เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะโค้งท้ายเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ปรับคิว ‘รัฐสีแดง’ -แย้มรับบท ‘มิสเตอร์วีโต้’
World เจาะโค้งท้ายเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ปรับคิว ‘รัฐสีแดง’ -แย้มรับบท ‘มิสเตอร์วีโต้’
ยูนิแอร์ : เมื่อ ‘ความอึด’ ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็น DNA ของแบรนด์ไทย 54 ปี
Business ยูนิแอร์ : เมื่อ ‘ความอึด’ ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็น DNA ของแบรนด์ไทย 54 ปี
GULF ทุ่ม 400 ล้าน ซื้อ WAC 100% เสริมทัพโรงไฟฟ้าขยะ 12 โครงการ
Finance GULF ทุ่ม 400 ล้าน ซื้อ WAC 100% เสริมทัพโรงไฟฟ้าขยะ 12 โครงการ
ส.อ.ท. จับมือ กฟผ. ปั้น Local Content รับคลื่นลงทุนพลังงาน ดันผู้ผลิตไทยเข้า Supply Chain
Economic ส.อ.ท. จับมือ กฟผ. ปั้น Local Content รับคลื่นลงทุนพลังงาน ดันผู้ผลิตไทยเข้า Supply Chain
ทิพยประกันภัยโชว์แกร่ง ทริสคงเครดิต AAA สูงสุดต่อเนื่อง 5 ปี
Finance ทิพยประกันภัยโชว์แกร่ง ทริสคงเครดิต AAA สูงสุดต่อเนื่อง 5 ปี
จากถนนข้าวสารสู่ตลาดหุ้น! RBT ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายโรงแรมทั่วไทย
Finance จากถนนข้าวสารสู่ตลาดหุ้น! RBT ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายโรงแรมทั่วไทย
คนไทย 86% ไร้แผนออมเกษียณ KKP เปิด 6 กองทุน ตั้งเป้า AUM 3 หมื่นล้าน ใน 3 ปี
Finance คนไทย 86% ไร้แผนออมเกษียณ KKP เปิด 6 กองทุน ตั้งเป้า AUM 3 หมื่นล้าน ใน 3 ปี
กรุงไทย จับมือ ส.อ.ท. ชูสินเชื่อเอสเอ็มอี 4 แบบ กู้สูงสุด 20 ล้าน-ทำธุรกิจ 1 ปีกู้ได้ 3 ล้าน
Finance กรุงไทย จับมือ ส.อ.ท. ชูสินเชื่อเอสเอ็มอี 4 แบบ กู้สูงสุด 20 ล้าน-ทำธุรกิจ 1 ปีกู้ได้ 3 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,200 บาท
‘สวนสยาม’ ฮึดสู้ กลับมาเปิดอีกครั้ง 19 พ.ย.นี้ อัดโปรบัตรราคา 1,000 บาท เล่นได้ตลอดปี
Business ‘สวนสยาม’ ฮึดสู้ กลับมาเปิดอีกครั้ง 19 พ.ย.นี้ อัดโปรบัตรราคา 1,000 บาท เล่นได้ตลอดปี
ดูทั้งหมด

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ปรับพอร์ต-รีแบรนดิ้ง “อาร์เอส”

01 ก.ย. 2561 | 18:38น.

สัมภาษณ์พิเศษ

จากธุรกิจค่ายเพลงยักษ์ใหญ่สู่ธุรกิจใหม่อย่าง “health & beauty” ทำเซอร์ไพรส์ทั้งวงการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้ธุรกิจ “Multi-Platform Commerce” หรือที่เรียกว่า “MPC” ของ “บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)” กลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้มากที่สุด

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ถึงยุทธศาสตร์ธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) ที่จะนำพาอาร์เอสขยายตัวแบบก้าวกระโดด พร้อมกับการรีแบรนด์ ล้างภาพค่ายเพลงสู่ธุรกิจใหม่

ธุรกิจใหม่ดันกำไร All Time High หมื่นล้าน

“สุรชัย” ฉายภาพว่า หลังจากที่อาร์เอสชัดเจนว่าจะเดินหน้าธุรกิจ MPC อย่างเต็มที่ เริ่มต้นจากกลุ่มเครื่องสำอาง (health & beauty) ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ และตามมาด้วยสินค้าเครื่องครัว สินค้าที่รองรับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ, ประกันชีวิต และรายได้จากธุรกิจสื่อและบันเทิง เขาเชื่อมั่นว่ารายได้ในปี 2561 จากธุรกิจ MPC น่าจะปิดอยู่ที่ 60% ของพอร์ตธุรกิจทั้งหมด หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท ที่สำคัญ จะเป็นปีที่อาร์เอสสามารถทำกำไรได้สูงสุด (all time high) แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอีกด้วย

