องจ่ายไป ขณะเดียวกัน การปลูกต้นฝ้ายในบางพื้นที่มีการใช้สารเคมี และมีการนำเข้าฝ้ายจากต่างประเทศ
เมื่อต้องการผลิตเสื้อผ้าจากผ้าฝ้ายทอมือที่เป็นออร์แกนิกในทุกกระบวนการ เธอจึงเข้ามาทำงานร่วมกับคนในชุมชน เริ่มต้นด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกต้นฝ้ายแบบออร์แกนิกเพิ่มขึ้น และจัดหากี่ทอผ้าให้กับป้า ๆ ช่างทอผ้าโดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกมัดใด ๆ commitment ที่ให้ไว้กับชาวบ้านว่ารายได้ 50% จากการจำหน่ายเสื้อผ้าจะถูกส่งคืนกลับไปสู่ชุมชน อาจเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านมาเข้าร่วมเครือข่าย ซึ่งตอนนี้มีคนอยู่ในกลุ่มประมาณ 50 คน ใน 4-5 หมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม การที่ชาวบ้านทำงานกับเครือข่ายมาอย่างยาวนาน แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความรักในท้องถิ่น ภาคภูมิใจในการปลูกต้นฝ้ายและทอฝ้ายที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชนเช่นกัน
นอกเหนือจากผืนผ้าฝ้ายที่มีความโปร่งใสในการผลิตตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ในส่วนของการใช้สีย้อมผ้าของ “FolkCharm” ก็ไม่หลุดจากคอนเซ็ปต์ของแบรนด์เช่นกัน เพราะย้อมด้วยสีธรรมชาติจากวัตถุดิบที่หาได้ในชุมชน โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และใช้ตามฤดูกาลของพันธุ์ไม้นั้น ๆ

ทั้งนี้ เมื่อนำผืนผ้ามาตัดขึ้นรูปกลายเป็นเสื้อผ้าแล้ว เศษผ้าที่เหลือจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ accessories หรือของขวัญหลากหลายแบบ จาก“เรื่องราว” ของผืนผ้าฝ้ายทอมือ และการร่วมดูแล “สังคม” ของ “FolkCharm” ทำให้เสื้อผ้าแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมี demand เพิ่มขึ้น ก็ทำให้ “FolkCharm” เติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเป็นการเติบโตที่ไม่ได้ “ก้าว” ไปคนเดียว เพราะเป็นการ”จับมือ” และ “ก้าว” ไปพร้อม ๆ กันกับชุมชน