FWD ทุ่มงบปี”62 เฟสแรกกว่า 250 ล้าน ปรับปรุงระบบหลังบ้าน หนุนชำระเบี้ยผ่าน LINE-ผุดแอปสุขภาพ
นายอภิรักษ์ จิตรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการ บมจ.เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต (FWD) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ภายใน 3 ปี (2561-2563) เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่มายกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานตั้งแต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ การพิจารณารับประกันภัย การชำระเบี้ย และการบริการหลังการขาย โดยเฟสแรกในช่วงครึ่งปีหน้า 2562 บริษัทจะใช้เงินลงทุนกว่า 250 ล้านบาท ในการปรับปรุงระบบหลังบ้าน (Back Office) เพื่อรองรับลูกค้าที่จะได้รับบริการที่ง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาระบบชำระเงินผ่านช่องทาง LINE Application ที่ลูกค้าสามารถชำระเบี้ยผ่านบัตรเครดิตหรือ Payment Gateway ผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ รวมถึงปรับปรุงระบบการออกกรมธรรม์รองรับแบบ E-policy
ส่วนเงินลงทุนที่เหลืออีกบางส่วนจะนำเทคโนโลยีมาบริการลูกค้าประกันสุขภาพที่มีกว่า 2 แสนรายได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้กับลูกค้าประกันสุขภาพรายเดี่ยว หลังจากเริ่มใช้บริการแอปนี้แก่ลูกค้าประกันกลุ่มไปแล้ว
“ต่อไปลูกค้าของเราสามารถดูความคุ้มครองผ่านแอปได้ทันที หากลูกค้าต้องสำรองจ่ายก็สามารถส่งเคลมออนไลน์ได้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วเคลมประกันออนไลน์จะเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/61 นี้” นายอภิรักษ์กล่าว
นอกจากนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญในการพัฒนา Data Analytic เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนากรมธรรม์ที่จะตอบสนองลูกค้าแต่ละบุคคล (Personalized) ได้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าไตรมาส 4/61 บริษัทจะเปิดตัวช่องทางการขายประกันออนไลน์ร่วมกับพันธมิตรหลักอย่างธนาคารทหารไทย (TMB) ที่ปัจจุบันสร้างยอดขายได้มากกว่า 60% โดยจะมาพร้อมกับเครื่องมือช่วยขายให้ทีมพนักงานแบงก์ที่จะสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้นำเทคโนโลยีมาช่วยร่นระยะเวลาในการออกโปรดักต์ใหม่หรือปรับเปลี่ยนโปรดักต์เดิมได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น อาทิ โปรดักต์เดิมใช้งานอยู่แล้วน่าจะออกได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ จากเดิมที่ใช้เวลามากกว่า 1-2 เดือน ซึ่งลดลงได้มากกว่า 50% ส่วนโปรดักต์ใหม่ที่จะออกมาบริษัทก็จะพัฒนาระบบไปพร้อมกับการขออนุมัติ คปภ.เพื่อให้สามารถวางขายได้ทันที ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาอย่างต่ำ 1-3 เดือน
อย่างไรก็ดีบริษัทยังได้ปรับปรุงนโยบายการดูแลลูกค้ากรมธรรม์กำพร้าจากเดิมที่โอนให้กับฝ่ายขายคอยให้บริการ โดยเพิ่มบทบาททีมงานที่ดูแล (Retention) จำนวน 12 คน เข้ามาช่วยเหลือลูกค้ากรมธรรม์กำพร้าที่ปัจจุบันมีอยู่ 1 แสนกรมธรรม์ ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะขยายเพิ่มมากขึ้น
นายวีภัทร จันทรวรรณกูล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บมจ.เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นลงทุนในระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) อีกกว่า 60 ล้านบาท เพื่อป้องกันดูแลข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปัจจุบันแอกเกอร์ยังไม่สามารถเข้ามาได้ แต่อาจจะมีทางอ้อมจากสแปม (spam) ผ่านทางอีเมลล์พนักงาน ซึ่งบริษัทได้เตรียมดำเนินการไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้บริษัทได้ทดสอบกันเองภายในองค์กรเพื่อห้พนักงานทุกคนตระหนักเรื่อง Cyber Security พร้อมกับใช้ผู้เชียวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security Expert) จากต่างประเทศในการทำ Simulation อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลออกไป
“ไทยและฮ่องกงใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่ซื้อกิจการทำให้มีฐานข้อมูลอยู่มาก ในขณะที่ประเทศอื่นๆ มีการลงทุนอยู่บ้างเพราะพึ่งจัดตั้งมาใหม่ ซึ่งที่สิงคโปร์เราก็มี Innovation Center ในการดูแลนวัตกรรมใหม่ๆอยู่แล้ว” นายอภิรักษ์กล่าว