“ความสำเร็จในวันนี้ไม่สามารถการันตีอนาคตทางธุรกิจของอาร์เอสได้ เพื่อรองรับอนาคต จึงได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ที่จะกำหนดทิศทางของธุรกิจในเครือทั้งหมด ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารแล้ว โดยมีเป้าหมายว่าภายในปี 2565 อาร์เอสจะมีรายได้แตะที่ 10,000 ล้านบาท รายได้หลักมาจากการขายสินค้าในธุรกิจ MPC และมองว่า

ในปี 2562 ธุรกิจ MPC จะกลายเป็นธุรกิจหลัก ตามมาด้วยธุรกิจสื่อและบันเทิง ประกอบด้วย สถานีโทรทัศน์ช่อง 8, สถานีวิทยุคูล เอฟเอ็ม และธุรกิจเพลง ซึ่งจะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 70 : 30”

เปิดช่อง 8 เหมือนเดินเข้าห้าง

สำหรับเครื่องมือสำคัญที่ “สุรชัย” มองว่าจะทำให้อาร์เอสไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ คือ “ช่อง 8” โดยเขาบอกว่า อาร์เอสต้องดำเนินการทั้ง 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจสื่อ และธุรกิจ MPC ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการตั้งโจทย์ว่า ต้องทำให้ช่อง 8 ติดอยู่ในกลุ่มผู้นำในแง่ของความนิยม และต้องทำให้ได้เปรียบในแง่ของการซื้อโฆษณา ซึ่งเมื่อติดอันดับแล้วก็นำมาต่อยอดให้กับธุรกิจ MPC ได้ด้วย

“ยุทธศาสตร์เริ่มตั้งแต่ประมูลช่อง 8 ได้ เราเชื่อว่าธุรกิจทีวีเมื่อโดน disrupt จากสื่อใหม่ ๆ แต่ก็ยังเป็นสื่อหลัก ซึ่งด้วยจำนวนช่องที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าไม่มีวันที่หาโฆษณาได้หมด ข้อได้เปรียบของเรา คือ สามารถยูทิไลต์พื้นที่โฆษณาทั้งหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เพราะถ้าทิ้งไว้มันคืออากาศ แต่เราจะเอาพื้นที่เหล่านั้นมาเป็นแรงสนับสนุนธุรกิจใหม่ของเรา”

“เราจะทำให้ทีวีช่อง 8 เป็นเหมือนห้าง ซึ่งลูกค้าจะสะดวกสบายไม่ต้องออกจากบ้าน เพียงแค่โทรศัพท์เข้ามาทำการซื้อขาย วันรุ่งขึ้นเราทำการส่งของ เก็บเงิน ฉะนั้น หน้าที่ต่อไป คือ ต้องนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อเห็นไลฟ์สไตล์ของคนว่าเป็นอย่างไร ชอบอะไร นิยมอะไร”

วันนี้บริษัทมีดาต้าเบสของลูกค้าประมาณ 1 ล้านราย และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งขณะนี้เรากำลังศึกษาเรื่องของ big data เมื่อฐานข้อมูลใหญ่ขึ้น ก็ต้องนำ AI มาช่วยวิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่า เราควรขายอะไร นำเสนออะไร โดยมีทีมที่ดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ปัจจุบันสินค้าของเรามีประมาณกว่า 100 SKU และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสินค้าบางตัวอายุสั้น ซึ่งสินค้าราว 60% เป็นสินค้าที่นำเข้ามาขาย และผลิตเอง

โดยเรามีพาร์ตเนอร์ที่เป็นแล็บจากทั่วโลก และซื้อสูตรงานวิจัยใหม่ ๆ เข้ามาผลิตร่วมกับบริษัทไทย ซึ่งผู้ผลิตไทยนั้นได้ระดับเวิลด์คลาส ผลิตให้ต่างประเทศ ทำให้เราไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีฝ่ายวิจัย มีเพียงฝ่ายหาข้อมูล เพื่อสำรวจข้อมูล ขณะที่อีก 40% เป็นของพาร์ตเนอร์ที่นำเข้ามาวางขายบน platform ของเรา

นอกจากสินค้า health & beauty แล้ว เรายังจะมีโปรดักต์ใหม่ ๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ ซึ่งถือว่าง่ายที่สุด ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่โปรดักต์อื่น ๆ โดยได้จับมือกับกรุงเทพประกันภัย แล้วเราเป็น marketing ใช้ความเชี่ยวชาญด้านครีเอทีฟมาต่อยอด ซึ่งเมื่อสินค้าประกันประสบความสำเร็จ ฐานข้อมูลลูกค้าที่ซื้อประกันก็จะบอกเราต่อไปว่า เขาจะซื้ออะไรต่อ

ซีรีส์อินเดียดันยอด-เตรียมคอนเสิร์ตรียูเนี่ยน

ในขณะที่ธุรกิจเพลงนั้น “สุรชัย” บอกว่า ยังทำเพลงอยู่ แต่ว่าธุรกิจนี้ในปี 2561 สัดส่วนจะอยู่ที่ 5% ยอดขายอยู่ที่ 250 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังกำไรดีอยู่ เพียงแต่เราเข้าใจสภาพของธุรกิจว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่มีการเติบโต และจะอยู่ระดับนี้ไปเรื่อย ๆ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากยูทูบ และการโชว์ศิลปิน

“ธุรกิจเพลงของเราไม่เติบโต แต่อยู่ได้ แต่สัดส่วนจะเล็กลง เพราะว่าธุรกิจอื่น ๆ ใหญ่ขึ้น ผมเชื่อว่าอาจจะเหลือแค่ 2% เท่านั้น แต่เพลงยังคงเป็นธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งจะเป็นฐานแข็งแรงให้ธุรกิจ MPC ไม่เพียงเท่านี้ เรายังมีแผนจัดคอนเสิร์ตแบบรียูเนี่ยน โดยเฉพาะศิลปินในยุค 90”

เมื่อถามถึงการนำเอาซีรีส์อินเดียเข้ามาฉายในช่อง 8 เขาบอกว่า อาร์เอสไม่ใช่เจ้าแรกที่นำเข้ามา เพียงแต่เรานำมาทำให้เกิดกระแส ด้วยการนำมาวิเคราะห์และปรุงแต่งใหม่ เพื่อนำเสนอให้ถูกใจคนไทย เพราะที่ผ่านมาการรับรู้ของเราต่ออินเดียเป็นอีกแบบ แต่สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ กลายเป็นคอนเทนต์หลักในช่อง 8 นอกจากข่าว ละคร กีฬา ซึ่งถือว่าสร้างกระแสได้ และเร็ว ๆ นี้จะมีแฟนมีตติ้งดาราอินเดียอีกด้วย

สร้างตึกใหม่-รีแบรนด์รับธุรกิจอนาคต

“สุรชัย” บอกอีกว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการสร้างตึกใหม่ พื้นที่กว่า 16 ไร่ บนถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งก่อสร้างมากว่า 3 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งเราจะย้ายธุรกิจทั้งหมดไปที่สำนักงานใหม่ในช่วงต้นไตรมาส 2 ส่วนตึกเดิมนั้นตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำอะไร

อีกทั้งยังมีแผนที่จะรีแบรนดิ้งอาร์เอส โดยมองไทมิ่งไว้แล้วว่า ปี 2562 จะเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะในปีหน้า อาร์เอสจะย้ายหมวดธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากเกณฑ์กำหนดว่า เมื่อรายได้จากธุรกิจใหม่สูงกว่าธุรกิจเดิม ต้องย้ายไปอยู่หมวดพาณิชย์

ดังนั้น ภาพธุรกิจของอาร์เอสจะชัดเจนขึ้น คนจะเริ่มเปลี่ยนภาพมองอาร์เอสเป็นบริษัทพาณิชย์ที่มีธุรกิจสื่อและบันเทิง แตกต่างจากเดิมที่สังคมมองว่าเป็นค่ายเพลงอย่างเดียว ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนโลโก้ใหม่ แต่ยังคงใช้คำว่า อาร์เอส เหมือนเดิม

“ถ้าหากมองโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ นั้น ตอนนี้ผมมีหลากหลายความคิด แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะต่อไปเราไม่รู้เลยว่า โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่เราต้องเตรียมอาร์เอสให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง วางเป้าหมายของธุรกิจในปัจจุบันให้ชัดเจนที่อีก 4 ปีข้างหน้าจะต้องปั้นรายได้ไปให้ถึง 10,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกันต้องไม่หยุดหาโอกาสใหม่ ๆ”

ส่วนการไปลงทุนในเพื่อนบ้านอย่างกลุ่มประเทศ CLMV นั้น เรามีแผนที่จะไปอยู่แล้ว โดยนำสินค้าของเราไปจัดจำหน่าย อย่างไรก็ดี การบุกตลาดยังไม่ใช่ในปีนี้ แต่กรอบที่วางไว้ คือ ต้องดำเนินการภายใน 4 ปีข้างหน้า เพราะเราต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในประเทศ ก่อนที่จะขยายไปเติบโตในต่างประเทศต่อไป